เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 9

การช่วยเหลือที่ซ่อนเร้น

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ที่ปะปนมากับกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินตระกูลหลี่ ไม่ได้ทำให้หลี่จิงถิงรู้สึกหวาดกลัวเท่ากับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ปลายเท้าเรียวภายใต้รองเท้าผ้าปักลายเหมยถอยหลังไปจนชิดผนังอิฐเย็นเยียบ แผ่นหลังบางแนบสนิทกับกำแพงเพื่อลดการสั่นไหวของลมหายใจ นางรู้ดีว่าเวลานี้ความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม บัญชีลับเล่มที่สามที่ถูกซ่อนอยู่หลังช่องลับของชั้นหนังสือ หาใช่เพียงแค่หลักฐานการทุจริตของขุนนางฝ่ายใต้ไม่ แต่มันคือ ‘ใบสั่งตาย’ ที่พรากชีวิตบิดาไปเมื่อหลายเดือนก่อน และบัดนี้ มันกำลังจะพรากชีวิตนางเช่นกัน “ค้นให้ทั่ว! อย่าให้เหลือแม้แต่ร่องกระดาษแผ่นเดียว!” เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องผ่านประตูไม้ผุพัง พร้อมกับเงาร่างของนักฆ่าชุดดำสามคนที่พากันพังประตูเข้ามาอย่างอุกอาจ จิงถิงกัดริมฝีปากจนรับรู้ถึงรสเค็มปร่าของเลือด ดวงตากลมโตภายใต้ความมืดสลัวฉายแววเด็ดเดี่ยว มือเรียวข้างหนึ่งซ่อนกฤษณะเล่มเล็กไว้ในแขนเสื้อ แม้รู้ว่าเรี่ยวแรงอันน้อยนิดของสตรีจะไม่อาจต้านทานคมดาบของมืออาชีพได้ แต่นางไม่มีวันยอมจำนนให้พวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเป็นครั้งที่สอง คมดาบเล่มแรกพุ่งตรงเข้ามาหมายปลิดชีพอย่างไม่ลังเล จิงถิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว ลมดาบเฉี่ยวผ่านปลายเส้นผมจนขาดวิ่น นางอาศัยจังหวะที่คนร้ายเสียหลักซัดเข็มพิษเข้าที่จุดตายบริเวณหัวไหล่ แต่ทว่า—จำนวนที่ต่างกันทำให้ความได้เปรียบมีอยู่เพียงชั่วลมหายใจ *เคร้ง!* ดาบเล่มที่สองตวัดเข้าที่ข้อมือจนกฤษณะในมือร่วงหล่น ร่างระหงถูกแรงกระแทกเหวี่ยงจนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นไม้ล้มระเนระนาด ความเจ็บปวดแลابแปลบไปทั่วแผ่นหลังจนสติเกือบดับวูบ ทว่าก่อนที่คมดาบมรณะจะพุ่งปลิดชีพในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง *ฉับ!* ประกายไฟวาบขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันอย่างรุนแรงจนสะท้านแก้วหู ร่างของนักฆ่าชุดดำที่ยืนค้ำหัวนางเมื่อครู่กลับสะอึก ถอยหลังไปสามก้าว และล้มฟุบลงจมกองเลือดโดยที่ยังไม่ทันได้เห็นเงาของผู้ลงทัณฑ์ด้วยซ้ำ หลี่จิงถิงเบิกตากว้าง หายใจหอบสะท้าน เงยหน้าขึ้นมองฝ่าความมืดสลัว ที่ตรงนั้น—ท่ามกลางละอองฝุ่นและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทปักดิ้นลายกิเลนเงินเคลื่อนกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท่วงท่ามั่นคงและเยือกเย็นราวกับยมทูตที่เดินออกมาจากขุมนรก กลิ่นอายกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทรงพลังเสียจนบรรยากาศรอบกายราวกับหยุดนิ่ง มู่หรงจวิ้น ท่านอัครเสนาบดีผู้เย็นชาและไร้ความปรานี ผู้อยู่เบื้องบนผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนัก เหตุใดเขาจึงมาปรากฏตัว ณ สถานที่อัปยศและอันตรายเช่นนี้ได้ นักฆ่าที่เหลืออีกสองคนหันขวับมาทางผู้มาใหม่ พวกมันพุ่งเข้าใส่ด้วยสัญชาตญาณแห่งความตาย ทว่ามู่หรงจวิ้นเพียงแค่ปรายตามองด้วยหางตา ราวกับพวกมันเป็นเพียงมดปลวกไร้ค่า มือเรียวยาวที่สวมแหวนหยกมันแพรวพราวตวัดกระบี่ในฝักออกเพียงครึ่งคืบ— พริบตาเดียว เงากระบี่วาดผ่านอากาศดั่งสายฟ้าฟาด ร่างทั้งสองร่างชะงักค้าง ก่อนที่ลำคอจะปรากฏรอยเส้นเลือดแดงบาง ๆ และล้มลงแน่นิ่งไปพร้อมกันอย่างไร้เสียง ไม่มีความลังเล ไม่มีแม้แต่รอยเปื้อนของเหงื่อไคล