“คุณ... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
คำถามนั้นหลุดรอดจากริมฝีปากของหานเฟิง ไม่ใช่เพราะความยินดี แต่เป็นความประหลาดใจที่เกือบจะซ่อนไว้ไม่อยู่ ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีย์ของนายทหารหนุ่มกวาดมองร่างของภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าหล่อนเป็นเพียงหญิงสาวน่ารำคาญที่แต่งเข้ามาตามคำสั่งของผู้ใหญ่ แต่ภาพตรงหน้ากลับไม่ใช่หลี่จูหลันคนเดิมที่เอาแต่วีรกรรมโวยวายและทุบตีเด็กน้อยในปกครอง
กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและน้ำมันหมูที่คั่วจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วห้องครัวคับแคบนี้ มันรุนแรงเสียจนต่อมรับรสของชายหนุ่มที่เพิ่งผ่านการฝึกภาคสนามอย่างหนักหน่วงถึงกับส่งเสียงประท้วงในลำคอ
หลี่จูหลันชะงักมือที่กำลังถือตะหลิวไม้ไผ่ หญิงสาวหันกลับมาสบตากับสามีผู้ซึ่งมีรูปร่างสูงใหญ่ บ่ากว้างและแผ่นอกหนาภายใต้เสื้อกั๊กสีเขียวทหารที่เปรอะฝุ่นเล็กน้อย ความทรงจำในร่างเดิมผุดขึ้นมาในหัว ร่างนี้หวาดกลัวสามีคนนี้นักหนาเพราะเขาเย็นชาและแทบไม่เคยชายตาแล แต่สำหรับเชฟมือทองจากศตวรรษที่ 21 อย่างเธอ... ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สามีที่น่ากลัว แต่เป็น ‘วัตถุดิบชั้นดี’ ที่ควรค่าแก่การขุนให้มีเนื้อมีหนังต่างหาก
“เพิ่งกลับมาถึงครับ มองหน้าผมแบบนั้น มีปัญหาอะไรกับอาหารในกระทะหรือไง” หลี่จูหลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความท้าทายเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองสามีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพินิจพิจารณา
หานเฟิงขมวดคิ้วมุ่น ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ เขาสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวภรรยา แววตาของหล่อนไม่มีความหวาดกลัวหรือความเว้าวอนขอความรักเหมือนแต่ก่อน กลับกัน มันเต็มไปด้วยความมั่นใจ ประกายระยิบระยับของความฉลาดเฉลียวที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังฉายชัดอยู่ในดวงูคู่นั้น
ก่อนที่บรรยากาศจะตึงเครียดไปมากกว่าเดิม เสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นมาจากมุมห้อง เสี่ยวเป่าที่หลบอยู่หลังตู้ไม้เก่าๆ กำลังกลืนน้ำลายเอื้อมมือจับท้องตัวเองด้วยความหิวโหย ดวงตากลมโตของเด็กน้อยมองมาที่กระทะผักกาดขาวใส่ไข่ด้วยความอาลัยอาวรณ์
หลี่จูหลันถอนหายใจเบาๆ เธอยกย่องความจริงที่ว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง และเด็กน้อยคนนี้คือเป้าหมายแรกในการสร้างฐานเสียงในบ้านหลังนี้
“เสี่ยวเป่า ออกมานี่สิครับมายืนหลบอะไรตรงนั้น” น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเอ่ยกับเด็กชาย
เสี่ยวเป่าสะดุ้งโหยงด้วยความหวาดระแวงตามสัญชาตญาณของการถูกทำร้ายทุบตีมานาน แต่กลิ่นหอมของอาหารกลับมีอานุภาพมากกว่าความกลัว เด็กชายค่อยๆ ก้าวเท้าทีละน้อย สายตาหวาดระแวงเหลือบมองพ่อของตนที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่ข้างประตู หานเฟิงเห็นดังนั้นจึงขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้ลูกชายเดินเข้าไปใกล้แม่เลี้ยง
เมื่อเห็นเด็กน้อยเดินมาใกล้ หลี่จูหลันก็ตักผักกาดผัดไข่ร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องบิ่นๆ จนพูน เธอยื่นตะเกียบให้เด็กชาย “ลองชิมดูครับ ยังร้อนอยู่นะ เป่าให้ดีๆ ล่ะ”
เสี่ยวเป่ารับตะเกียบด้วยมือสั่นเทา เขานำเข้าปากด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ทว่าทันทีที่รสชาติกลมกล่อม หวานธรรมชาติของผักกาดผัดเข้ากันได้ดีกับความมันนุ่มของไข่กระจายซ่านไปทั่วลิ้น ดวงตาของเด็กน้อยก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความอร่อยที่ไมเคยสัมผัสมาตลอดชีวิตทำให้เสี่ยวเป่าเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างลืมตัว แก้มป่องขึ้นจนน่าเอ็นดู
“อร่อยไหมครับ?” หลี่จูหลันถามพลางอมยิ้ม
