"ถ้าแกยังกล้าตบตีเสี่ยวเป่าอีกครั้งเดียว ฉันจะไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้มาเขียนหนังสือหย่า แล้วไसหัวแกออกจากตระกูลหานซะ!"
เสียงตวาดแหบแห้งแต่แฝงไว้ด้วยความเกลียดชังระดับกระดูกดำดังลั่นทะลุผนังดินเหนียวที่ผุกร่อนเข้ามาในโสตประสาท หลี่จูหลันขมวดคิ้วมุ่น ความมึนงงและอาการปวดแปลบราวกับสมองถูกแยกส่วนแล่นพล่านไปทั่วกะโหลกศีรษะ กลิ่นอับชื้นของฟางข้าวเก่าๆ และกลิ่นควันไฟจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศที่ค่อนข้างหนดทึบ
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน... เธอกำลังตรวจสอบสต็อกวัตถุดิบระดับพรีเมียมในห้องครัวของภัตตาคารห้าดาวอยู่แท้ๆ เหตุใดจึงมารู้สึกเหมือนนอนอยู่บนพื้นดินแข็งๆ ที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงเช่นนี้
"นังตัวดี! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง! ลูกฉันส่งเงินมาให้แกกินดีอยู่ดี แต่แกกลับผลาญเสบียงจนหมด แถมยังกล้ารังแกเด็กไม่มีพ่อมีแม่คนนี้อีก!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของ "แม่สามีจาง" ดังขึ้นอีกระลอก พร้อมกับแรงกระชากที่ผ้าห่มเก่าขาดวิ่นจนร่างของจูหลันต้องขยับตามแรงดึง ดวงตาเรียวรีคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยสัญชาตญาณนักสู้ ผนังดินดิบ หน้าต่างไม้ไผ่ผุๆ และแสงแดดที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคามุงจาก เข้ามาตกกระทบลงบนพื้นดินที่อัดแน่นจนแข็ง
*ทะลุมิติ... เข้ามาอยู่ในนิยายยุค 70 จริงๆ สินะ*
ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในสมองดั่งกระแสน้ำป่า หลี่จูหลัน เชฟสาวมือทองจากศตวรรษที่ 21 ที่เพิ่งด่ากราดลูกค้าปากเสียในโลกก่อน บัดนี้ได้เข้ามาสิงร่างของ "หลี่จูหลัน" ภรรยาใหม่ของทหารหนุ่มผู้เย็นชา นางเป็นคนเกียจคร้าน ปากจัด และมักระบายความอัดอั้นตันใจจากการที่สามีไม่ยอมกลับบ้านลงที่ "เสี่ยวเป่า" เด็กชายวัยหวิดเจ็ดขวบผู้เป็นลูกติดของสามี
"แม่... อย่าตีแม่เลยครับ ผมกลัวแล้ว..."
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปนหวาดกลัวดังมาจากมุมห้อง มืดสลัว ร่างเล็กผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้งขดตัวอยู่ข้างตู้ไม้เก่าๆ สภาพเนื้อตัวมอมแมม ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตา แก้มตอบซูบผอมจนน่าเวทนา นั่นคือเสี่ยวเป่า ลูกเลี้ยงที่ร่างเดิมมักจะใช้ไม้เรียวฟาดฟันยามอารมณ์ไม่ดี
จูหลันมองเด็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจของเชฟสาวผู้เติบโตมาจากการต่อสู้ด้วยลำแข้งตัวเองกระตุกวูบ ความรุนแรงต่อเด็กคือสิ่งที่เธอนั้นเกลียดชังที่สุด แต่ร่างนี้กลับทำมันลงไปเสียแล้ว
"ยังจะมีหน้ามาทำสายตาแข็งกร้าวใส่ฉันอีกเรอะ!" แม่สามีจางเห็นลูกสะใภ้นิ่งเงียบไม่ยอมเถียงดังเช่นเคย ก็ยิ่งได้ใจ นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนสักฉาดให้หายแค้น
*เพียะ!*
เสียงตบกระทบอากาศดังขึ้น ทว่า... มันไม่ใช่เสียงที่กระทบลงบนใบหน้าของจูหลัน
หญิงสาวร่างระหงคว้าข้อมือเหี่ยวย่นของแม่สามีไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบจากนิ้วเรียวที่ผ่านการถือมีดทำครัวมานับทศวรรษทำเอาแม่สามีจางถึงกับหน้าเหเกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง นางไม่คาดคิดว่านังสะใภ้ขี้ขลาดตาขาวคนนี้จะกล้าจับมือถือแขนตน
"แก... นังสารเลว กล้าดียังไงมาจับมือฉัน!" แม่สามีจางหวีดร้องลั่น พยายามสะบัดออกแต่ราวกับถูกคีมเหล็กหนีบไว้
หลี่จูหลันค่อยๆ พยุงร่างระโหยโรยแรงของตนลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายนี้จะขาดสารอาหารจนหน้ามืดวิงเวียน แต่วิญญาณข้างในกลับลุกโชนไปด้วยความดุดันและเยือกเย็น นางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเก่าๆ ออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะจ้องมองแม่สามีด้วยแววตานิ่งสนิทที่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องผถ่าถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าไม่อยากให้มือเหี่ยวน่นข้างนี้หักคามือฉัน... ก็หุบปากเน่าๆ ของคุณซะ" น้ำเสียงนุ่มทุบแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนแม่สามีจางรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"แก... แกกล้าขู่ฉันหรอ! อีเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า..."
