เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 15

สนามประลองปัญญา

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดปลาและสมุนไพรแห้งในตลาดมืดเขตบูรพาคละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน แต่หลี่จิงถิงกลับซ่อนรอยยิ้มไว้ภายใต้ผ้าแพรบางเบาที่ใช้คาดปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองไปรอบกายอย่างระแวดระวัง ท่ามกลางฝูงชนที่เดินเบียดเสียดในตรอกแคบไร้แสงตะวัน อาภรณ์ผ้าฝ้ายหยาบสีตุ่นที่สวมทับเรือนร่างอรชรไม่ได้ทำให้รัศมีอันเย่อหยิ่งของนางลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม บุคลิกที่นิ่งสงบจนน่าขนพองสเกล้ากลับทำให้พ่อค้าหน้าเลือดหลายคนในตลาดมืดต้องหลบสายตา เบื้องหน้าของนางคือร่างสูงโปร่งในชุดพ่อค้าเร่ชาวหูว์ มู่หรงจวิ้นจงใจแต่งแต้มรอยแผลเป็นปลอมพาดผ่านสันดั้งคมสัน หมวกปีกกว้างช่วยบังใบหน้าครึ่งบนไว้ ทว่าไหล่กว้างและท่าทีเยือกเย็นดุจพญาเหยี่ยวที่คอยระวังภัยให้เหยื่อในกรงนั้น... ปลอมแปลงอย่างไรก็ไม่มิด "เจ้าเดินช้าเกินไปแล้ว 'น้องรอง' เดี๋ยวกำไรจากการค้าตั๋วเงินเถื่อนวันนี้จะหลุดมือไปหมด" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจดัดให้แหบพร่ากระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอทำให้จิงถิงต้องแอบขยับตัวออกห่างเล็กน้อย "ถ้าท่านพี่ไม่มัวแต่แวะต่อรองราคายาพิษจากแดนใต้กับเฒ่าชั่วคนนั้น ป่านนี้เราคงสาวไปถึงบัญชีลับของกรมคลังแล้วค่ะท่านอัครเสนาบดี" จิงถิงสวนกลับด้วยเสียงที่เบาเท่ากระซิบ รอยยิ้มที่ปรากฏตรงมุมปากช่างเย็นเยียบและเฉียบคมไม่แพ้กัน นี่คือสนามประลองปัญญาที่อันตรายที่สุด... สามีภรรยาที่ควรนอนร่วมเตียงเดียวกัน กลับต้องมาเดินคุมเชิงกันในแดนเถื่อน เพื่อพิสูจน์ว่าใครกันแน่คือกุมกุญแจดอกสำคัญในการไขปริศนาคดีทุจริตหลวงที่พัวพันถึงรากแก้วของราชสำนัก เบื้องหลังฉากหน้าอันทรงเกียรติ มู่หรงจวิ้นใช้สถานะอัครเสนาบดีกดดันขุนนางฝ่ายตรงข้าม ขณะที่จิงถิงใช้ความเชี่ยวชาญด้านบัญชีและการวิเคราะห์เส้นทางเงิน แกะรอยสมุดบัญชีเงาที่ซุกซ่อนไว้ในรอยต่อของกฎหมาย ทั้งสองคนฉลาดทันกัน เคมีสีเทาที่ขับเคี่ยวกันมานานนับแรมเดือน ทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของกันและกันทุกฝีก้าว ไม่มีใครยอมใคร และไม่มีใครด้อยกว่าใคร "ระวัง!" มู่หรงจวิ้นคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ลากหลบคมมีดสั้นที่พุ่งแหวกอากาศมาอย่างกระชั้นชิด แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระทึกในอก เงาดำสายหนึ่งพุ่งวาบหายไปในความมืดของมุมตึก จิงถิงไม่ได้ตื่นตระหนก มือเรียวเล็กแกล้งวางลงบนแผงอกกว้างของสามี ออกแรงกดเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้าในสถานการณ์คับขัน สายตาสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความระอุทางอารมณ์ของอีกฝ่าย "ฝีมือการลอบสังกร... ดูเหมือนพวกมันจะรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคาดไว้นะคะ" จิงถิงเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากหนา กลิ่นอายความตายที่ลอยวนอยู่รอบตัวไม่ได้ทำให้นางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หัวใจกลับเต้นเร็วกระชั้นด้วยความตื่นเต้นเร้าใจจากการชิงไหวชิงพริบ "หึ พวกมันไม่ได้แค่รู้ตัว..." มู่หรงจวิ้นก้มหน้าลงกระซิบข้างใบหูของภรรยา น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเยียบเย็นและแววตากรุ้มกริมที่ซ่อนความดุดันไว้เต็มเปี่ยม "แต่พวกมันกำลังต้อนเราเข้าสู่กับดักที่ขุดรอไว้ต่างหาก... เจ้ากลัวหรือยัง ยอดพธูของข้า" "คำว่ากลัว... คงต้องไปเปิดพจนานุกรมหาความหมายใหม่แล้วล่ะค่ะท่านพี่" จิงถิงแย้มยิ้มท้าทาย ดวงตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหายชัยชนะ "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์เปิดทางให้ถึงถ้ำเสือ เราก็ควรจะเข้าไปทวงของที่ควรจะเป็นของเราคืนมิใช่หรือ" มู่หรงจวิ้นแค่นหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ ภรรยาผู้นี้ช่าง... หาญกล้าและยั่วเย้าความรู้สึกของเขาจนถึงขีดสุด ไม่ว่าจะในสนามการเมืองหรือสนามอารมณ์ นางไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยแม้แต่ครั้งเดียว มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ ตวัดปลายนิ้วเกี่ยวพันกันแน่นเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมืออันสนิท ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันลึกลงไปในตรอกมืดมิดที่ไร้ผู้คน ปลายทางคือโรงเตี๊ยมร้างที่ส่งกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามสายลมหนาว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องหน้า ปิดตายเส้นทางถอยร่นทั้งหมด ทว่ากลางโถงกว้างของโรงเตี๊ยมร้าง กลับมีหีบไม้ลงกลอนทองแดงวางตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะตัวเก่า มีกระดาษแผ่นหนึ่งเสียบคาไว้ด้วยมีดสั้นปักลึก มู่หรงจวิ้นก้าวขึ้นไปก่อน ปัดมือไล่ฝุ่นหนาเตอะบนแผ่นกระดาษ ดวงตาคมกริบกวาดมองลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกดำสนิทบนนั้น ชั่วขณะนั้นเอง ร่างสูงที่เคยเยือกเย็นดุจหินผากลับชะงักกุน Кิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นเป็นปมอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน จิงถิงก้าวเข้าไปชิด ปลายสายตาตวัดมองข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น และลมหายใจของนางก็พลอยสะดุดกะทันหัน บนกระดาษมีลายมือที่นางคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร... มันคือลายมือของบิดาผู้ล่วงลับที่ตายไปเมื่อสามปีก่อน! และข้อความสั้นๆ สามบรรทัดนั้นกำลังพลิกคดีทั้งหมดที่พวกเขาตามสืบมาตลอดครึ่งปีให้กลายเป็นเพียงเกมหลอกเด็ก *"ลูกสาวข้า... เจ้าตามหาบัญชีนี้มาตลอด แต่รู้หรือไม่ว่า สามีที่ยืนเคียงข้างเจ้าในตอนนี้ คือผู้ที่ถือตรายางประทับคำสั่งประหารตระกูลหลี่เมื่อสัปดาห์สุดท้ายก่อนพ่อตาย"* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเล่ห์กลของพวกเขานะคะ หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%