กลิ่นหมึกชั้นดีและสนิมเหล็กจางๆ ลอยอบอวลปะปนกันในอากาศเย็นเยียบของคลังอาวุธหลวง มู่หรงจวิ้นไม่ได้เอ่ยปากทักทายภรรยาของตนตั้งแต่ก้าวเท้าลงจากรถม้า ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองความวุ่นวายตรงหน้า ทหารยามหน้าซีดตัวสั่นคุกเข่าเรียงราย บัญชีเล่มหนาถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้นไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ
"เจ้าหน้าที่คลังกรมทหารหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อคืนวาน พร้อมกับทวนเหล็กกล้าชั้นดีสามร้อยเล่ม และเกราะอ่อนอีกห้าสิบชุด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังแทบหายใจไม่ออก "ท่านอัครเสนาบดีคิดว่านี่คือการโจรกรรม หรือเป็นการส่งสัญญาณเตือนจากขั้วอำนาจเก่าของตระกูลใดกันล่ะเจ้าคะ?" หลี่จิงถิงเอ่ยถามสวนขึ้นทันทีโดยไม่ต้องรอให้เขาเปิดฉากสอบปากคำ นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะบัญชี ไล้นิ้วเรียวสัมผัสรอยเปื้อนหมึกบนหน้ากระดาษอย่างใจเย็น ชุดกระโปรงสีม่วงเข้มปักลายเมฆาไหวระริกตามจังหวะก้าวเดิน ขัดแย้งกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
มู่หรงจวิ้นหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคู่นคมปลาบหรี่ลงเล็กน้อย คล้ายกำลังประเมินว่าสตรีตรงหน้ากำลังเล่นเกมอันใดอยู่ "เจ้าดูสนใจตัวเลขพวกนี้เสียยิ่งกว่าความปลอดภัยของแผ่นดินนะ อาถิง" "ตัวเลขไม่เคยโกหกใครเพคะ ท่านพี่ต่างหากที่กำลังหลอกตัวเองว่ากองทัพภายใต้การดูแลของคนสนิทท่านไร้ร่องรอยหนอนบ่อนไส้" หลี่จิงถิงเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นสามี รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา คู่นظਰฉายแววท้าทายอย่างเปิดเผย "หากเป็นโจรทั่วไป ไฉนจึงเลือกเจาะจงเอาเฉพาะอาวุธที่ต้องใช้ตรายางลับเบิกทางของกรมทหารชั้นในเล่า? คนที่จะผ่านเข้าออกที่นี่ได้โดยไม่มีรอยงัดแงะ มีเพียงผู้ที่มีอำนาจเซ็นอนุมัติเท่านั้น..." นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองไปยังคานไม้ด้านบนที่มีรอยขูดขีดสดๆ "หรือแม้กระทั่ง... คนที่ตั้งใจจัดฉากให้มันดูเหมือนเป็นการโจรกรรม"
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดลง ทหารยามและเหล่าขุนนางชั้นผู้น้อยต่างก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง มู่หรงจวิ้นก้าวเข้าไปประชิดร่างบาง กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นอายจันทร์หอมและไอร้อนจากภายนอกโชยเข้าปะทะนาสิก เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู นาง "เจ้าช่างกล้าหาญนักที่โยนความสงสัยมาที่ระบบบริหารของสามีตัวเอง" "หม่อมฉันมิได้สงสัยตัวท่าน... แต่หม่อมฉันกำลังสงสัยคนที่ท่านไว้ใจต่างหาก" หลี่จิงถิงไม่ถอยหนี นางเอียงคอเล็กน้อย ปล่อยให้ปลายเส้นผมคลอเคลียกับลาดไหล่ของเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นนี้ ไม่ได้สร้างความวาบหวาม หากแต่เต็มไปด้วยกระแสลมปราณแห่งการชิงไหวชิงพริบที่คุกรุ่น
"เช่นนั้น... ในฐานะที่เจ้าเชี่ยวชาญการตรวจสอบบัญชีแผ่นดินนัก เชิญพิสูจน์ให้ข้าเห็นสิ ว่าหนอนตัวนั้นซ่อนอยู่หน้ากระดาษหน้าไหน" มู่หรงจวิ้นผละตัวออกอย่างนิ่มนวล สะบัดชายเสื้อคลุมแล้วก้าวเดินนำเข้าไปยังห้องตรวจบัญชีชั้นใน หลี่จิงถิงปรายตามองแผ่นหลังกว้างนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวตามไปติดๆ สองสามีภรรยาผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนักกำลังร่วมมือกันไขคดี แต่ในขณะเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างก็ระแวดระวังคมดาบที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มของอีกฝ่าย
ภายในห้องทึบแสงสลัว มีเพียงแสงเทียนเล่มเดียวที่ส่องสว่าง หลี่จิงถิงเปิดสมุดบัญชีเล่มที่สูญหายขึ้นมาอีกครั้ง นิ้วเรียวไล่ตรวจทานตัวเลขแต่ละบรรทัดอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบวิเคราะห์ความผิดปกติของการเบิกจ่ายที่ถูกอำพรางไว้ด้วยลายมือที่จงใจเขียนให้คล้ายคลึงกับเจ้าหน้าที่ผู้หายตัวไป "ดูนี่สิเพคะ..." นางเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางชี้ไปยังบรรทัดสุดท้ายของเดือนก่อน "ยอดการหลอมอาวุธขาดหายไปสามสิบส่วน แต่ถูกกลบเกลื่อนด้วยหมึกใหม่ที่เพิ่งเติมลงไป... คนที่ทำเช่นนี้ได้ ไม่เพียงแต่ต้องมีตรายางลับ แต่ต้องรู้ด้วยว่าข้าจะเข้ามาตรวจสอบคลังนี้ในวันนี้" มู่หรงจวิ้นก้าวเข้ามาหยุดยืนซ้อนหลัง โน้มตัวลงมองตามนิ้วเรียวที่ชี้จุดผิดปกติ ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านต้นคอระหงของนาง "เจ้ากำลังจะบอกว่า... ข่าวเรื่องที่เราจะมาตรวจคลังถูกรั่วไหลจากคนใกล้ตัวข้า?" "ไม่ใช่แค่คนใกล้ตัวเพคะ..." หลี่จิงถิงหยุดชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสะดุดตากับสัญลักษณ์ลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยหมึกปื้นใหญ่ เป็นสัญลักษณ์รูป "ดอกเหมยสามกลีบ" ที่สลักไว้ด้วยความรีบร้อน ทว่าคุ้นตาจนน่ากลัว
มู่หรงจวิ้นสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของภรรยา รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของอัครเสนาบดีหนุ่มทันที "ดูท่า... คดีนี้จะไม่ได้มีแค่เรื่องการยักยอกอาวุธเสียแล้วกระมัง"
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทหารหน้าประตู "แย่แล้วใต้ดิน! คลังแสงสำรองที่จวนรองแม่ทัพ... เกิดเพลิงไหม้ขึ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงจวิ้นตวัดสายตากลับมามองหน้าภรรยาทันที ขณะที่หลี่จิงถิงนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อตระหนักได้ว่า ตรายสัญลักษณ์ดอกเหมยสามกลีบนั้นไม่ได้หมายถึงการขโมย... แต่มันคือ "คำประกาศท้าทาย" ที่จงใจล่อให้พวกเขาทั้งคู่ก้าวเข้ามาติดกับดักในคลังหลวงแห่งนี้ตั้งแต่แรก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับเล่ห์กลของพวกเขานะคะ
เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 14
คดีใหม่ในกรมทหาร
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!