ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 4

ประกาศแยกบ้านครั้งใหญ่

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าบ้านหลังนี้มันคับแคบนัก จนคนแก่ปากมากบางคนต้องคอยเดินเที่ยวประกาศประจานความอัปยศของลูกสะใภ้ให้คนทั้งหมู่บ้านฟังทุกวัน... งั้นเราก็มา "แยกบ้าน" กันให้มันจบๆ ไปเสียเถอะครับ!" เสียงหวานใสที่กังวานก้องราวกับระฆังเงิน ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสความเฉียบขาดดุดันดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวยามวิกาล ตัดผ่านเสียงจิ้งจอกร้องระงมและเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอกบ้านตระกูลหานได้อย่างสิ้นเชิง รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่จูหลันที่เคยแข็งค้างไปในเสี้ยววินาทีเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดั่งใบมีด เธอไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว ยามเมื่อเงาร่างท้วมใหญ่ของแม่สามีจางก้าวเข้ามาหยุดยืนประจันหน้า พร้อมกับเสียงกระแทกระทั่งถังน้ำไม้ในมือที่แสดงถึงความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด "นัง... นังสารเลว! แกกล้าดียังไงถึงพูดจาอวดดีแบบนี้ออกมา!" แม่สามีจางกรีดเสียงแหลมสูงจนใบหน้าย่นยู่ยี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหลี่จูหลันสั่นระริก แก๊งป้าข้างบ้านที่แอบมาเกาะรั้วฟังข่าวลือต่างพากันสูดปากด้วยความตื่นเต้น ในยุคสมัยปี 70 ที่ความกตัญญูคือศีลธรรมอันสูงสุด การเอ่ยปากขอ "แยกบ้าน" ขณะที่พ่อสามียังมีชีวิตอยู่ และสามีซึ่งเป็นเสาหลักกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในค่ายทหาร ถือเป็นความอกตัญญูและเป็นรอยด่างพร้อยที่อาจทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งถูกสังคมประณามจนแทบไม่มีแผ่นดินกลบหน้า ทว่า หลี่จูหลันกลับเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ตอนที่เธอกำลังใช้สมาธิอยู่กับการตรวจสอบสต็อกสินค้าประเภทเครื่องปรุงรสคุณภาพสูงในมิติห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ เพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนบำรุงร่างกายให้เสี่ยวเป่าในวันรุ่งขึ้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงนินทาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายของแม่สามีที่ไปเที่ยวพูดกรอกหูชาวบ้านร้านตลาดก็ลอยเข้าหูมาเสียก่อน *‘นังสะใภ้บ้านฉันมันขี้เกียจสันหลังยาว ผลาญเสบียงแถมยังทำตัวสำส่อน!’* คำพูดพล่อยๆ เหล่านั้น แม้ร่างเดิมจะเคยอ่อนแอและยอมก้มหน้ารับกรรม แต่สำหรับหลี่จูหลัน เชฟสาวมือทองจากศตวรรษที่ 21 ผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจการแข่งขันระดับร้อยล้านมาแล้ว... คำดูถูกเหยียดหยามเหล่านี้เป็นได้แค่เสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนเท่านั้น! "ปากท่านบอกว่าข้าขี้เกียจผลาญเสบียง แต่ข้าวทุกเมล็ด น้ำทุกหยดที่ต้มกินกันในบ้านหลังนี้ ข้าเป็นคนหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเองตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ส่วนท่าน... นอกจากจะนอนอ้าปากรอรับผลประโยชน์แล้ว ยังขยันเดินไปคาบข่าวใส่ไข่ประจานคนในบ้านตัวเองให้ชาวบ้านหัวเราะเยาะสนุกปาก แบบนี้เขาเรียกว่า 'เสนียดจัญไร' ของตระกูลต่างหากเล่าครับคุณแม่สามี" หลี่จูหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกคำพูดกลับคมกริบราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ แม่สามีจางถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง ดวงเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่า นี่คือนังสะใภ้ขี้ขลาดตาขาวที่เคยแม้แต่จะสบตายังไม่กล้าคนเดิมจริงหรือ? "แก... แกกล้าด่าฉันเหรอ! ลูกชายฉันส่งเงินกลับมาให้บ้านเราตั้งเท่าไหร่ แกเอาเงินพวกนั้นไปซุกซ่อนไว้ที่ไหนหมด นังตัวดี! วันนี้ถ้าฉันไม่สั่งสอนให้แกสำนึกรู้คุณตระกูลหาน