"ฉันจะไม่มีหัวนอนปลายเท้าแล้วยังไง? แต่ตอนนี้บ้านหลังนี้ข้าวสารสักเมล็ดก็ไม่มีกรอกหม้อ น้ำมันสักหยดก็ระเหยไปหมดแล้ว ถ้าฉันยังต้องทนฟังเสียงแหลมๆ ของคุณด่าทอตั้งแต่เช้าตรู่แบบนี้ เกรงว่าพวกเราคงได้อดตายกันหมดก่อนที่สามีทหารของคุณจะส่งเงินมาให้อีกรอบกระมัง"
จูหลันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงฉะฉานไม่ไว้หน้าใคร นางเดินเข้าไปใกล้จนแม่สามีต้องผถ่าถอยกรูด เสี่ยวเป่าที่นั่งซุกตัวอยู่มุมห้องถึงกับอ้าปากค้าง ลืมร้องไห้ไปชั่วขณะเมื่อเห็นแม่เลี้ยงคนใหม่เปลี่ยนไปราวคนละคน
"แก... แกกล้าว่าฉันหรอ!" แม่สามีจางชี้หน้าสั่นด้วยความโกรธจัด
"ถ้าไม่อยากอดตายก็เงียบปาก แล้วไสหัวออกไปจากครัวซะ" จูหลันเอ่ยเสียงเฉียบขาด นางกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวที่ว่างเปล่า มีเพียงแป้งข้าวโพดเก่าๆ ก้นถุงกับผักกาดดองเหี่ยวๆ สองหัว
ในฐานะเชฟมือทองระดับท็อป นี่คือสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดในชีวิต แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เกินความสามารถ หากมี "สิ่งนั้น" อยู่...
จูหลันหลบสายตาผู้เป็นแม่สามีที่วิ่งหนีออกไปฟ้องชาวบ้านด้วยความโมโห นางแสร้งทำเป็นเดินไปปิดประตูไม้ให้สนิท ก่อนจะนึกถึง "มิติห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่" ที่ติดตามวิญญาณนางข้ามภพมาด้วย เพียงแค่คิดในใจ... ห้างสรรพสินค้าปลอดภาษีขนาดมหึมาที่มีสินค้าครบวงจรตั้งแต่เนื้อวากิวเกรดเอ เครื่องปรุงรสเลิศรส ไปจนถึงวัตถุดิบสดใหม่นับหมื่นรายการก็ปรากฏขึ้นในจิตนาการ
มุมปากของเชฟสาวกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ในเมื่อโชคชะตาโยนให้นางมาอยู่ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ นางก็จะใช้ฝีมือปลายจวักและมิติล้ำยุคนี้แหละ สร้างอาณาจักรธุรกิจร้านอาหารขึ้นมาให้สะเทือนเลื่อนลั่น
จูหลันหยิบเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงาม น้ำตาลทรายแดงคุณภาพเยี่ยม และเครื่องเทศหอมกรุ่นจากในมิติออกมาวางบนเขียงไม้เก่าๆ กลิ่นหอมจางๆ ของเนื้อสดลอยอบอวลขึ้นมาตัดกับกลิ่นอับของกระท่อมทันที
ท้องของเสี่ยวเป่าส่งเสียงร้อง "โครกคราก" ดังลั่น เด็กน้อยกลืนน้ำลายเอื้อมมือเล็กๆ มาจับชายเสื้อของนางเบาๆ ด้วยความหวาดกลัวปนอยากรู้อยากเห็น
"หิ้วท้องรอสินะ... ดี วันนี้ฉันจะทำให้รู้ว่าฝีมือของแม่เลี้ยงคนนี้มันน่ากลัวแค่ไหน" จูหลันหันไปมองเด็กชายด้วยแววตาที่อ่อนลงเล็กน้อย นางจัดการหั่นหมูสามชั้นเป็นชิ้นพอดีคำ เตรียมตั้งกระทะเหล็กขึ้นบนเตาไฟเก่า
ไม่นานนัก กลิ่นหอมหวานเค็มของน้ำตาลที่เคี่ยวกับน้ำมันหมูจนเป็นสีคาราเมล ก็เริ่มส่งกลิ่นอบอวลฟุ้งกระจายทะลุรอยแตกของฝาผนังบ้านออกไปสู่ลานหมู่บ้านข้างนอก กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว" สูตรลับเฉพาะตัวเริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปมา
ทว่า... ในจังหวะที่ควันหอมกรุ่นกำลังลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าสีคราม เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูกระท่อมดิน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันจากการเดินทางไกล
ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง...
หานเฟิง สามีผู้เยือกเย็นและไม่เคยสนใจไยดีภรรยาคนนี้ ยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลี่จูหลันที่กำลังถือตะหลิวผัดอาหารอยู่หน้าเตา พร้อมกับกลิ่นหอมตลบอบอวลที่ทำให้เขาถึงกับชะงักงันไปชั่วลมหายใจ...
ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 1
ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!