ธนบัตรปึกหนาในมือของหลี่จูหลันมีน้ำหนักที่สร้างความอุ่นใจได้อย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่เศษกระดาษสีทึบ แต่คือหยาดเหงื่อ แรงกาย และกลิ่นหอมกรุ่นของเต้าหู้ทอดกับบะหมี่สูตรพิเศษที่นางบรรจงปรุงขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมา
"แม่ครับ... เงินพวกนี้ จะเอาไปซื้ออะไรหรือครับ ทำไมมันถึงได้เยอะแยะขนาดนี้ล่ะครับ"
เสียงเล็กๆ ของเสี่ยวเป่าดังขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆ เด็กน้อยนั่งยองๆ อยู่ข้างกองฟืน มองดูมารดาผู้เปลี่ยนไปราวกับคนละคนด้วยความทึ่ง แก้มที่เคยตอบตอบเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นจากการถูกขุนด้วยอาหารรสเลิศติดต่อกันหลายวัน มือเล็กๆ กำชายเสื้อของนางไว้แน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
หลี่จูหลันย่อตัวลง วางธนบัตรลงในกระเป๋าผ้าอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มของเด็กชายด้วยความหมั่นเขี้ยว
"วันนี้พวกเราจะไปอำเภอ, เสี่ยวเป่าอยากได้อะไรเป็นพิเศษไหมครับ" นางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตากวาดมองรอบห้องครัวที่ตอนนี้สะอาดสะอ้านและเต็มไปด้วยเสบียงสำรอง
"อำเภอหรือครับ! ไกลมากเลยนะแม่..." เสี่ยวเป่าอุทาน ตาโตเป็นไข่ห่าน แต่แล้วประกายความดีใจก็วาบขึ้นในแววตา "ผม... ผมไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรอครับ ขอแค่ได้กินซาลาเปาเนื้อของแม่ทุกวันก็พอแล้วครับ"
คำตอบแสนซื่อและถ่อมตัวของเด็กชายทำให้หัวใจของอดีตเชฟสาวยุค 21 กระตุกวูบ ความไร้เดียงสาที่ถูกกดขี่มานานทำให้เด็กคนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะมีความฝัน หลี่จูหลันยิ้มบางๆ สายตาทอประกายเด็ดเดี่ยว วันนี้แหละ นางจะทำให้เด็กน้อยคนนี้กลายเป็นเด็กที่อิจฉาที่สุดในหมู่บ้าน
การเดินทางสู่ตัวอำเภอในยุค 70 มิใช่เรื่องสะดวกสบาย รถโดยสารประจำทางประจำตำบลอัดแน่นไปด้วยผู้คน กลิ่นอับของเหงื่อ ฝุ่นละออง และสัมภาระคละคลุ้งไปทั่ว แต่หลี่จูหลันกลับไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจ นางกุมมือเสี่ยวเป่าแน่นตลอดทาง คอยระแวดระวังไม่ให้เบียดเสียดกับฝูงชนจนเกินไป
เมื่อเท้าแตะพื้นถนนลาดยางในตัวอำเภอ กลิ่นอายความเจริญระดับเริ่มต้นก็ปะทะเข้าจมูก อาคารพาณิชย์ชั้นเดียวเรียงราย ร้านสหกรณ์รัฐวิสาหกิจที่มีป้ายตัวอักษรสีแดงเด่นชัด และผู้คนที่เดินขวักไขว่ด้วยเสื้อผ้าโทนสีเข้ม
เป้าหมายแรกของหลี่จูหลันไม่ใช่ตลาดสด แต่เป็น "ร้านสหกรณ์ใหญ่ประจำอำเภอ"
กระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งเมื่อผลักเปิดเข้าไป พนักงานหนุ่มสาวในชุดยูนิฟอร์มสีฟ้าเงยหน้าขึ้นมองด้วยหางตา ก่อนจะกลับไปสนใจสมุดบัญชีตรงหน้าตามเดิม การแต่งกายของหลี่จูหลันและเสี่ยวเป่าไม่ได้ดูร่ำรวย แต่ก็สะอาดสะอ้านและมีเงินสดซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อพอที่จะทำให้พวกเขามีสิทธิ์พูดคุย
"สวัสดีครับ ผมต้องการดูจักรยานครับ" หลี่จูหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง พนักงานสาวคนหนึ่งชำเลืองมองนางแวบหนึ่ง ก่อนจะผายมือไปยังมุมห้องที่จัดแสดงจักรยานยี่ห้อดัง
ที่มุมนั้น จักรยานเหล็กกล้าสีดำสนิท โครงสร้างแข็งแกร่ง บังโคลนเงางาม และมีตราสัญลักษณ์นกกระเรียนทองคำประทับอยู่เด่นชัด—จักรยาน "ฟีนิกซ์" (Phoenix) ในตำนาน สินค้าฟุ่มเฟือยที่ทุกครัวเรือนในยุคนี้ปรารถนาจะมีไว้ครอบครอง มากกว่าการมีโทรทัศน์เสียอีก
เสี่ยวเป่าอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง เด็กชายเดินเข้าไปใกล้จักรยานคันนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ราวกับกลัวว่าแตะต้องแล้วมันจะสลายหายไป มือเล็กเอื้อมออกไปแตะเบาๆ ที่โครงเหล็กเย็นเฉียบ
"แม่ครับ... นี่มัน... จักรยานจริงๆ ด้วยครับ" เสี่ยวเป่าหันมามองหน้าหลี่จูหลัน เสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น "พ่อเคยบอกว่าคนในเมืองใหญ่เท่านั้นที่มี..."
