ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70•ตอนที่ 26

ดีลธุรกิจกับเถ้าแก่ใหญ่

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ขาข้างนั้นคงต้องทิ้งไว้ที่นี่เป็นค่าบุกรุกแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของหานเฟิงดังขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ก* เป็นสัญญาณเตือนจากคมมีดพกประจำกายที่ถูกชักออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มหรี่ลงจ้องมองเงาร่างสามร่างที่กำลังปีนข้ามรั้วไม้เตี้ยเข้ามาในเขตบ้านหลังน้อยอย่างระแวดระวัง หลี่จูหลันไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางเพียงแต่ขยับกายไปยืนเคียงข้างสามี มือเรียวบางเอื้อมไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เพื่อส่งสัญญาณว่านางพร้อมสนับสนุนทุกสถานการณ์ ดวงตาคู่สวยหรี่มองผู้บุกรุกที่เวลานี้กำลังลนลานจนเกือบสะดุดขาตัวเองล้มกลิ้ง "เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งลงมือครับ! พวกเราไม่ใช่โจร!" เสียงแหบพร่าแต่คุ้นหเภอดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของเถ้าแก่เฉิน ผู้ผูกขาดกิจการโรงอาหารแห้งรายใหญ่ที่สุดในมณฑลทางเหนือ ที่รีบยกมือขึ้นเหนือหัวทั้งสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ตามด้วยผู้ติดตามอีกสองคนที่ถือกระเป๋าหนังใบโตท่าทางพะรุงพะรัง หานเฟิงยังคงไม่ลดราวาศอก ปลายมีดในมือยังคงชี้ตรงไปยังเป้าหมาย "ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมไม่ใช้ประตูหน้า เหตุใดจึงต้องปีนรั้วเข้ามาลับๆ ล่อๆ เช่นนี้" เถ้าแก่เฉินปาดเหงื่อเม็ดโตที่ผุดขึ้นตามไรผม ใบหน้าอวบอิ่มยิ้มเจื่อนจนแทบเป็นร้องไห้ "โธ่... นายทหารหาน โปรดเข้าใจด้วยครับ ข้าพเจ้ามาด้วยความร้อนรนจริงๆ ข่าวลือเรื่องแยมผลไม้สูตรพิเศษของฮูหยินหลี่แพร่สะพัดไปไกลถึงเมืองหลวงแล้ว หากข้าพเจ้ามาในยามปกติ เกรงว่าจะโดนคู่แข่งทางการค้าดักหน้าแย่งสิทธิ์ไปเสียก่อนน่ะสิครับ" จูหลันปรายตามองชายวัยกลางคนผู้นี้อย่างพินิจพิเคราะห์ นางจำได้ว่าชายผู้นี้เคยส่งคนมาชิมสินค้าในตลาดมืดเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ไม่คิดว่าเขาจะดั้นด้นมาถึงบ้านพักในยามวิกาลเพื่อเจรจาธุรกิจ ความกล้าบ้าบิ่นระดับนี้บ่งบอกว่าผลประโยชน์มหาศาลกำลังล่อตาล่อใจเขาอยู่ไม่น้อย "เข้ามาคุยกันด้านในเถอะครับ ยืนคุยตรงนี้เกรงว่าชาวบ้านจะได้ตื่นมาต้อนรับพวกท่านเสียก่อน" จูหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่น่าเกรงขาม นางผายมือเชิญแขกยามวิกาลเข้าไปในห้องรับแขกที่แม้จะคับแคบแต่สะอาดสะอ้าน เมื่อทุกคนนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ บรรยากาศตึงเครียดค่อยๆคลี่คลายลงเล็กน้อย เถ้าแก่เฉินไม่รอช้า เขาส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามเปิดกระเป๋าหนังเผยให้เห็นปึกธนบัตรจำนวนมหาศาลที่ถูกมัดไว้อย่างเป็นระเบียบ กลิ่นอายของความมั่งคั่งลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นจางๆ ของชาเขียวที่จูหลันเพิ่งชงมาต้อนรับ "ฮูหยินหลี่ หานเฟิง..." เถ้าแก่เฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดฉากเจรจา "ข้าพเจ้าเฉินกั๋วเฉียง ดำเนินธุรกิจอาหารแห้งมาครึ่งชีวิต ไม่เคยลิ้มรสชาติแยมผลไม้ใดที่มีความกลมกล่อม ละมุนลิ้น และให้ความรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาเท่ากับแยมสตรอว์เบอร์รีและแยมส้มป่าของฮูหยินเลยแม้แต่ครั้งเดียว" จูหลันจิบชาช้าๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายรินคำเยินยอออกมาโดยไม่รีบร้อนตัดบท นางรู้ดีว่าสินค้าในมิติห้างสรรพสินค้าของนางมีความพิเศษเพียงใด ผลไม้ที่ปลูกด้วยดินและน้ำทิพย์บริสุทธิ์ ย่อมมีความอร่อยที่เหนือกว่ายุคสมัยนี้หลายขุมนัก "เถ้าแก่เฉินคงไม่ได้มาแค่ชมฝีมือการทำอาหารของภรรยาผมกระมังครับ" หานเฟิงเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันจนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายลงคอ "แน่นอนครับ!" เถ้าแก่เฉินยืดตัวตรง สีหน้าจริงจังขึ้น "ข้าพเจ้าต้องการขอซื้อสูตร... ไม่สิ ข้าพเจ้าต้องการทำสัญญาผูกขาดการซื้อแยมล็อตใหญ่จากฮูหยินหลี่ โดยส่งไปขายยังภัตตาคารและร้านค้าปลีกในเมืองใหญ่ทุกแห่ง ขอเพียงฮูหยินตกลง ราคาต่อขวด ข้าพเจ้าให้สูงกว่าท้องตลาดถึงสามเท่า!" ตัวเลข "สามเท่า" ทำให้ผู้ติดตามทั้งสองคนข้างกายเถ้าแก่เฉินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พวกเขาไม่เคยเห็นนายใหญ่ยอมทุ่มเงินทุนมหาศาลให้กับสินค้าแปรรูปจากชาวบ้านธรรมดาเช่นนี้มาก่อน ทว่า หลี่จูหลันกลับวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนในความเงียบ นางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้เถ้าแก่เฉินรู้สึกใจหายวาบราวกับกำลังเดินอยู่บนปากเหว "ข้อเสนอเรื่องราคานับว่าน่าสนใจมากครับเถ้าแก่เฉิน..." จูหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ทว่าเด็ดเดี่ยว "แต่เรื่อง 'ขายขาดสูตร' หรือ 'การผูกขาดแต่เพียงผู้เดียวโดยที่ข้าพเจ้าไม่มีสิทธิ์ควบคุมการกระจายสินค้า'... เกรงว่าคงต้องยุติการสนทนาไว้เพียงเท่านี้" เถ้าแก่เฉินหน้าถอดสี รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ฮูหยินหลี่โปรดใจเย็นก่อน! หากสามเท่ายังน้อยไป ข้าพเจ้าสามารถเพิ่ม..." "ไม่ใช่เรื่องเงินครับ" จูหลันยกมือขึ้นห้ามปราม สายตาคมปนประกายเจ้าเล่ห์กวาดมองผู้เฒ่าการค้า "ข้าพเจ้าเป็นคนรักความยุติธรรม และให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินค้ามากกว่าปริมาณ หากท่านต้องการแยมล็อตใหญ่ ข้าพเจ้าสามารถจัดหาให้ได้ตามต้องการ แต่มีเงื่อนไขอยู่สามข้อ..." หานเฟิงที่นั่งมองภรรยาอยู่ข้างๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ ภรรยาตัวน้อยของเขายามเจรจาธุรกิจช่างดูมีเสน่ห์และทรงอำนาจเสียจนเขาละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว "เงื่อนไข... เงื่อนไขอะไรบ้างหรือครับ?" เถ้าแก่เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลุ้นระทึก เหงื่อเม็ดใหม่ผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก "หนึ่ง ท่านต้องซื้อในนามแบรนด์ 'ครัวคุณหลี่' เท่านั้น ห้ามเปลี่ยนป้ายชื่อเด็ดขาด สอง การขนส่งต้องใช้วิธีการที่รักษาอุณหภูมิและความสดใหม่ของแยมได้สมบูรณ์แบบ และสาม..." จูหลันเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบสร้างแรงกดดัน ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย "กำไรจากการขายในแต่ละล็อต ข้าพเจ้าต้องการส่วนแบ่งเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนท่านรับไปสามสิบเปอร์เซ็นต์เพื่อเป็นค่าบริหารจัดการและการขนส่ง" *พรวด!* ผู้ติดตามของเถ้าแก่เฉินแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ส่วนเถ้าแก่เฉินถึงกับใบหน้ากระตุก ตัวเลขเจ็ดสิบต่อสามสิบ นี่มันเอาเปรียบ... ไม่สี่ นี่มันเป็นการปล้นกันชัดๆ! แต่ทว่า เมื่อเขานึกถึงรสชาติแยมที่ติดตรึงอยู่ในความทรงจำ และภาพของลูกค้ากระเป๋าหนักในเมืองใหญ่ที่รอคอยสินค้าพรีเมียม เขาก็รู้ดีว่าตนเองไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ เลย ห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของเถ้าแก่เฉินที่หอบถี่ด้วยความลังเลใจอย่างหนักหน่วง ในจังหวะที่เถ้าแก่เฉินอ้าปากกำลังจะเอ่ยคำตอบ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูบ้านด้านหน้าดังขึ้นอย่างรุนแรง สามครั้งติดๆ กัน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของแม่สามีจางที่แผดลอยข้ามกำแพงเข้ามาด้วยความเกรี้ยวกราด "หลี่จูหลัน! นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซุกซ่อนผู้ชายไว้ในบ้านตอนดึกๆ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะพังเข้ามา!" ดวงตาของหานเฟิงเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดในทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนกาลเวลาในห้องราวกับหยุดนิ่ง ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กาแฟโบราณแก้วโต" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินตัวร้ายสายสโลว์ไลฟ์: เปิดร้านอาหารหมื่นล้านในยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%