ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 22

ซื้อจักรยานและวิทยุ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
ธนบัตรปึกหนาในมือของหลี่จูหลันมีน้ำหนักที่สร้างความอุ่นใจได้อย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่เศษกระดาษสีทึบ แต่คือหยาดเหงื่อ แรงกาย และกลิ่นหอมกรุ่นของเต้าหู้ทอดกับบะหมี่สูตรพิเศษที่นางบรรจงปรุงขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมา "แม่ครับ... เงินพวกนี้ จะเอาไปซื้ออะไรหรือครับ ทำไมมันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้ล่ะครับ" เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวเป่าดังขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆ เด็กน้อยนั่งยองๆ อยู่ข้างกองฟืน มองดูมารดาผู้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนด้วยความทึ่ง แก้มที่เคยตอบตอบเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นจากการถูกขุนด้วยอาหารรสเลิศติดต่อกันหลายวัน มือเล็กๆ กำชายเสื้อของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน หลี่จูหลันย่อตัวลง วางธนบัตรลงในกระเป๋าผ้าอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มของเด็กชายด้วยความหมั่นเขี้ยว "วันนี้พวกเราจะไปอำเภอ, เสี่ยวเป่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ" นางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตากวาดมองรอบห้องครัวที่ตอนนี้สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยเสบียงสำรอง "อำเภอหรือครับ! ไกลมากเลยนะแม่..." เสี่ยวเป่าอุทาน ตาโตเป็นไข่ห่าน แต่แล้วประกายความดีใจก็วาบขึ้นในแววตา "ผม... ผมไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรอครับ ขอแค่ได้กินซาลาเปาเนื้อของแม่ทุกวันก็พอแล้วครับ" คำตอบแสนซื่อและถ่อมตัวของเด็กชายทำให้หัวใจของอดีตเชฟสาวยุค 21 กระตุกวูบ ความไร้เดียงสาที่ถูกกดขี่มานานทำให้เด็กคนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะมีความฝัน หลี่จูหลันยิ้มบางๆ สายตาทอประกายเด็ดเดี่ยว วันนี้แหละ นางจะทำให้เด็กน้อยคนนี้กลายเป็นเด็กที่อิจฉาที่สุดในหมู่บ้าน การเดินทางสู่ตัวอำเภอในยุค 70 มิใช่เรื่องสะดวกสบาย รถโดยสารประจำทางประจำตำบลอัดแน่นไปด้วยผู้คน กลิ่นอับของเหงื่อ ฝุ่นละออง และสัมภาระคละคลุ้งไปทั่ว แต่หลี่จูหลันกลับไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ นางกุมมือเสี่ยวเป่าแน่นตลอดทาง คอยระแวดระวังไม่ให้เบียดเสียดกับฝูงชนจนเกินไป เมื่อเท้าแตะพื้นถนนลาดยางในตัวอำเภอ กลิ่นอายความเจริญระดับเริ่มต้นก็ปะทะเข้าจมูก อาคารพาณิชย์ชั้นเดียวเรียงราย ร้านสหกรณ์รัฐวิสาหกิจที่มีป้ายตัวอักษรสีแดงเด่นชัด และผู้คนที่เดินขวักไขว่ด้วยเสื้อผ้าโทนสีเข้ม เป้าหมายแรกของหลี่จูหลันไม่ใช่ตลาดสด แต่เป็น "ร้านสหกรณ์ใหญ่ประจำอำเภอ" กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเมื่อผลักเปิดเข้าไป พนักงานหนุ่มสาวในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าเงยหน้าขึ้นมองด้วยหางตา ก่อนจะกลับไปสนใจสมุดบัญชีตรงหน้าตามเดิม การแต่งกายของหลี่จูหลันและเสี่ยวเป่าไม่ได้ดูร่ำรวย แต่ก็สะอาดสะอ้านและมีเงินสดซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อพอที่จะทำให้พวกเขามีสิทธิ์พูดคุย "สวัสดีครับ ผมต้องการดูจักรยานครับ" หลี่จูหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง พนักงานสาวคนหนึ่งชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะผายมือไปยังมุมห้องที่จัดแสดงจักรยานยี่ห้อดัง ที่มุมนั้น จักรยานเหล็กกล้าสีดำสนิท โครงสร้างแข็งแกร่ง บังโคลนเงางาม และมีตราสัญลักษณ์นกกระเรียนทองคำประทับอยู่เด่นชัด—จักรยาน "ฟีนิกซ์" (Phoenix) ในตำนาน สินค้าฟุ่มเฟือยที่ทุกครัวเรือนในยุคนี้ปรารถนาจะมีไว้ครอบครอง มากกว่าการมีโทรทัศน์เสียอีก เสี่ยวเป่าอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง เด็กชายเดินเข้าไปใกล้จักรยานคันนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ราวกับกลัวว่าแตะต้องแล้วมันจะสลายหายไป มือเล็กเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่โครงเหล็กเย็นเฉียบ "แม่ครับ... นี่มัน... จักรยานจริงๆ ด้วยครับ" เสี่ยวเป่าหันมามองหน้าหลี่จูหลัน เสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น "พ่อเคยบอกว่าคนในเมืองใหญ่เท่านั้นที่มี..." "พ่อของลูกพูดถูกส่วนหนึ่งครับ แต่ตอนนี้แม่ของลูกก็มีความสามารถพอที่จะซื้อมันเหมือนกัน" หลี่จูหลันยิ้มละมุน นางหันไปหาพนักงานขาย "คันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ รวมตั๋วอุตสาหกรรมด้วยใช่ไหมครับ" พนักงานสาวตาโตขึ้นทันทีเมื่อเห็นท่าทีเยือกเย็นและกระเป๋าเงินที่ถูกเปิดออก นางรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้นทันที "อ๋อ... จักรยานฟีนิกซ์รุ่นนี้ราคา 150 หยวนครับ กับตั๋วอุตสาหกรรมอีก 3 ใบครับ..." แม้ราคานี้จะแทบเทียบเท่าเงินเดือนของคนงานในโรงงานหลายเดือน แต่สำหรับหลี่จูหลันที่มีมิติห้างสรรพสินค้าและรายได้จากการค้าขายลับๆ เงินจำนวนนี้ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงเลยแม้แต่น้อย นางหยิบธนบัตรและตั๋วออกมาวางลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ลังเล เสียงนับเงินดังกรอบแกรบเรียกสายตาอิจฉาริษยาจากผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูได้เป็นอย่างดี เสี่ยวเป่ากระโดดโลดเต้นจนลืมตัว เมื่อพนักงานเข็นจักรยานคันใหญ่เกียรติยศออกมาส่งให้ เด็กน้อยรีบวิ่งวนรอบคัน รอยยิ้มกว้างจนถึงใบหูปรากฏบนใบหน้าผอมตอบนั้น มันคือภาพความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้ ทว่า... ความสุขของเสี่ยวเป่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ "เอาล่ะครับ เป้าหมายต่อไป... ไปแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า" หลี่จูหลันจูงมือเด็กชายที่ยังคงละสายตาจากจักรยานไม่ได้เดินลึกเข้าไปข้างใน เป้าหมายที่สองคือ "วิทยุทรานซิสเตอร์" เครื่องสีดำทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด ที่สามารถรับฟังข่าวสารและเสียงเพลงจากสถานีวิทยุปักกิ่งได้ ในยุคที่ความบันเทิงหายาก วิทยุเครื่องนี้เปรียบเสมือนหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกสู่โลกภายนอก เมื่อพนักงานหยิบวิทยุเครื่องใหม่เอี่ยมออกจากกล่องกระดาษสีน้ำตาล เสี่ยวเป่าก็แทบจะกลั้นหายใจ หลี่จูหลันจัดการจ่ายเงินและแลกถ่านไฟฉายขนาดใหญ่มาอีกสองก้อนอย่างใจถึง เมื่อกลับมาถึงบ้านพักในค่ายทหารช่วงบ่ายแก่ๆ จักรยานฟีนิกซ์ถูกเข็นเข้ามาจอดไว้กลางห้องโถงอย่างภาคภูมิใจ ส่วนวิทยุเครื่องใหม่ถูกวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างทะนุถนอม เสียงคลื่นวิทยุดังซ่าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับจนชัดเจน เสียงเพลงบรรเลงยุค 70 ดังคลอไปทั่วบ้านหลังเล็ก สร้างบรรยากาศอบอุ่นที่ตระกูลหลี่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายปี เสี่ยวเป่านั่งกอดเข่าอยู่ใกล้ๆ วิทยุ สลับกับวิ่งไปลูบเบาะจักรยานด้วยความตื่นเต้น ดีใจจนเนื้อเต้น นัยน์ตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาที่มีต่อมารดาเลี้ยงคนนี้จนหมดหัวใจ ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของแม่สามีจาง ที่คงจะตาดีได้ยินข่าวลือเรื่องแม่ลูกคู่นี้ซื้อของชิ้นใหญ่เข้าบ้าน จึงรีบแจ้นมาหวังจะตอดเล็กตอดน้อย "หลี่จูหลัน! นังตัวดี เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อจักรยานและวิทยุแพงระยับขนาดนี้! แกแอบซ่อนเงินผัวฉันไว้ใช่ไหม!" หลี่จูหลันวางช้อนในมือลง ใบหน้างามฉายแววเยือกเย็นปนความรำคาญเล็กน้อย นางหันไปมองเสี่ยวเป่าที่เริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว นางย่อตัวลงลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ "เสี่ยวเป่า ไม่ต้องกลัวครับ นั่งฟังเพลงรอแม่ตรงนี้นะครับ..." นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ ไปปลดกลอนประตูด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังรอต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ ทั้งที่อีกฝ่ายกำลังยืนแยกเขี้ยวรออยู่หน้าบ้าน ประตูเปิดออก ปะทะกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของแม่สามีจางที่อ้าปากเตรียมจะแผדเสียงด่าทอ แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาของแม่สามีเหลือบไปเห็นเงาของจักรยานฟีนิกซ์และเสียงวิทยุด้านใน คำด่าทั้งหมดก็กลืนกลับลงคอแทบไม่ทัน "แก..." แม่สามีจางเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก "อุ๊ย คุณแม่มาพอดีเลยครับ..." หลี่จูหลันแย้มยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งไส "กำลังคิดอยู่พอดีว่าอยากจะชวนมาลองนั่งจักรยานคันใหม่สักรอบ... แต่เกรงว่าสังขารอย่างคุณแม่ จะไม่มีปัญญาแม้แต่จะปีนขึ้นขี่น่ะสิครับ" ------------------------------------------------------------------------ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความสุขไปพร้อมกับความสนุกในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%