กลิ่นอายอับชื้นที่พวยพุ่งออกมาจากช่องลับหลังผนังอิฐไม่ได้ทำให้หลี่จิงถิงถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว ปลายนิ้วเรียวที่ถือตะเกียงหยกขาวนิ่งสนิท ไม่แม้แต่จะสั่นไหว แม้ว่าแผ่นกระดาษที่มีตราประทับลับของ ‘หน่วยเงาหลวง’ จะร่วงลงมาแทบเท้าของนางและเขา
มู่หรงจวิ้นย่อกายลงช้าๆ ปลายนิ้วแกร่งหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองตัวอักษรบนแผ่นกระดาษด้วยความรวดเร็ว ความเงียบงันภายในห้องลับกดทับลงมาจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงของกันและกัน
"ตราประทับนี้... แม้แต่ข้าที่เป็นอัครเสนาบดี ยังต้องทูลขอราชโองการพิเศษจึงจะเคลื่อนพลหน่วยเงาหลวงได้" น้ำเสียงทุ้มต่ำของมู่หรงจวิ้นเจือแววเยียบเย็นอย่างประหลาด ดวงตาคู่คมเงาขึ้นวับเมื่อเงาขึ้นมองภรรยาของตน "แต่เหตุใดคำสั่งลับในการโยกย้ายคลังเสบียงเมื่อสามปีก่อน จึงมีรอยประทับนี้ซ่อนอยู่ในห้องทำงานของขุนนางขั้นเจ็ดผู้ดูแลบัญชีนอกราชสำนักเล่า ฮูหยิน"
หลี่จิงถิงก้าวเข้าไปใกล้แสงไฟอีกนิด ใบหน้างดงามระบายยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา นางไม่ได้หวาดกลัวต่ออำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของสามีแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สมองอันปราดเปรื่องของนางกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก
"ท่านอัครเสนาบดีโปรดใช้วิจารณญาณ..." นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเฉียบคมไว้ทุกอณู "หากนี่คืออำนาจของหน่วยเงาหลวงแท้จริง เหตุไฉนจึงต้องมาซ่อนเร้นอยู่ในซอกหลืบสกปรกเช่นนี้เล่าคะ? หรือบางที... ตราประทับนี้อาจไม่ได้ถูกใช้โดยองค์จักรพรรดิ แต่ถูกลอกเลียนขึ้นมาเพื่ออำพรางการยักยอกที่ใหญ่โตกว่านั้น"
มู่หรงจวิ้นหรี่ตาลงเล็กน้อย ความพึงพอใจสายหนึ่งวาบผ่านก้นบึ้งนัยน์ตาคู่นั้น ภรรยาของเขาไม่เพียงแต่มีความงามที่ล่มเมือง แต่สมองของนางยังเฉียบคมจนน่ากลัว ในยามที่คนอื่นหวาดผวาจนตัวสั่น นางกลับมองทะลุแก่นแท้ของปัญหาได้ในเวลาเพียงชั่วลมหายใจเดียว
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... จิงถิง" เขาพึมพำเสียงต่ำ ขยับกายเข้าไปประชิดจนกลิ่นอายบุรุษอบอวลอยู่รอบกายนาง "การรู้มากในเรื่องที่แม้แต่เงาหัวยังอาจหลุดได้เช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะถือว่าเจ้าเป็นผู้รู้เห็นในเรื่องกบฏหรืออย่างไร"
"ถ้าท่านพี่อยากให้ข้าตายด้วยข้อหานั้นจริงๆ ป่านนี้ท่านคงไม่ยืนสนทนากับข้าอย่างใจเย็นเช่นนี้หรอกค่ะ" หลี่จิงถิงเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มเย้าหยอก "อีกอย่าง... ข้าคือผู้เดียวที่อ่านรหัสลับในสมุดบัญชีชุดนี้ออก หากข้าตาย ท่านก็ต้องควานหาตัวหนอนที่กัดกินรากเหง้าของราชสำนักในความมืดไปอีกนานทีเดียว"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เคมีสีเทาที่เจือความท้าทายทำให้ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยเรียบง่าย มันคือการเต้นรำบนปากเหวที่ต่างฝ่ายต่างถือมีดซ่อนไว้เบื้องหลัง
มู่หรงจวิ้นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอกเสื้อของนาง เขาเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของนางออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นขัดกับสถานการณ์รอบด้านอย่างสิ้นเชิง "ตกลง... เรามาพิสูจน์กันว่า 'หนอน' ตัวนี้จะซ่อนตัวอยู่ที่ใด"
ทั้งคู่ละความสนใจจากกระดาษแผ่นนั้นแล้วกวาดสายตาลึกลงไปในห้องลับ ท่ามกลางแสงไฟจากตะเกียง หลี่จิงถิตั้งข้อสังเกตถึงรอยคราบหมึกบนโต๊ะไม้เก่าแก่ที่วางอยู่กลางห้อง ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนพื้นผิวไม้ที่มีร่องรอยการขูดขีดอย่างจงใจ
"ท่านพี่ ดูนี่สิคะ" นางเอ่ยเบาๆ พร้อมกวาดนิ้วไปตามรอยหมึกที่แห้งกรัง "รอยนิ้วมือนี้... มีความผิดปกติ"
มู่หรงจวิ้นก้มลงมองตาม นิ้วมือของมนุษย์ย่อมมีลายพิมพ์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่รอยหมึกบนโต๊ะนี้กลับมีรอยตำหนิที่ปลายนิ้วชี้—รอยแผลเป็นเป็นเส้นตรงยาว ซึ่งเกิดจากการใช้มีดปอกกระดาษหรือมีดเหลาพู่กันมาเป็นเวลานาน
"รอยแผลเป็นแบบนี้..." มู่หรงจวิ้นทวนคำ นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความตระหนักรู้ "มีขุนนางในกรมคลังเพียงผู้เดียวที่มีลักษณะนิสัยชอบเหลาปลายพู่กันด้วยมีดสั้นส่วนตัว แทนที่จะใช้กรรไกรตัดปลายพู่กันตามปกติ"
"รองเจ้ากรมคลัง... จางเหวินเฉิง" หลี่จิงถิงเอ่ยชื่อนั้นขึ้นมาทันที ราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายถูกวางลงในล็อกที่ถูกต้อง "บุรุษผู้ขึ้นชื่อเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและไร้พิษภัยคนนั้น แท้จริงแล้วคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการทุจริตเสบียงกรองสามปีซ้อน"
แต่ทว่า ในวินาทีที่ความจริงเริ่มกระจ่างชัด เสียงฝีเท้าฝีนหนึ่งก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก—ฝีเท้าที่เร่งรีบและหนักหน่วงผิดปกติ ราวกับมีคนล่วงรู้ว่าความลับในห้องนี้กำลังจะถูกเปิดเผย!
มู่หรงจวิ้นคว้าแขนของหลี่จิงถิงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ดับไฟจากตะเกียงหยกขาวในพริบตา ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั้งห้องทันที ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดอยู่ใกล้ใบหูนาง พร้อมกับเสียงกระซิบกระชากใจในความมืด
"ดูเหมือนว่า... 'หนอนตัวนั้น' จะรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด และตอนนี้ มันกำลังยืนอยู่หลังประตูห้องลับนี้เอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปไขปมปริศนานี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 10
เบาะแสชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!