เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 25

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
“ใต้เท้าหม่า... ตัวเลขงบประมาณกองทัพพายัพที่ท่านรวบรวมถวายเบื้องพระพักตร์เมื่อวานช่างน่าสนใจยิ่งนัก เจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานใสดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันกึ่งอึดอัดของท้องพระโรงใหญ่ กลิ่นอายความตึงเครียดจากการประชุมขุนนางรอบเช้ายังไม่ทันจางหาย ร่างระหงในชุดคลุมสตรีสูงศักดิ์ปักลายหงส์ทองดิ้นเงินก็ก้าวล่วงลึกเข้ามาในเขตหวงห้ามที่สตรีไม่เคยมีสิทธิ์ก้าวก่าย หลี่จิงถิงไม่ได้มาในฐานะภรรยาของอัครเสนาบดี หากแต่มาพร้อมม้วนฎีกาสีชาดในมือ—หลักฐานชิ้นสำคัญที่เปลี่ยนกระดานอำนาจทั้งกระดานในชั่วพริบตา ใต้เท้าหม่าขุนนางฝ่ายบู๊หน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อปะทะเข้ากับรอยยิ้มปานบุปผาผลิบานแต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งพันปีของนาง “ฮูหยิน... เรื่องราชสำนัก เกรงว่าสตรีเช่นท่านจะ...” “สตรีเช่นข้าทำไมหรือเจ้าคะ?” จิงถิงเอטיเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทอดสายตามองขุนนางเฒ่าผู้ฉ้อฉลด้วยความเวทนา “หรือเพราะสตรีเช่นข้าอ่านบัญชีงบประมาณแผ่นดินออก จึงทำให้ใต้เท้าหม่าร้อนรนจนพูดติดอ่างเช่นนี้ ข้าเพียงสงสัยว่า เหตุใดม้าศึกสามหมื่นตัวในค่ายพายัพจึงกินหญ้าฟางหมดงบประมาณเทียบเท่ากับเสบียงทหารทั้งกองทัพถึงสามปี หรือว่าม้าเหล่านั้นล้วนเป็นเซียนจำแลงกาย ที่กินทองคำแท่งแทนฟางข้าวเจ้าคะ?” เสียงซุบซิบนินทาของเหล่าขุนนางดังระงมขึ้นทันที มู่หรงจวิ้นที่ประทับยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าสุดในตำแหน่งอัครเสนาบดี ปรายหางตามามองภรรยาเพียงเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบาอย่างนึกขันในความแสบสันต์ที่คาดไม่ถึง ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นทอดมองนางด้วยประกายความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด—ความฉลาดเฉลียวที่ซ่อนคมปัญญาไว้เชือดเฉือนผู้อื่นอย่างไร้รอยแผลเช่นนี้ คือสิ่งที่ทำให้เขายอมสยบให้อย่างราบคาบ “บังani! บังอาจนัก!” เสนาบดีกรมการคลังผู้หนุนหลังกลุ่มของใต้เท้าหม่าตบโต๊ะเสียงดังลั่น ก้าวออกมาหมายกดดัน “นี่คือท้องพระโรงศักดิ์สิทธิ์ การที่ท่านนำเรื่องบัญชีส่วนตัวมากล่าวหาขุนนางผู้ใหญ่กลางที่ประชุมเช่นนี้ มีเจตนาทำลายความมั่นคงของราชสำนัก หรือว่าอัครเสนาบดีมู่หรงเป็นผู้บงการให้ท่านมาก่อกวนความสงบกันแน่!” โยนความผิดเข้าใส่สามีอย่างรวดเร็ว—นั่นคือสัญชาตญาณเอาตัวรอดของสุนัขจนตรอก ทว่า หลี่จิงถิงหาได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ยืนเคียงข้างร่างสูงสง่าของมู่หรงจวิ้นที่แผ่ไอสังหารน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างเงียบเชียบ สองสามีภรรยาไม่ได้เอ่ยวาจาโต้แย้งใดๆ ทันที ปล่อยให้ความกดอากาศรอบตัวลดต่ำลงจนเหล่าขุนนางเริ่มหายใจติดขัด มู่หรงจวิ้นยกมือขึ้นปัดฝุ่นบนแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงประโยคเดียว ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางใจคน “เสนาบดีหวัง... ฮูหยินของข้าเป็นคนพูดจามีเหตุผลเสมอ นางบอกว่าม้ากินทองคำ ท่านคิดว่าข้าควรเชื่อภรรยา หรือควรเชื่อบัญชีปลอมๆ ที่ท่านกับใต้เท้าหม่าช่วยกันปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อโกงภาษีราษฎรดีเล่า?” “ท่านอัครเสนาบดี! ข้า...” เสนาบดีหวังหน้าซีดเผือด เข่าแทบทรุดลงกับพื้นหินอ่อน “อย่าเพิ่งรีร้อนปฏิเสธเลยเจ้าค่ะ” จิงถิงคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่นัยน์ตากลับคมกริบราวใบมีด นางสะบัดมือขวาเบาๆ อาคมสาวใช้คนสนิทก้าวออกมาพร้อมกับหีบไม้จันทน์หอมใบย่อม เปิดออกเผยให้เห็นบัญชีลับฉบับจริงที่มีตราประทับลายนิ้วมือของพ่อค้าคนกลางผู้ส่งเสบียงทหาร “นี่คือบัญชีตัวจริงที่ยึดได้จากหอการค้าตระกูลจ้าว... เครือข่ายการค้าใต้ดินที่ใต้เท้าหม่าหนุนหลังอยู่ ยอดเงินส่วนต่างสามแสนตำลึงทองถูกโอนเข้าบัญชีลับที่ชื่อ ‘เหมยเหมย’ ซึ่งบังเอิญเหลือเกินว่า... เป็นชื่ออนุภรรยาคนโปรดของใต้เท้าหม่าเองเจ้าค่ะ” ความเงียบสงบเข้าปกคลุมท้องพระโรงในทันที ราวกับเข็มสักเล่มตกพื้นก็สามารถได้ยิน ใต้เท้าหม่าทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ข้อมูลระดับวงในเช่นนี้ต่อให้พลิกแผ่นดินหาก็ไม่น่าจะหาพบ เหตุใดสตรีผู้นี้จึงล่วงรู้ถึงเส้นทางการเงินที่ซับซ้อนที่สุดได้ มู่หรงจวิ้นเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มรู้ทัน ทั้งสองประสานสายตากันเพียงเสี้ยววินาที เคมีอันตรายที่หลอมรวมระหว่างความเหี้ยมเกรียมของบุรุษผู้กุมอำนาจ และความเฉียบคมของสตรีผู้ซ่อนเล่ห์กล ทำให้พวกเขากลายเป็นคู่ปรับและคู่ชีวิตที่ไม่มีผู้ใดต่อกรได้ “คุมตัวใต้เท้าหม่าและเสนาบดีหวังไปขังคุกหลวง ข้อหาทุจริตเงินแผ่นดินและสมคบคิดกับกบฏชายแดน” มู่หรงจวิ้นออกคำสั่งเด็ดขาด เสียงรองเท้าเกราะกระทบพื้นหินดังขึ้นเป็นจังหวะ ทหารองครักษ์กรูเข้ามาควบคุมตัวขุนนางทั้งสองออกไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงร่ำไห้คร่ำครวญขอความเมตตา การประชุมขุนนางครั้งใหญ่จบลงด้วยชัยชนะอันงดงามของฝ่ายอัครเสนาบดี ทว่าในขณะที่เหล่าขุนนางกำลังทยอยถอยออกจากท้องพระโรงด้วยความหวาดผวา มู่หรงจวิ้นกลับคว้าข้อมือเรียวของภรรรยาไว้เบาๆ ดึงร่างนางเข้ามาชิดแนบกาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างใบหูขาวผ่อง กลิ่นกายหอมกรุ่นของดอกเหมยผสมผสานกับกลิ่นหมึกจางๆ ทำให้สติของเขาพร่าเลือนชั่วขณะ “เจ้าเก่งกาจขึ้นทุกวันแล้วนะ... ฮูหยินของข้า” กระซิบเสียงพร่าชิดริมหีบหู “แต่เจ้าแน่ใจหรือว่า... บัญชีลับนั่นมีแค่ชื่ออนุภรรยาของใต้เท้าหม่าจริงๆ? ไฉนข้าจึงได้กลิ่นคาวเลือดบางอย่างจากตระกูลทางฝั่งมารดาของเจ้า ที่เจ้าพยายามปกปิดข้ามาตลอดเล่า หือ?” รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่จิงถิงแข็งค้างไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม นางหันกลับมาสบตากับสามีผู้ล่วงรู้ทันเกมทุกย่างก้าว ทว่าก่อนที่นางจะได้เอτοวาจาแก้ตัวใดๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของขันทีคนสนิทประจำพระองค์จักรพรรดิก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับราชโองการฉบับใหม่ที่ถูกชูขึ้นสูง “ราชโองการด่วนที่สุด! ฮ่องเต้มีรับสั่งให้อัครเสนาบดีและฮูหยิน เข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว ณ ตำหนักลับในทันที... เนื่องจากพบศพของพยานปากเอกในคดีการตายของอดีตเสนาบดีหลี่ ถูกฆ่าตัดตอนอย่างโหดเหี้ยม!” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันนะคะ — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%