เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่เกรงใจ เป็นจังหวะจะโคนที่คุ้นหูของคนในละแวกนี้ดี และสำหรับหลี่จูหลันแล้ว มันคือเสียงของความอัปยศที่กำลังเดินมาเคาะเรียกหาความพินาศด้วยตัวเอง
ป้ายชื่อตระกูลหลิวที่ประดับอยู่บนคานไม้ผุๆ แทบจะสั่นสะเทือนตามแรงกระแทกนั้น
จูหลันวางตะหลิวสแตนเลสเนื้อดีลงบนขอบเตาไฟ แววตาคมกริบฉายประกายเยียบเย็นวับราวกับคมมีดผ่าตัด เธอยังไม่ลืมร่องรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือซ้าย ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นเอกที่คนจากตระกูลหลิวส่งมือสังหารมาฝากไว้ในมิติเมื่อสัปดาห์ก่อน บัดนี้ ในเมื่อพวกมันกล้าเดินเข้ามาหาความตายถึงหน้าประตูบ้านของหานเฟิง สามีทหารหนุ่มผู้ซื่อตรงของเธอ เธอก็พร้อมจะต้อนรับด้วยมหรสพชุดใหญ่ที่พวกมันไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
"อยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันออกไปจัดการเอง" จูหลันหันไปเอ่ยกับหานเฟิงด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเด็ดขาดจนนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนยังต้องชะงัก
หานเฟิงขมวดคิ้วเข้ม ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งปลดกระดุมคอเสื้อออกก้าวเข้ามาขวางหน้าภรรยาไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่ประตูหน้าบ้านก่อนจะหันกลับมามองสตรีตรงหน้า "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผม..."
"ไม่ต้องครับ คุณเพิ่งกลับมาจากค่ายเหนื่อยๆ นั่งรอทานข้าวเถอะครับ" จูหลันส่งยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของหานเฟิงกระตุกวูบอย่างประหลาด มันไม่ใช่รอยยิ้มของแม่เลี้ยงใจร้ายจอมขี้เกียจคนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือรอยยิ้มของพญายมที่กำลังถือบัญชีหนังหมา "เรื่องนี้... บัญชีเก่าที่เรายังไม่ได้ชำระกัน ผมขอบัญชาการเองดีกว่า"
ปัง! เสียงถีบประตูด้านนอกดังขึ้นตามด้วยเสียงโวยวายของหญิงวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าไม่อายในหมู่บ้าน
"หลี่จูหลัน! นังตัวดี! ลูกสาวฉันแต่งเข้าบ้านตระกูลหานจนสุขสบายแล้ว ลืมหัวกะลาตัวเก่าเลยหรือไงวะ! ถึงได้กล้าตัดขาดกับบ้านเดิม!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าตระกูลหลิวแผדซ่านเข้ามาในห้องครัว ผสมผสานกับเสียงสมรู้ร่วมคิดของพี่ชายตัวแสบที่เดินตามหลังมาติดๆ
ภายในห้องครัวเวลานี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารระดับภัตตาคารหรูสี่อย่างหนึ่งซุปที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆ บนโต๊ะไม้ตัวยาวถูกจัดวางไว้อย่างประณีตราวกับงานศิลปะ หมูสามชั้นตุ๋นซีיוดำน้ำแดงสีเข้มข้นเงางามส่งกลิ่นหอมเตะจมูกเคลือบด้วยน้ำตาลเคี่ยวจนฉ่ำวัว ปลาทอดกรอบราดพริกสามรสสีสันจัดจ้านเย้ายวนใจ ไก่ต้มสมุนไพรจีนเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำจัดเรียงเคียงมากับผัดผักกาดขาวเห็ดหอมสดกรอบ และปิดท้ายด้วยซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวเคี่ยวจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวขุ่นเข้มข้น
เสี่ยวเป่ายืนกลืนน้ำลายเอื้อมมือสั้นป้อมจะไปหยิบชิ้นหมูตุ๋น แต่ถูกจูหลันตีมือเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "ล้างมือก่อนครับคนเก่ง เดี๋ยวแม่ตักข้าวให้"
ภายนอกประตูห้องครัว หานเฟิงยืนนิ่งสนิท ดวงตาสีเข้มมองแผ่นหลังของภรรยาที่เดินออกไปเผชิญหน้ากับแขกไม่速เชิญด้วยท่าทีสง่างาม ไร้ความหวาดกลัวใดๆ สัญชาตญาณความเป็นสามีบอกเขาว่า ผู้หญิงคนนี้มีบางอย่างที่ลึกลึกลงไปมากกว่าที่ตาเห็น และเขาก็พร้อมที่จะปกป้องนาง แม้จะต้องพลิกแผ่นดินนี้ก็ตาม
"อ้าว ลมอะไรหอบพวกท่านมาล่ะครับ ถึงได้มาเยือนเรือนหลังเล็กๆ ของพวกเราซะเช้าเชียว" เสียงของจูหลันดังขึ้นกังวาน ไม่ดังเกินไปแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
แม่เฒ่าหลิวสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นสายตาที่จูหลันใช้มองตน มันไม่ใช่สายตาหวาดกลัวหรือเกรงใจเหมือนแต่ก่อน แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อในกรง "นัง... นังลูกเนรคุณ! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับแม่ผู้ให้กำเนิด! รู้ไหมว่าพี่ชายแกต้องลำบากแค่ไหน..."
