เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 16

กลลวงโรงน้ำชา

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอายของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มเก่าแก่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากพื้นไม้กระดานเบื้องล่าง ความเงียบงันภายในห้องส่วนตัวชั้นสามของโรงน้ำชาเทียนเซียงช่างชวนอึดอัดเสียจนแม้แต่เสียงลมหายใจยังคล้ายมีน้ำหนักถ่วง "ดูท่า... พวกเราจะเดินเข้ามาในหมากกระดานที่ถูกเตรียมไว้เสียแล้วกระมั้งใต้เท้า" หลี่จิงถิงเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมไหว ปลายนิ้วเรียวเสี้ยวหนึ่งยังคงเคาะเบาๆ บนขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ จังหวะสม่ำเสมอราวกับกำลังคำนวณตัวเลขบัญชีที่ขาดหายในสมุดรายรับรายจ่ายของกรมคลัง ทว่าสายตากลับกวาดมองผ่านช่องว่างของม่านมู่หลี่ออกไปเบื้องล่าง ที่ซึ่งฝูงชนเริ่มแตกตื่นและความโกลาหลกำลังคืบคลานเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางหนี มู่หรงจวิ้นไม่แม้แต่จะชายตามองความวุ่นวายเบื้องล่าง ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์ แววตาคมกริบดั่งใบมีดซ่อนฝักกวาดมองสำรวจทั่วห้องอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของอัครเสนาบดีผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนอุณหภูมิภายในห้องลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด "เจ้ากลัวหรือ" สุเฟยเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม สัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่เคลือบอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขา "กลัว?" จิงถิงเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบช่างงดงามทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ นางหันมาสบตาคมกริบของสามีในนามอย่างไม่เกรงกลัว "ตั้งแต่แต่งเข้าจวนอัครเสนาบดีมา หม่อมฉันใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายมาไม่รู้กี่ครั้ง การถูกขังอยู่ในกรงเล็บของสุนัขจนตรอกเช่นนี้... มิใช่สิ่งที่ใต้เท้าคาดการณ์ไว้แต่แรกหรอกหรือคะ" คำพูดของนางเฉียบคมบาดลึก ทว่าแฝงไว้ด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งในตัวตนของอีกฝ่าย สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยต้องเอ่ยปากอธิบายแผนการใดๆ ให้มากความ ความฉลาดทันกันและสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดทำให้ต่างฝ่ายต่างอ่านหมากตาต่อไปของอีกฝ่ายออกทะลุปรุโปร่ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิตกำลังเร่งรีบขึ้นมาตามบันไดไม้ เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงอาวุธครบมือ ประตูห้องถูกปิดตายด้วยกลไกภายนอก ควันสีขาวจางๆ เริ่มเล็ดลอดเข้ามาตามร่องประตู กลิ่นหอมหวานเอียนชวนให้เวียนหัว—ยานอนหลับชั้นดีที่ผสมพิษสลายกำลังภายใน! "พวกมันต้องการให้เราตายในนี้ หรือไม่ก็... ทำให้เราตกเป็นจำเลยในคดีกบฏ" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อประเมินสถานการณ์ "หากพังประตูออกไปตอนนี้ ธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกรอต้อนรับอยู่ที่ระเบียงทางเดิน" "แต่หากรออยู่เฉยๆ จนกว่าควันพิษนี่ซึมเข้าสู่ร่างกาย เราคงได้กลายเป็นผีเฝ้าโรงน้ำชาโดยไม่ต้องสืบหาความจริงเรื่องการตายของท่านพ่อแน่ๆ ค่ะ" จิงถิงต่อประโยคได้อย่างรู้ใจ มือเรียวเอื้อมไปปลดผ้าแพรผืนบางที่คาดเอวออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งสัญญาณสายตาให้สามี ในสถานการณ์คับขันที่คนนอกมองว่าจนมุม เคมีอันตรายระหว่างสองสามีภรรยาคู่นี้กลับยิ่งพุ่งพล่าน มู่หรงจวิ้นไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกแล้วสะบัดมันครั้งหนึ่งเพื่อสร้างกระแสลมกดดันไล่ควันพิษที่ลอยเข้ามาเบื้องหน้า ชั่วพริบตานั้นเองที่มือแกร่งคว้าเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณการปกป้อง—แม้ในใจจะรู้ดีว่าสตรีในอ้อมแขนผู้นี้มีพิษสงรอบตัวไม่แพ้กัน "ใต้เท้าโอบแน่นเกินไปแล้วกระมั้งคะ เกรงว่าเอวของหม่อมฉันอาจหักก่อนที่ศัตรูจะทันได้พังประตูเข้ามา" จิงถิงกระซิบชิดริมหูเขา ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอแกร่ง ทว่าแววตาของนางกลับระยิบระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย "ถ้าเจ้าหักจริง จวนอัครเสนาบดีคงเงียบเหงาจนน่าเบื่อตายพอดี" มู่หรงจวิ้นตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย ความใกล้ชิดในพื้นที่คับแคบและอันตรายถึงชีวิตนี้ กลับจุดประกายความเร่าร้อนบางอย่างขึ้นในใจของบุรุษผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด แต่เวลาไม่ได้เอื้ออำนวยให้ทั้งคู่ดื่มด่ำกับเกมทางอารมณ์นานนัก เสียงกลอนประตูด้านนอกเริ่มดังกรอบแกรบจากการถูกงัดด้วยของแข็ง จิงถิงไม่ได้ตื่นตระหนก สายตาดวงนั้นกวาดมองไปทั่วห้องอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างสถาปัตยกรรม นางสังเกตเห็นรอยต่อของแผ่นไม้บนเพดานที่ผิดปกติ รวมถึงทิศทางของลมที่พัดมาจากช่องระบายอากาศด้านหลัง "ใต้เท้า... มองไปที่คานไม้สี่เหลี่ยมเหนือหน้าต่างทิศบูรพา ปลายสลักไม้ถูกทาด้วยสีน้ำมันใหม่ ผิดจากคานอื่นที่เก่าคร่ำคร่า" มู่หรงจวิ้นพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว สมองระดับอัจฉริยะประมวลผลทันที "ทางหนีไฟลับสำหรับเจ้าของโรงน้ำชา... หรือไม่ก็ทางเชื่อมไปยังหอคอยฝั่งตรงข้ามที่ถูกปิดตาย" "ฉลาดมากค่ะ" รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจิงถิง ทว่าแววตากลับเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด นางหยิบปิ่นปักผมหยกขาวล้ำค่าชิ้นเดียวบนเรือนผมออก ใช้ปลายแหลมคมงัดแงะแผ่นกลไกที่ซ่อนอยู่ใต้ขอบหน้าต่างอย่างคล่องแคล่วราวกับมิใช่คุณרויหญิงในห้องหอ แต่เป็นมือสังหารผู้ช่ำชอง *แกร็ก!* เสียงสลักไม้ดีดตัวออกพร้อมกับช่องลับขนาดพอดีตัวที่เปิดอ้าออกรับลมเย็นยามบ่าย ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง ประตูไม้หนาด้านหน้าก็ถูกพังทลายลงด้วยพละกำลังมหาศาล ร่างของนักฆ่าชุดดำนับสิบคนพรูเข้ามาพร้อมกับประกายคมดาบที่สะท้อนแสงไฟสังหาร! "หนีไปก่อน แล้วข้าจะตามไปคิดบัญชีเรื่องที่เจ้าบังAอาจต่อรองกับข้าเรื่องพินัยกรรมตระกูลหลี่" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงเข้ม ดึงกระบี่ประจำกายออกจากฝักด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ยืนหยัดขวางประตูห้องไว้เพียงลำพังเพื่อคุ้มกันให้ภรรยาหลบหนี จิงถิงชะงักไปชั่วขณะ นางหันกลับมาสบตากับบุรุษผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าท่ามกลางวงล้อมมรณะ หัวใจที่เคยด้านชามาตลอดหลายปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายกำลังเอ่อล้นขึ้นมาในอก นางไม่เอ่ยคำร่ำลา ไร้ซึ่งความลังเล สตรีผู้ฉลาดล้ำเลิศตัดสินใจกระโจนเข้าสู่ช่องลับบนเพดานทันที พร้อมกับมือเรียวที่เหวี่ยงวัตถุบางอย่างลงมาบนพื้นเบื้องล่าง— *แกร๊ก... ตู้ม!* ผงระเบิดควันพิษขนานแท้ที่นางแอบซ่อนไว้ในถุงหอมถูกจุดชนวนขึ้น ปิดท้ายทางหนีด้วยม่านควันหนาทึบที่กลืนกินทุกสรรพสิ่งในห้องนั้นให้จมดิ่งสู่ความโกลาหล บนเส้นทางลับที่มืดมิดและแคบแคบ จิงถิงเร่งฝีเท้าพุ่งทะยานไปข้างหน้า หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ นางพยายามข่มความห่วงใยที่ก่อตัวขึ้นอย่างบ้าคลั่งในอก ทันใดนั้นเอง ปลายทางด้านหน้าที่ควรจะไร้ผู้คน กลับมีแสงไฟวับแวมสาดส่องเข้ามา พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนยืนดักรออยู่ก่อนแล้ว เงาร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำเอาเลือดในกายของหลี่จิงถิงเย็นเฉียบลงทันที... ...ไม่ใช่หน่วยคุ้มกันของจวนอัครเสนาบดี แต่เป็นคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ห้าปีก่อน—บิดาบุญธรรมของนางเอง! -------------------------------------------------- ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%