ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 32

ความเข้าใจผิดระลอกแรก

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
“คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... เรื่องที่เธอทำในคืนนั้นถูกเปิดโปงแล้ว” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของหานเฟิงไม่ได้ทำให้หลี่จูหลันสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ขยับตัววางตะหลิวไม้ลงบนขอบกระทะเหล็กที่กำลังส่งเสียงฉ่าชวนน้ำลายสอ กลิ่นหอมฟุ้งของหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงที่อบอวลไปทั่วครัวกลบกลิ่นไอความตึงเครียดของสถานการณ์ไปจนสิ้น หลี่จูหลันหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวหม่นที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินจากการเดินทางไกล แววตาของเธอสงบนิ่งดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม ต่างจากหานเฟิงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและระแวดระวัง “คุณเพิ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากการปฏิบัติภารกิจนานนับเดือน สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การข่มขู่ภรรยาด้วยคำสั่งของคนอื่น แต่คือการถามว่า ‘เหนื่อยไหม’ หรือ ‘กินอะไรหรือยัง’ ต่างหากครับ คุณหานเฟิง” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงัก หานเฟิงกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่เคยเป็นห้องดินผุพังรั่วซึม บัดนี้ผนังถูกฉาบด้วยปูนสีขาวสะอาดตา เตาไฟแบบโบราณถูกแทนที่ด้วยเตาเหล็กหล่อรุ่นใหม่เอี่ยมที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบกับเครื่องปรุงรสที่วางเรียงรายราวกับร้านอาหารระดับภัตตาคารในเมืองหลวง นี่ไม่ใช่บ้านดินที่เขาจำได้ นี่ไม่ใช่ภาพที่ภรรยาผู้เกียจคร้านและชอบหาเรื่องจะเนรมิตขึ้นมาได้ “นี่มันเรื่องอะไรกัน... จูหลัน?” เขาถามพลางขยับเท้าก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นอาหารที่คุ้นเคยในจินตนาการแตะจมูกจนท้องไส้ของเขาที่ไม่ได้กินอะไรมาตลอดเส้นทางเริ่มประท้วง “บ้านนี้... ทำไมถึงเป็นแบบนี้ และเธอ... เปลี่ยนไปมากจนผมแทบจำไม่ได้” หลี่จูหลันยิ้มมุมปาก เธอหยิบผ้ากันเปื้อนมาเช็ดมือพลางเดินผ่านร่างหนาไปหยิบชามกระเบื้องเคลือบ “คนเราถ้าคิดจะเปลี่ยนให้ดีขึ้นก็ย่อมทำได้เสมอครับ หรือคุณอยากให้ผมกลับไปเป็นคนเดิมที่ทุบตีเสี่ยวเป่าและทำให้บ้านหลังนี้มีแต่เสียงด่าทอเหมือนแต่ก่อน?” หานเฟิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเสี่ยวเป่าที่วิ่งออกมาจากห้องนอน เด็กชายดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก ผิวพรรณไม่ได้ซูบซีดเหมือนก่อน แก้มใสที่เริ่มมีเลือดฝาดนั้นทำให้ใจของนายทหารหนุ่มที่แข็งกระด้างมาโดยตลอดสั่นไหวอย่างรุนแรง “แม่ครับ... พ่อกลับมาแล้ว!” เสี่ยวเป่าตะโกนด้วยความดีใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของหานเฟิง เด็กน้อยก็หดตัวลงอย่างหวาดระแวง “ไม่ต้องกลัวลูก พ่อแค่เหนื่อยจากการทำงานน่ะ” หลี่จูหลันคว้าไหล่ลูกเลี้ยงไว้แล้วลูบเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ ก่อนจะหันไปหาหานเฟิง “ส่วนเรื่องที่ว่าผมถูก ‘เปิดโปง’ เรื่องอะไรนั้น... ถ้าคุณอยากรู้จริงๆ ผมก็ยินดีจะแถลงไข แต่ก่อนอื่น... ช่วยไปล้างหน้าล้างตาแล้วมานั่งที่โต๊ะก่อนได้ไหมครับ อาหารมื้อนี้ผมตั้งใจทำเพื่อต้อนรับ ‘สามี’ ที่เพิ่งกลับบ้าน หากมันเย็นชืดไปเสียก่อน