"ผู้ให้กำเนิด?" จูหลันหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่ทรงพลังจนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ "วันที่พวกท่านส่งคนไปดักซุ่มทำร้ายฉันในป่าหลังหมู่บ้านเมื่อสัปดาห์ก่อน พวกท่านยังจำได้ไหมว่าเคยใช้คำว่า 'แม่' หรือ 'พี่' กับฉันหรือเปล่า?"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบบริเวณก็เงียบกริบลงทันที พี่ชายตระกูลหลิวหน้าซีดเผือดโดยอัตโนมัติเพราะความลับสีเทาถูกเปิดโปงกลางแสงแดด หานเฟิงที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวออกมาหนึ่งก้าว ออร่าความกดดันระดับนายทหารผู้ผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิลดฮวบลงหลายองศา
"เมื่อครู่นี้... คุณพูดว่าอะไรนะ?" เสียงทุ้มต่ำของหานเฟิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่น่ากลัวถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่พี่ชายตระกูลหลิวราวกับพญาอินทรีจ้องมองเหยื่อ
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น จูหลันกลับยกมือขึ้นห้ามสามีไว้ เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้ม รอยยิ้มที่งดงามแต่กลับซ่อนพิษร้ายไว้เต็มเปี่ยม "ใจเย็นก่อนครับสามี พวกเขามาหาเราถึงที่ทั้งที จะให้กลับไปมือเปล่าได้อย่างไร ในเมื่อวันนี้เป็นวันดี... เชิญพวกท่านเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเราเสียหน่อยเถอะครับ อาหารฝีมือผมวันนี้ รสชาติล้ำเลิศจนรับรองว่าพวกท่านทานแล้ว จะไม่มีวันลืมความรู้สึกนี้ไปจนวันตายเลยทีเดียว"
คำว่า 'จนวันตาย' ของจูหลันถูกเน้นเสียงหนักแน่นเป็นพิเศษ จนแม่เฒ่าหลิวรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ด้วยความโลภที่เห็นกลิ่นอาหารหอมฟุ้งลอยออกมาจากห้องครัว ประกอบกับความหิวโหย ทั้งสองจึงยอมเดินตามเข้ามาในบ้านอย่างไร้การป้องกัน
โต๊ะอาหารไม้ตัวเก่าถูกแทนที่ด้วยความอลังการของอาหารสี่อย่างหนึ่งซุป ควันสีขาวกรุ่นยังคงลอยขึ้นจากชามซุปรากบัว กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศและไขมันหมูที่เคี่ยวจนได้ที่แผ่ขยายไปทั่วห้องคับแคบ จนแม้แต่คนหน้าด้านอย่างตระกูลหลิวก็ยังต้องกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปคว้าตะเกียบ
หานเฟิงนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ภรรยาของเขานั่งอยู่ด้านข้าง ส่วนเสี่ยวเป่านั่งตักตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวสารชั้นดีในมิติของมารดา
"เชิญครับ..." จูหลันผายมือเชื้อเชิญด้วยมารยาทอันงดงาม "ทานให้อร่อยนะครับ... มื้อแรกบนโต๊ะอาหารร่วมกันของเรา"
แม่เฒ่าหลิวไม่รอช้า นางใช้ตะเกียบคว้าชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นซีיוดำชิ้นใหญ่ที่สุดเข้าปากทันที เคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความตะกละตะกลาม ทว่า... ทันทีที่ฟันกระทบลงบนเนื้อหมูที่นุ่มละมุนละลายในปาก รสชาติอันซับซ้อนและกลมกล่อมล้ำลึกก็ระเบิดขึ้นบนต่อมรับรส ความหวานเค็มที่เคี่ยวเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของอบเชยและโป๊ยกั๊กที่คละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทำให้ดวงตาของแม่เฒ่าหลิวเบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน
เช่นเดียวกับหานเฟิง ชายหนุ่มคีบเนื้อปลาทอดราดพริกเข้าปากเป็นคำแรก ดวงตาคมเข้มของนายทหารหนุ่มไหววูบ ความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนและงานราชการอันหนักหน่วงพลันมลายหาย Pไปในพริบตา รสชาติกรอบนอกนุ่มในของเนื้อปลาตัดกับรสเปรี้ยวหวานเผ็ดกำลังดีของน้ำราดพริก ทำให้เขาต้องหยุดหายใจไปชั่วขณะ
นี่มัน... อาหารบ้าอะไรกัน ทำไมถึงอร่อยล้ำฟ้าได้ถึงเพียงนี้!
ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่มด่ำกับรสชาติอาหารอันยอดเยี่ยม จูหลันกลับรินน้ำชาให้สามีเบาๆ สายตาคมปลาบมองไปยังแม่เฒ่าหลิวที่เริ่มมีอาการแปลกประหลาด ร่างกายของหญิงแก่เริ่มสั่นเทาน้อยๆ เหงื่อกาฬแตกพลั่กออกมาตามไรผม ลมหายใจติดขัดราวกับมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ
"อึก... แคقๆ! นี่... นังเด็กนี่... แกใส่อะไรลงไปในอาหาร!" แม่เฒ่าหลิวสำลักพรวดออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
จูหลันวางถ้วยแชลลี่ชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ เธอยิ้มละไม รอยยิ้มที่อบอุ่นดั่งแสงอาทิตย์ยามเช้า แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
"ก็แค่... เครื่องเทศพิเศษ ที่ผมปรุงขึ้นมาเพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างพวกท่านโดยเฉพาะครับ..." จูหลันเอ่ยเสียงนุ่ม "อร่อยจนไม่อยากหายใจเลยใช่ไหมล่ะครับ?"
หานเฟิงเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง ก่อนจะมุมปากหยักลึกยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจ เขารู้ทันทีว่าอาหารจานนี้ไม่ได้ใส่ยาพิษให้ตายทันที... แต่มันคือยาถ่ายสูตรพิเศษจากมิติของภรรยา ที่จะทำให้คนตระกูลหลิวต้องวิ่งเข้าห้องน้ำไม่หยุดไปสามวันสามคืนอย่างทรมานที่สุด
เสียงโอดครวญแรกดังขึ้นจากปากของพี่ชายตระกูลหลิว ก่อนที่ทั้งสองจะล้มฟุ้งลงไปดิ้นพล่านกับพื้นบ้าน ท่ามกลางสายตาของเสี่ยวเป่าที่เอียงคอมองด้วยความสงสัยใสซื่อ
ทว่า ในวินาทีที่ความโกลาหลกำลังถึงขีดสุดนั้นเอง...
เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง... หนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม และคราวนี้ มาพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของหานเฟิงด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดจากส่วนลึกของกองอำนวยการทหารภาคพื้น!
"ผู้กองหานเฟิง! คำสั่งด่วนจากเบื้องบน! มีบุคคลต้องสงสัยระดับชาติหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในเขตกองร้อยของคุณ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความฟินและสะใจในบทนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าด้วยความระทึกใจยิ่งกว่าเดิมครับ!
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 33
มื้อแรกบนโต๊ะอาหารร่วมกัน
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!