เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกดังปังจนถ้วยชามกระเบื้องเคลือบสั่นระริก กลิ่นไอน้ำร้อนกรุ่นจากหม้อตุ๋นยาจีนผสมเนื้อกวางป่าที่ลอยตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องโถงลับหลังร้านค้าเก่าในตลาดมืดพลันหยุดชะงักลงทันที บรรยากาศภายในห้องที่เคยครื้นเครงด้วยเสียงซดน้ำซุปและเสียงกระซิบกระซาบเรื่องความร่ำรวย กลับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัด
"พวก1แกกล้าดียังไงถึงปล่อยให้เรื่องแบบนี้หลุดลอดออกไป!"
เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจของหัวหน้าหน่วยตรวจสอบพาณิชย์และเสบียงประจำมณฑล 'หวางเฉิง' ดังขึ้น เขาเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากยุคสงคราม ดวงตาเรียวเล็กดุจเหยี่ยวตวัดมองลูกน้องสองคนที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า
"ท่านหัวหน้า... พวกเราไม่ได้แพร่งพรายเลยนะครับ" ลูกน้องคนสนิทรีบก้มหน้าค้ำศอกแก้ตัวเสียงสั่น "แต่... แต่กลิ่นของมัน... กลิ่นของหม้อไฟเนื้อตุ๋นสูตรลับนั้น มันหอมตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอยจนคนครึ่งตลาดมืดต่างพากันสูดดมแล้วตามรอยมา ใครเล่าจะอดใจไหวเมื่อได้ยินว่ามีอาหารรสชาติระดับฮ่องเต้ซ่อนอยู่หลังร้านขายเศษเหล็กเก่าๆ แบบนั้น"
หวางเฉิงแค่นเสียง "หึ" ออกมาทางจมูก ดวงตาของเขาฉายแววโลภโลดผสมความระแวง อาหารรสชาติเทวดาที่แม้แต่สหายระดับสูงในเมืองหลวงยังเคยเอ่ยปากชมอย่างเพ้อเจ้อว่าหาทานไม่ได้ในภัตตาคารหลวง บัดนี้กลับถูกลือสะพัดว่ามีหญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งเป็นผู้ปรุงขึ้นมาในตลาดมืดแห่งนี้ แถมยังขายด้วยราคาสูงลิ่วแต่กลับมีคนแย่งกันซื้อจนหมดเกลี้ยงทุกค่ำคืน
ในยุคสมัยที่ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยคูปองปันส่วนและความขาดแคลน การมีอยู่ของร้านอาหารเถื่อนที่สร้างความมั่งคั่งได้ชั่วข้ามคืน ย่อมเป็นทั้ง "ภัยคุกคาม" และ "ขุมทรัพย์" ชั้นยอดสำหรับข้าราชการกังฉินอย่างเขา
ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักตระกูลหาน ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลี่จูหลันกำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัว แววตาคมกริบกวาดมองดูความเรียบร้อยของกองวัตถุดิบมหาศาลที่ถูกดึงออกมาจากมิติห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ แสงไฟตะเกียงนวลตาขับให้ใบหน้าละมุนละไมของเธอดูโดดเด่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
บนโต๊ะไม้ตัวยาว เสี่ยวเป่ากำลังเคี้ยวซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอมคำโตจนแก้มตุ่ย ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความสุข ขณะที่หานเฟิง สามีหนุ่มนายทหารผู้เพิ่งกลับจากการฝึกภาคสนามในค่ายทหาร ปลดกระดุมเสื้อโค้ทสีเขียวขี้ม้าออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นหนาที่เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผล เขาเดินตรงเข้ามาหาภรรยาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ ก่อนจะยื่นมือหนาโอบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ
"ระวังหน่อยสิคะ... เอ๊ย... ระวังหน่อยครับคุณสามี เดี๋ยวซาลาเปาในมือเสี่ยวเป่าจะร่วงลงพื้นพอดี" หลี่จูหลันแสร้งเอ็ดเบาๆ แต่ไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้เขาโอบกอด เธอกลับใช้มือเรียวยาวหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดคราบเขม่าดินปืนที่ข้างแก้มให้เขาอย่างเบามือ