รสชาติที่ยอดเยี่ยมคงเสียของแย่” หานเฟิงขมวดคิ้วแน่น เขายังคงไม่ไว้วางใจ สถานการณ์นี้มันช่างประหลาดล้ำเกินกว่าความเข้าใจของเขา ภรรยาที่เคยร้ายกาจกำลังทำอาหารหอมฟุ้งด้วยท่าทีสง่างามราวกับคนมีการศึกษาชั้นสูง และบ้านที่เคยทรุดโทรมกลับดูเหมือนคฤหาสน์หรูในฝัน ทว่าในใจลึกๆ ของชายหนุ่ม ความหิวและความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานานกำลังดึงรั้งให้เขาต้องโอนอ่อนตาม เมื่อหานเฟิงทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะไม้ขัดเงา หลี่จูหลันก็นำหมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงรสเลิศ วางลงตรงหน้า กลิ่นเครื่องเทศยาจีนผสมผสานกับความหวานเค็มที่สมดุลทำให้น้ำลายของหานเฟิงสอออกมาทันที เขาใช้ตะเกียบคีบชิ้นเนื้อเข้าปาก ความนุ่มละมุนของมันทำให้เขาต้องหลับตาลง “อร่อย...” เขาเผลอหลุดปากออกมา “ฝีมือพัฒนาขึ้นมากใช่ไหมครับ?” หลี่จูหลันนั่งลงฝั่งตรงข้าม ใช้สายตาที่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “เอาล่ะ ทีนี้บอกผมมา ว่าใครเป็นคนส่งข่าวหรือ ‘คำสั่ง’ นั้นมาถึงคุณ แล้วทำไมคุณถึงปักใจเชื่อคนพวกนั้นมากกว่าภรรยาของตัวเอง?” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างดูจะดังชัดขึ้นในยามที่ทั้งสองจ้องตากัน หานเฟิงวางตะเกียบลงอย่างช้าๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความสับสนเป็นความจริงจัง “คนจากหน่วยข่าวกรองทหารที่ร่วมเดินทางมากับผม... พวกเขาบอกว่าพบเอกสารลับที่มีลายเซ็นของเธอเกี่ยวพันกับการขายของในตลาดมืด” เขาหยุดเว้นจังหวะ “แต่เมื่อผมเห็นบ้านหลังนี้ เห็นเสี่ยวเป่า และเห็นตัวเธอ... ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ‘หลักฐาน’ ที่พวกเขามี มันเป็นความจริง หรือเป็นเพียงกับดักที่ใครบางคนวางไว้เพื่อทำลายเธอ” ทันใดนั้น เสียงทุบประตูดังโครมใหญ่จากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงแหลมสูงของแม่สามีจางที่ตะโกนเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด “อีตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกซ่อนของมีค่าไว้ในบ้านนี้! แกทำอะไรไว้กับลูกชายฉัน แกต้องคายออกมาให้หมด!” หลี่จูหลันลุกขึ้นยืนช้าๆ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้า เธอหันไปมองหานเฟิงที่ทำท่าจะลุกขึ้นตามมา “ไม่ต้องครับคุณหานเฟิง... ครั้งนี้ให้ผมเป็นคนจัดการเอง ในเมื่อความเข้าใจผิดนี้มันเริ่มระลอกแรกด้วยฝีมือของคนนอก ก็ถึงเวลาที่คนในอย่างผมจะแสดงให้เห็นว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ตัวจริง” เธอก้าวเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีสง่างาม ทว่าในจังหวะที่มือสัมผัสลูกบิดประตูนั้นเอง เสียงกระซิบของหานเฟิงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ระวังตัวด้วย... คนที่แจ้งเรื่องนี้ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นคนจากฝั่งตระกูลหลิวที่เพิ่งได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบความประพฤติของผมโดยเฉพาะ” หลี่จูหลันหยุดกึก รอยยิ้มของเธอกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะตระกูลหลิว... คือตระกูลที่เคยสั่งให้คนมาลอบทำร้ายเธอในมิติเมื่อสัปดาห์ก่อน และบัดนี้ พวกมันกำลังเดินเข้ามาหาความตายถึงหน้าประตูบ้านของเธอเอง ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามดื่มด่ำไปกับรสชาติแห่งชีวิตและบททดสอบของหลี่จูหลันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%