เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 22

ความหวาดระแวง

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหมึกปีกกาชั้นดีที่เพิ่งแห้งสนิทบนกระดาษสาแผ่นบาง ยังไม่น่ากลัวเท่ารอยหมึกป้ายทับที่จงใจลบเลือนตัวเลขบัญชีคลังเสบียงย우우กที่สาม หลี่จิงถิงวางพู่กันในมือลงอย่างเชื่องช้า เสียงกระทบกันเบาๆ ของด้ามหยกขาวกับแท่นฝนหมึกดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของห้องหนังสือประจำจวนอัครเสนาบดี ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองตัวเลขสรุปยอดที่นางเพิ่งคำนวณซ้ำเป็นรอบที่สาม ตัวเลขสุทธิในบัญชีทางการกับยอดเบิกจ่ายลับของกองทัพพิทักษ์ชายแดนที่นางบังเอิญไปพบเข้า... ช่างสวนทางกันราวฟ้ากับเหว ไม่มีร่องรอยของการทุจริตแบบเด็กๆ ทุกอย่างถูกทำลายหลักฐานอย่างประณีตด้วยมือของผู้เชี่ยวชาญ แต่สำหรับสตรีผู้ใช้ชีวิตอยู่กับการตรวจสอบบัญชีมาตั้งแต่เยาว์วัย รอยต่อของตัวเลขที่หายไปสามหมื่นตำลึงทองนั้นเด่นชัดราวกับรอยแผลเป็นบนผิวขาวเนียน "ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ฮูหยินยังไม่ยอมพักผ่อนอีกหรือ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความสลัวบริเวณมุมห้อง มู่หรงจวิ้นก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของชั้นตำรา ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มดูราวกับกลืนหายไปกับความมืดมิด มีเพียงแสงจากโคมไฟกระดาษที่สาดกระทบสันจมูกโด่งคมและแววตาที่ยากจะคาดเดaะ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย จิงถิงไม่สะดุ้งตกใจ นางเพียงเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับสามี นัยน์ตาคู่คมนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก "หากข้าหลับไป... คงไม่มีโอกาสได้เห็นว่า ใต้เงาอำนาจอันยิ่งใหญ่ของท่านอัครเสนาบดี มีตัวเลขอีกชุดหนึ่งกำลังหายไปอย่างไร้ร่องรอยหรอกค่ะ" นางเอ่ยเสียงเรียบ น้ำเสียงเจือความเยียบเย็นที่ไม่ได้ซ่อนเร้น มู่หรงจวิ้นหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนักแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง เขาก้มมองกระดาษรายชื่อบนโต๊ะแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับภรรยา ความเงียบงันโรยตัวลงมาครู่ใหญ่ ราวกับทั้งสองกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของกันและกันในใจ "เจ้ากำลังสงสัยในตัวข้า?" ประโยคคำถามที่ไร้ซึ่งความตกใจ ยิ่งตอกย้ำความน่าสงสัยในสายตาของจิงถิง "ข้าไม่ได้สงสัยตัวท่าน... ข้าสงสัย 'ข้อมูล' ที่ข้าถืออยู่ต่างหาก" จิงถิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะด้อยกว่าเขาอยู่มาก แต่วิญญาณและแววตาของนางกลับไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใด "บัญชีคลังเสบียงชุดนี้มาจากมือของคนสนิทท่านใต้เท้า มู่หรงจวิ้น... ท่านบอกข้าได้หรือไม่ ว่าเหตุใดเสบียงที่ควรถูกส่งไปบรรเทาทุกข์ราษฎรทางเหนือ ถึงได้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนในเหมืองแร่ส่วนตัวของตระกูลขุนนางเก่าที่เพิ่งถูกกวาดล้างไปเล่าคะ" มู่หรงจวิ้นหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอันตรายวับวามขึ้นในดวงตาคู่คม คล้ายพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังมองเหยื่อผู้กล้าหาญก้าวเข้ามาในอาณาเขตของตน บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทว่ามุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มขึ้นนิดๆ "ภรรยาข้าฉลาดเฉลียวเสมอ... แต่บางครั้ง ความฉลาดก็มักนำพาภัยมาสู่ผู้เป็นเจ้าของโดยไม่รู้ตัว" เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอีกก้าว ร่างสูงใหญ่โน้มลงมาเล็กน้อยจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับขอบหน้าผากของนาง "เจ้าแน่ใจหรือว่า สิ่งที่เจ้าเห็น คือความจริงทั้งหมด ไม่ใช่ภาพลวงตาที่ใครบางคนจงใจ 'จัดฉาก' ให้เจ้ามองเห็น" จิงถิงชะงักไปชั่วลมหายใจ กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นหมึกจางๆ ทำให้สติที่ควรจะมั่นคงเกิดอาการสั่นไหววูบหนึ่ง แต่นางก็กัดฟันดึงความแข็งกระด้างกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว "ภาพลวงตาหรือความจริง ข้าแยกแยะด้วยหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยคำแก้ตัวค่ะ" นางเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวด้วยความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้น "ท่านกำลังปกปิดอะไรอยู่ หรือว่า... ข้อมูลที่ข้าได้มา มันไปแตะต้องผลประโยชน์ของคนใกล้ตัวท่านเข้าแล้ว" "เจ้าระแวงข้า..." มู่หรงจวิ้นทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ม2นตร์สะกดที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "เจ้าอยู่ร่วมเตียงกับข้ามาหลายเดือน แต่กลับเชื่อกระดาษแผ่นเดียวที่คนนอกจงใจโยนเข้ามา มากกว่าความไว้วางใจที่ข้าควรจะได้จากภรรยาตนเองอย่างนั้นหรือ" คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีด ทว่าจิงถิงไม่มีเวลามานั่งละเมียดละไมกับความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ในโลกของเกมการเมืองและความตาย บิดาของนางต้องจบชีวิตลงก็เพราะคำว่า 'ความไว้วางใจ' ที่มอบให้ผิดคน นางไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด "ความไว้วางใจ... เป็นสิ่งที่ต้องซื้อด้วยความจริงใจค่ะท่านอัครเสนาบดี ไม่ใช่เรียกร้องเอาจากคนที่กำลังถือหลักฐานมัดตัวท่านอยู่" จิงถิงแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา ดวงตาทอประกายท้าทาย "หากท่านบริสุทธิ์ใจจริง เหตุใดต้องทำตัวมีลับลมคมใน เหตุใดบัญชีชุดนี้ถึงต้องถูกซ่อนไว้ในห้องหนังสือชั้นในสุดที่แม้แต่พ่อบ้านยังไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้ามา" มู่หรงจวิ้นนิ่งเงียบไป ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความหวาดระแวงอย่างละเอียด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นในอก บุรุษผู้ไม่เคยต้องอธิบายการกระทำใดให้ผู้ใดฟัง กลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาวูบหนึ่งที่สตรีตรงหน้าไม่ยอมเชื่อใจเขาโดยสนิทใจ ทว่า... ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งสองจะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนเปลวไฟก็ดังขึ้นจากด้านนอกระเบียงทางเดิน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูกระชั้นชิดที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ใต้เท้าขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงขององครักษ์เงาประจำตัวดังลอดเข้ามาด้วยความร้อนรน "สายสืบจากชายแดนส่งม้าเร็วรายงานด่วน... คลังเสบียงหลวงที่สาม... ถูกเพลิงไหม้เผาทำลายจนราบคาบเมื่อยามสามที่ผ่านมา หลักฐานทั้งหมด... กลายเป็นจุลไปแล้วขอรับ!" รอยยิ้มบนมุมปากของมู่หรงจวิ้นหายวับไปในพริบตาเดียว แววตาของอัครเสนาบดีหนุ่มไหววูบด้วยความตกใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาก้มลงมองหน้าภรรួสาวทันที ขณะที่หลี่จิงถิงเองก็เบิกตากว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ข้อมูลในมือของนางเพิ่งถูกไฟเผาทำลายจนสิ้นซากในเวลาไล่เลี่ยกันราวกับมีคนกะเกณฑ์ไว้! และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงกระซิบแผ่วเบาจากเงามืดนอกหน้าต่าง ก็ลอยเข้ามาแตะโสตประสาทของคนทั้งคู่ พร้อมกับลูกธนูอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามาปักเข้ากับกรอบประตูไม้ข้างศีรษะของจิงถิงอย่างแม่นยำ! — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%