"พ่อของลูกพูดถูกส่วนหนึ่งครับ แต่ตอนนี้แม่ของลูกก็มีความสามารถพอที่จะซื้อมันเหมือนกัน" หลี่จูหลันยิ้มละมุน นางหันไปหาพนักงานขาย "คันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ รวมตั๋วอุตสาหกรรมด้วยใช่ไหมครับ"
พนักงานสาวตาโตขึ้นทันทีเมื่อเห็นท่าทีเยือกเย็นและกระเป๋าเงินที่ถูกเปิดออก นางรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้นทันที "อ๋อ... จักรยานฟีนิกซ์รุ่นนี้ราคา 150 หยวนครับ กับตั๋วอุตสาหกรรมอีก 3 ใบครับ..."
แม้ราคานี้จะแทบเทียบเท่าเงินเดือนของคนงานในโรงงานหลายเดือน แต่สำหรับหลี่จูหลันที่มีมิติห้างสรรพสินค้าและรายได้จากการค้าขายลับๆ เงินจำนวนนี้ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงเลยแม้แต่น้อย นางหยิบธนบัตรและตั๋วออกมาวางลงบนเคาน์เตอร์อย่างไม่ลังเล เสียงนับเงินดังกรอบแกรบเรียกสายตาอิจฉาริษยาจากผู้คนรอบข้างที่ยืนมุงดูได้เป็นอย่างดี
เสี่ยวเป่ากระโดดโลดเต้นจนลืมตัว เมื่อพนักงานเข็นจักรยานคันใหญ่เกียรติยศออกมาส่งให้ เด็กน้อยรีบวิ่งวนรอบคัน รอยยิ้มกว้างจนถึงใบหูปรากฏบนใบหน้าผอมตอบนั้น มันคือภาพความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้
ทว่า... ความสุขของเสี่ยวเป่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้
"เอาล่ะครับ เป้าหมายต่อไป... ไปแผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า" หลี่จูหลันจูงมือเด็กชายที่ยังคงละสายตาจากจักรยานไม่ได้เดินลึกเข้าไปข้างใน
เป้าหมายที่สองคือ "วิทยุทรานซิสเตอร์" เครื่องสีดำทรงสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัด ที่สามารถรับฟังข่าวสารและเสียงเพลงจากสถานีวิทยุปักกิ่งได้ ในยุคที่ความบันเทิงหายาก วิทยุเครื่องนี้เปรียบเสมือนหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดออกสู่โลกภายนอก
เมื่อพนักงานหยิบวิทยุเครื่องใหม่เอี่ยมออกจากกล่องกระดาษสีน้ำตาล เสี่ยวเป่าก็แทบจะกลั้นหายใจ หลี่จูหลันจัดการจ่ายเงินและแลกถ่านไฟฉายขนาดใหญ่มาอีกสองก้อนอย่างใจถึง เมื่อกลับมาถึงบ้านพักในค่ายทหารช่วงบ่ายแก่ๆ จักรยานฟีนิกซ์ถูกเข็นเข้ามาจอดไว้กลางห้องโถงอย่างภาคภูมิใจ ส่วนวิทยุเครื่องใหม่ถูกวางไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างทะนุถนอม
เสียงคลื่นวิทยุดังซ่าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรับจนชัดเจน เสียงเพลงบรรเลงยุค 70 ดังคลอไปทั่วบ้านหลังเล็ก สร้างบรรยากาศอบอุ่นที่ตระกูลหลี่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในรอบหลายปี
เสี่ยวเป่านั่งกอดเข่าอยู่ใกล้ๆ วิทยุ สลับกับวิ่งไปลูบเบาะจักรยานด้วยความตื่นเต้น ดีใจจนเนื้อเต้น นัยน์ตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาที่มีต่อมารดาเลี้ยงคนนี้จนหมดหัวใจ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของแม่สามีจาง ที่คงจะตาดีได้ยินข่าวลือเรื่องแม่ลูกคู่นี้ซื้อของชิ้นใหญ่เข้าบ้าน จึงรีบแจ้นมาหวังจะตอดเล็กตอดน้อย
"หลี่จูหลัน! นังตัวดี เปิดประตูเดี๋ยวนี้! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อจักรยานและวิทยุแพงระยับขนาดนี้! แกแอบซ่อนเงินผัวฉันไว้ใช่ไหม!"
หลี่จูหลันวางช้อนในมือลง ใบหน้างามฉายแววเยือกเย็นปนความรำคาญเล็กน้อย นางหันไปมองเสี่ยวเป่าที่เริ่มตัวสั่นด้วยความกลัว นางย่อตัวลงลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
"เสี่ยวเป่า ไม่ต้องกลัวครับ นั่งฟังเพลงรอแม่ตรงนี้นะครับ..."
นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ ไปปลดกลอนประตูด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังรอต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ ทั้งที่อีกฝ่ายกำลังยืนแยกเขี้ยวรออยู่หน้าบ้าน
ประตูเปิดออก ปะทะกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโลภของแม่สามีจางที่อ้าปากเตรียมจะแผדเสียงด่าทอ แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาของแม่สามีเหลือบไปเห็นเงาของจักรยานฟีนิกซ์และเสียงวิทยุด้านใน คำด่าทั้งหมดก็กลืนกลับลงคอแทบไม่ทัน
"แก..." แม่สามีจางเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าปาก
"อุ๊ย คุณแม่มาพอดีเลยครับ..." หลี่จูหลันแย้มยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งไส "กำลังคิดอยู่พอดีว่าอยากจะชวนมาลองนั่งจักรยานคันใหม่สักรอบ... แต่เกรงว่าสังขารอย่างคุณแม่ จะไม่มีปัญญาแม้แต่จะปีนขึ้นขี่น่ะสิครับ"
------------------------------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสชาติความสุขไปพร้อมกับความสนุกในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 22
ซื้อจักรยานและวิทยุ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!