“อร่อย... อร่อยที่สุดในโลกเลยครับแม่!” เสี่ยวเป่าเผลอหลุดปากเรียกคำว่า ‘แม่’ ออกมาอย่างลืมตัว ร่างเล็กๆ สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อพูดจบด้วยความตกใจกลัวว่าตนเองจะทำผิดและโดนตีเหมือนเคย แต่หลี่จูหลันกลับไม่ได้ดุด่า หล่อนเพียงแต่เอื้อมมือไปลูบศีรษะเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
หานเฟิงยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจที่ด้านชามานานหลายปีของนายทหารหนุ่มราวกับถูกค้อนอุ่นๆ ทุบเบาๆ ความสัมพันธ์ระหว่างแม่เลี้ยงและลูกชายที่เขาเคยหนักใจ บัดนี้กลับเปลี่ยนไปราวกับพลิฝ่ามือ
“คุณเองก็กินด้วยสิครับ ยืนเป็นเสาเรือนอยู่ได้” หลี่จูหลันหันมาเลิกคิ้วใส่สามี น้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้แกมเอ็นดู “หรือว่าอาหารบ้านๆ แบบนี้ไม่ถูกปากนายทหารผู้ยิ่งใหญ่กันล่ะครับ”
หานเฟิงแค่นเสียงในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเดินเข้าประชิดโต๊ะไม้ตัวเล็ก “ภรรยาทำทั้งที ต่อให้เป็นพิษผมก็ต้องกิน”
คำพูดประชดประชันนั้นไม่ได้ทำให้หลี่จูหลันสะทกสะท้าน หล่อนเพียงแต่แค่นยิ้มมุมปาก ก่อนจะตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่ชามยื่นให้เขา ทว่าในจังหวะนั้นเอง... ขณะที่ปลายนิ้วของทั้งคู่เฉียดผ่านกัน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็แล่นแปลบเข้ามาในสมองของหลี่จูหลัน
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณประหลาดดังก้องขึ้นในหัวของหญิงสาว พร้อมกับม่านหมอกสีขาวขุ่นที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าสายตาของเธอเพียงผู้เดียว
【ระบบมิติห้างสรรพสินค้าซูเปอร์สโตร์ (ศตวรรษที่ 21) ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ 100%】
【ตรวจพบพลังงานจิตสำนึกของเจ้าของสิทธิ์: เชฟหลี่จูหลัน】
【คลังสินค้าอัจฉริยะ: ปลดล็อกโซนวัตถุดิบพรีเมียม, โซนเครื่องปรุงรสหายาก, และโซนเครื่องใช้ไฟฟ้าแรงดันสูง】
หัวใจของหลี่จูหลันเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น มิติห้างสรรพสินค้าที่เธอคิดว่าสูญหายไปตอนทะลุมิติ แท้จริงแล้วมันตามติดวิญญาณเธอมาด้วย! ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนอดอยากและตั๋วอาหารคือสิ่งล้ำค่า แต่เธอกลับมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดมหึมาที่บรรจุเนื้อวัวเกรดเอ เนยสด นมวัว น้ำตาลทรายแดง และเครื่องเทศนับพันชนิดอยู่ในกำมือ!
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ชะตากรรมความยากจนข้นแค้นในยุค 70 นี้... คงจะสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะ
“มองผมแบบนั้น คุณกำลังคิดแผนร้ายอะไรอยู่ในหัวอีกรึเปล่า หลี่จูหลัน” หานเฟิงหรี่ตามองภรรยาอย่างรู้ทัน เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเลศนัยของหล่อน
“เปล่าสักหน่อยครับ...” หลี่จูหลันหัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความมั่งคั่ง “ผมแค่กำลังคิดว่า... เย็นนี้เราควรจะทำเมนูอะไรให้คุณกินดี เพื่อตอบแทนที่คุณอุตส่าห์ชมว่ากับข้าวฝีมือผมอร่อย”
พูดจบ หลี่จูหลันก็หมุนตัวกลับไปเตรียมเก็บกวาดครัว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จลังขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับมีคนจงใจจะพังมันให้พังคามือ
“หลี่จูหลัน! นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงแอบกินของดีในบ้านเงียบๆ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เดียวนี้นะ!”
เสียงแหลมสูงอันคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหานเฟิงแข็งค้างทันที ส่วนหลี่จูหลันกลับหรี่ตาลงอย่างเย็นชา... ตัวป่วนประจำบ้านมาเคาะประตูถึงถิ่นแล้ว และเธอก็พร้อมจะต้อนรับแม่สามีจอมแสบคนนี้ด้วย ‘ของขวัญชิ้นพิเศษ’ จากในมิติเช่นกัน!
ติดตามตอนต่อไป... พรุ่งนี้เวลาเดิมนะครับ รี้ดเดอร์ทุกท่าน!
(ขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มีให้ "กาแฟโบราณแก้วโต" เสมอนะครับ)
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 2
เปิดกล่องสมบัติมิติ
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!