"ข้างนอกเริ่มไม่สงบแล้วนะจูหลัน" หานเฟิงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มบางเบาขณะจ้องมองดวงตาคู่สวยของภรรยา "ข่าวเรื่อง 'ร้านอาหารรสชาติเทวดา' ในตลาดมืด เริ่มลามไปถึงหูของพวกเจ้าหน้าที่กรมเสบียงและหน่วยตรวจสอบพิเศษแล้ว วันนี้พี่เห็นรถจิ๊ปของทางการวิ่งวนอยู่ใกล้ตรอกนั้นถึงสามรอบ"
หลี่จูหลันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ในที่สุดก็ทนความหอมไม่ไหวจนต้องโผล่หัวออกมาสินะคะ นึกว่าจะอดทนเก่งเสียอีก"
"พวกเขาไม่ได้มาแค่ชิมหรอกนะจูหลัน" หานเฟิงหรี่ตาลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและอันตรายขึ้น "คนพวกนั้นขึ้นชื่อเรื่องรีดไถและยึดครองกิจการที่ทำกำไรมหาศาล หากเจ้าไม่ยอมจ่ายส่วยก้อนโต หรือไม่ยอมมอบสูตรลับให้ พวกมันย่อมใช้ข้อหา 'ค้ากำไรเกินควร' และ 'ฝ่าฝืนนโยบายรัฐ' มาเล่นงานเธอแน่"
เสี่ยวเป่าที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ วางซาลาเปาในมือลงทันที ใบจิ้มลิ้มบึ้งตึงขึ้นด้วยความโกรธ "ใครกล้ามาจับคุณแม่รังแกคุณแม่ ผมจะเอาไม้กวาดไล่ตีมันให้กระเจิงเลย!"
หลี่จูหลันหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างเอ็นดู เธอเดินไปลูบศีรษะลูกเลี้ยงตัวน้อยเบาๆ "เด็กดี... คนพวกนั้นไม่ได้ใช้แค่ไม้กวาดไล่หรอกนะลูก แต่ถ้าพวกเขาอยากเล่นเกมอำนาจกับแม่ แม่ก็จะจัดชุดใหญ่ให้พวกเขากินจนจุกจนลุกไม่ขึ้นเลยทีเดียว"
เธอมีความลับเหนือธรรมชาติ นั่นคือมิติห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ที่มีทั้งวัตถุดิบชั้นเลิศ กล้องวงจรปิดจิ๋ว และอุปกรณ์บันทึกเสียงยุคศตวรรษที่ 21 ใครก็ตามที่คิดจะใช้เล่ห์เหลี่ยมรังแกเธอในยุค 70 นี้ มันผู้นั้นคงไม่รู้ว่ากำลังขุดหลุมฝังศพให้กับอนาคตของตัวเองอยู่
คืนนั้นเอง ท่ามกลางความมืดมิดและสายลมหนาวเหน็บที่พัดโชย เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ย่างกรายเข้ามาปิดล้อมตรอกลับหลังร้านค้าในตลาดมืด หวางเฉิงนำลูกน้องในเครื่องแบบเต็มยศพังประตูไม้เก่าเสียงดังโครมคราม กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าเบื้องหลังหม้อดินใบใหญ่ กลับมีเงาร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งยืนรอต้อนรับพวกเขาอยู่ด้วยรอยยิ้มพิมใจ
ดวงตาของหวางเฉิงเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้างดงามเกินกว่าหญิงชาวบ้านทั่วไปของหลี่จูหลัน ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดคำข่มขู่ใดๆ ออกมา หลี่จูหลันกลับชิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด
"ท่านหัวหน้าหวาง... เดินทางมาดึกดื่นเช่นนี้ ลมอะไรหอบท่านมาเหยียบร้านเล็กๆ ของฉัน หรือว่ากลิ่น 'ซุปหมื่นล้าน' ของฉัน มันหอมเตะจมูกจนท่านอดใจไม่ไหว ต้องรีบมาขอส่วนบุญถึงที่นี่กันคะ... อ้อ ขออภัย... ต้องพูดว่า 'ครับ' สินะคะ... เอ๊ย... ครับ!"
หวางเฉิงหน้าถอดสีทันทีเมื่อจู่ๆ หลี่จูหลันก็โยนแฟ้มเอกสารลับที่มีลายเซ็นรับสินบนของเขาลงบนโต๊ะไม้ตรงหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้อง
และในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยของทหารหน่วยรบพิเศษที่นำโดยหานเฟิง ก็ก้าวเข้ามาปิดล้อมด้านหลังของเจ้าหน้าที่รัฐกลุ่มนั้นอย่างไร้ทางหนีทีไล่!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติชีวิตไปพร้อมกับความสุขในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 20
ข่าวลือแพร่สะพัด
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!