ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 35

ค่ำคืนใต้แสงดาวและความอบอุ่น

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
คราบเขม่าสีดำบนเตาถ่านดินเหนียวหลังบ้าน สะท้อนหยาดเหงื่อที่ผุดพรายบนหน้าผากของหลี่จูหลันในยามที่ราตรีโรยตัวลงมาปกคลุมหมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ ความเหนื่อยล้าจากการเคี่ยวซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนหม้อใหญ่เพื่อเตรียมเปิดแผงขายในตลาดเช้าวันพรุ่งนี้ เริ่มกัดกินเรียวแรงของเธอทีละน้อย ทว่าดวงตากลับยังคงสุกใสด้วยความมุ่งมั่น มือเรียวที่เคยจับแต่มีดแล่เนื้อเกรดพรีเมียมในศตวรรษที่ 21 บัดนี้กำลังใช้พัดใบตาลโบกไล่ควันไฟที่ตีเข้าหน้าอย่างไม่ย่อท้อ "ดึกป่านนี้แล้ว... ทำไมยังไม่ยอมพักผ่อนอีกเล่าครับ" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อยเผยให้เห็นลำคอแข็งแกร่ง หานเฟิงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ ปลายนิ้วหยาบกร้านของชายชาติทหารเอื้อมไปแย่งพัดใบตาลจากมือภรรยาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะลงมือพัดไล่ควันไฟให้ด้วยจังหวะสม่ำเสมอและหนักแน่น กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายดินฟ้าอากาศยามค่ำคืนโชยเข้าแตะจมูก ทำให้จูหลันต้องชะงักมือจากการคนซุปในหม้อ "ถ้าฉันไม่เคี่ยวซุปหม้อนี้ให้ได้ที่ พรุ่งนี้เช้าเราจะเอาอะไรไปให้ลูกค้าขาประจำซดแก้หนาวล่ะคะ... เอ๊ย... ล่ะครับ" จูหลันเกือบเผลอหลุดคำพูดติดปากสมัยก่อนออกมา รีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประกายความห่วงใยคู่นั้น หานเฟิงไม่ได้เอ่ยท้วงเรื่องสรรพนามที่ผิดเพี้ยนไปชั่วขณะ เขารู้ดีว่าภรรยาของตนมีเรื่องราวลึกลับซับซ้อนซ่อนอยู่มากมายในแววตานั้น แต่สิ่งเดียวที่เด่นชัดเกินกว่าจะปฏิเสธได้คือ ความเปลี่ยนแปลงจาก "แม่เลี้ยงใจร้าย" สู่ "แม่ค้ามือทอง" ผู้สร้างความมั่งคั่งให้ครอบครัวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งยองๆ หน้าเตาไฟ แผ่นหลังกว้างบังลมหนาวที่พัดโชยมาจากทุ่งนาโล่งกว้างได้อย่างมิดชิด เขาสุมฟืนแห้งท่อนใหมลงไปในเตาอย่างคล่องแคล่ว เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นอีกครั้ง อาบไล้ใบหน้าคมเข้มให้ดูอบอุ่นละมุนตาขึ้นอย่างประหลาด "เรื่องฟืนไฟและงานหนักแบบนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเถอะครับ คุณทำหน้าที่ปรุงอาหารอร่อยๆ ให้ผมกับเสี่ยวเป่ากินก็เกินพอแล้ว" หานเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่หาฟังได้ยากยิ่ง แววตาที่เขามองเธอมันไม่ใช่สายตาของสามีที่แต่งงานกันตามคำสั่งของผู้ใหญ่เพื่อนนามธรรมอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของบุรุษผู้ปรารถจะปกป้องคุ้มครองสตรีตรงหน้าด้วยชีวิต จูหลันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาและระแวดระวังภัยจากโลกใบใหม่ กลับถูกความอบอุ่นจากเตาไฟและไออุ่นจากสายตาของสามีหนุ่มหลอมละลายลงอย่างช้าๆ เธอมองใบหน้าด้านข้างของเขาที่กำลังจดจ่ออยู่กับการควบคุมเปลวเพลิง ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก มันไม่ใช่ความหลงใหลชั่ววูบ แต่เป็นความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยอย่างที่เธอไม่เคยสัมผัสมานานแสนนาน ภายในบ้านหลังเล็ก เสี่ยวเป่าหลับสนิทไปนานแล้วด้วยความอิ่มหนำสำราญจากมื้อค่ำฝีมือแม่หลี่ ทิ้งให้บรรยากาศรอบกายเหลือเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงมเคล้ากับเสียงฟืนปะทุเบาๆ ในเตา หลี่จูหลันขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อจะไปหยิบกระบวยไม้มาตักซุปชิมรสชาติ ทว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันทำให้ข้อเท้าพลิกทรุดฮวบลงไปด้านข้างอย่างกะทันหัน! "ระวังครับ!" หานเฟิงพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของภรรยาเอาไว้ได้ทันท่วงที แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งสองล้มลงไปบนเสื่อฟางเก่าๆ ที่ปูไว้หน้าเตาไฟอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาคร่อมร่างของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ลมหายใจอุ่นร้อนของทั้งคู่ปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวในอก ดวงตากลมโตของจูหลันเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะพิษจากความร้อนของเตาไฟ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ใกล้กันจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจของหานเฟิงที่รดรินอยู่เหนือริมฝีปากทำให้สมองของเชฟมือทองถึงกับตื้อตันไปชั่วขณะ มือเรียวที่วางอยู่บนแผงอกกว้างภายใต้เสื้อทหารเนื้อหนา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนน่าตกใจ—ไม่ใช่แค่หัวใจของเธอ แต่เป็นหัวใจของเขาที่กำลังเต้นโครมครามไม่แพ้กัน "เจ็บตรงไหนไหมครับ..." หานเฟิงกระซิบถามเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมเข้มพินิจมองใบหน้าหวานซึ้งที่มอมแมมด้วยคราบเขม่าจางๆ แต่กลับงดงามตรึงใจเขาในยามวิกาลเช่นนี้ ปลายนิ้วมือหนาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุด จูหลันส่ายหน้าช้าๆ พูดไม่ออก ปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายทรยศความคิด เธอกลับไม่ผลักไสเขาออกไปตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว แต่มือเรียวกลับเผลอขยุ้มสาบเสื้อทหารของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยความเงียบงันที่มีเพียงเสียงหัวใจเต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน หานเฟิงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่มักจะเอ่ยคำพูดแสบสันต์และทำอาหารรสเลิศอยู่เสมอ ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้สัมผัสกันเพื่อยืนยันความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานาน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงทุบประตูกะทันหันที่ดังสนั่นขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของยามวิกาล ทำลายบรรยากาศโรแมนติกทิ้งไปในพริบตา! หานเฟิงผุดลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณนักรบ ดวงตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและเฉียบคมในเสี้ยววินาที ขณะที่จูหลันรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นระทึกด้วยความระแวง "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! หานเฟิง! แกหลบอยู่ในนั้นใช่ไหม ออกมาเคลียร์เรื่องนโยบายตลาดมืดของเมียแกเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงตะโกนโวยวายด้วยความเกรี้ยวกราดของ "ผู้ใหญ่บ้านจ้าว" ดังทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาทางร่องฝาบ้านอย่างคุกคาม! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความฟินและระทึกใจในบทนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าด้วยความระทึกใจยิ่งกว่าเดิมครับ!
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%