ฉันไม่ยอมชื่อจางแน่!" แม่สามีจางแผดเสียงโหยหวนพร้อมกับพุ่งเข้ามาหมายจะตะปบข่วนใบหน้าของหลี่จูหลันให้สะใจ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสี่ยวเป่า เด็กชายตัวน้อยที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย ก็วิ่งออกมาจากห้องนอนด้วยความหวาดกลัว สองมือเล็กๆ ควชายเสื้อผ้าของหลี่จูหลันไว้แน่น ร่างกายผอมแห้งสั่นเทาด้วยความกลัว "คุณย่า... อย่าตีแม่นะ... อย่ารังแกแม่..." เสียงเล็กๆ ที่แหบแห้งเอ่ยอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา ดวงตาของหลี่จูหลันไหววูบลงเล็กน้อย ความอบอุ่นที่เธอมีให้เด็กน้อยคนนี้เปลี่ยนเป็นเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง เธอโอบร่างเล็กของเสี่ยวเป่าไว้ในอ้อมแขนอย่างปกป้อง ก่อนจะก้าวเท้าสวนขึ้นไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้แม่สามีจางที่กำลังพุ่งเข้ามาต้องชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว "ถ้าท่านกล้าแตะต้องผมหรือลูกแม้แต่ปลายนิ้ว... ลองดูสิครับว่า 'ความลับ' เรื่องที่ท่านแอบเอาเงินค่าเสบียงของกองทัพที่ส่งมาให้เสี่ยวเป่าไปแอบซ่อนไว้ให้ลูกชายคนโปรดของท่านเอาไปเล่นการพนันที่อำเภอข้างๆ จะหลุดรอดไปถึงหูหัวหน้าหมู่บ้านเมื่อไหร่!" สิ้นคำพูดนั้น แม่สามีจางราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงทันทีในพริบตา ดวงตาลอกแลกด้วยความหวาดกลัว ความลับที่นางคิดว่าปิดมิดชิด เหตุใดนังสะใภ้คนนี้จึงล่วงรู้ได้! "แก... แกพูดเหลวไหลอะไร! อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!" แม่สามีจางเสียงสั่นระรัว "ผมจะพูดเหลวไหลหรือไม่ ท่านย่อมรู้แก่ใจดีที่สุดครับ" หลี่จูหลันยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า "ดังนั้น เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และเพื่อไม่ให้ท่านต้องเหนื่อยใจทนเห็นหน้า 'คนอกตัญญู' อย่างผมอีกต่อไป... วันนี้เรามาทำสัญญาแยกบ้านกันให้เรียบร้อย ท่านเอาส่วนของท่านไป ข้ากับเสี่ยวเป่าจะขอตัวไปตั้งเตาทำมาหากินใช้ชีวิตตามทางของเราเอง ไม่รบกวนสมบัติชิ้นไหนของตระกูลหานแม้แต่แดงเดียว!" คำประกาศแยกบ้านก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ฝูงชนที่แอบฟังอยู่ภายนอกรั้วต่างพากันส่งเสียงฮือฮากันยกใหญ่ ความกล้าหาญของหลี่จูหลันในค่ำคืนนี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนจนแทบไม่น่าเชื่อ ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด และแม่สามีจางกำลังอ้าปากค้างเตรียมจะโวยวายยกใหญ่เพื่อปฏิเสธข้อเสนอ... ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็ดังขึ้นจากความมืดนอกรั้วบ้าน เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบกับพื้นดินดัง *กรับๆ* เข้ามาใกล้ทุกที พร้อมกับกลิ่นอายความกดดันอันทรงพลังที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนทึบลงในเสี้ยววินาที หลี่จูหลันขมวดคิ้วเล็กน้อย หันขวับไปมองยังเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งก้าวผ่านประตูรั้วเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แสงไฟสลัวจากตะเกียงน้ำมันส่องกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายสันจدชัดเจน ดวงตาคู่คมดุราวดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดสายตามองมาที่เธอและแม่สามีที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่ สันจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด สามีหนุ่มผู้ควรจะอยู่ที่ค่ายทหารห่างออกไปหลายร้อยลี้... หานเฟิง กลับมายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าเธอในยามวิกาลนี้เสียแล้ว! "พวกคุณ... กำลังทำอะไรกันอยู่?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นแทบหยุดหายใจ [ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสตรองของแม่หลี่นะครับ]
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%