ท่วงท่าการสังหารของเขางดงามและเด็ดขาดราวกับงานศิลปะอันเลือดเย็น จิงถิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน หัวใจเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้ว่า... เขามาช่วยนาง หรือมาเพื่อปิดปากนางกันแน่? ความเงียบงันปกคลุมอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มู่หรงจวิ้นจะลดกระบี่ลงช้า ๆ ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าสตรีที่นั่งพิงกำแพงอย่างหมดสภาพ เงาของเขาทอดทับร่างนางจนมิดมิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจเรือนร่างบอบบางที่เนื้อตัวมอมแม่อมฝุ่นและมีรอยถลอกที่มุมปาก สายตาของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่รอยฉีกขาดบริเวณหัวไหล่ที่ซึมด้วยคราบเลือดชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่แววตาคู่นั้นจะกลับคืนสู่ความเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปีอย่างรวดเร็ว เร็วจนแทบแยกไม่ออกว่าเมื่อครู่คือภาพลวงตา “คิดไม่ถึงว่าฮูหยินผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน จะมีงานอดิเรกเป็นการวิ่งเล่นในสุสานยามวิกาลเช่นนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เยียบเย็นและไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันอันคมกริบ จิงถิงฝืนยันกายลุกขึ้นยืน แม้เรียวขาจะสั่นเทา แต่นางปฏิเสธที่จะแสดงความอ่อนแอต่อหน้าบุรุษผู้นี้ รอยยิ้มบางเบาถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างยากลำบาก แม้จะระadไปด้วยความเจ็บปวด “หากไม่ใช่เพราะท่านอัครเสนาบดีส่งคนมาต้อนรับข้าถึงเรือนพัก บ่าวไพร่คงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนจนต้องมา ‘วิ่งเล่น’ ในที่อับชื้นเช่นนี้หรอกกระมังเจ้าคะ” นางโต้กลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะแหบพร่าแต่ยังคงไว้ซึ่งความเฉียบคม มู่หรงจวิ้นหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา “ปากคอเราะร้ายเช่นนี้ ดูท่าอาการบาดเจ็บของเจ้าคงจะไม่หนักหนาอย่างที่ตาเห็น” “ข้าต้องขอบพระคุณความกรุณาของท่านที่เมตตา ‘ช่วยชีวิต’ ข้าไว้ทันเวลา... หรือที่แท้จริงแล้ว ท่านกลัวว่าหากข้าตายไป บัญชีเล่มนั้นจะตกไปอยู่ในมือขององค์ชายรองเสียก่อนกันแน่?” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรง ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ซ่อนเล่ห์กลอันล้ำลึกไว้ภายใต้รอยยิ้ม มู่หรงจวิ้นก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอย่างไร้เสียง ลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นอายจาง ๆ ของสนิมเหล็กและจันทน์หอมปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามทำให้หัวใจของจิงถิงกระตุกวูบ แต่นางไม่ยอมถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว นิ้วเรียวยาวที่เย็นเยียบดั่งหยกขาวเอื้อมขึ้นมาแตะที่คางคุมกำเนิดของนางอย่างถือวิสาสะ บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสายตาคมปลาบที่มองตรงมา “เจ้าฉลาดเกินไป หลี่จิงถิง” เสียงกระซิบต่ำลึกลอดไรฟัน ราวกับเสียงคำรามของสัตว์นักล่าที่กำลังหยอกล้อเหยื่อในกรง “และความฉลาด... มักจะมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ” “ถ้าเช่นนั้น... ท่านอัครเสนาบดีคิดจะเก็บค่าผ่านทางจากข้าด้วยวิธีใดเล่าเจ้าคะ?” นางถามกลับทันที โดยไม่หลบสายตาที่ราวกับจะแผดเผานั้นแม้แต่น้อย บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เคมีอันตรายที่ดึงดูดและผลักไสในคราวเดียวกันแผ่ขยายออกไปทั่วห้องใต้ดินอันมืดมิด ทว่าในวินาทีที่มู่หรงจวิ้นกำลังจะเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อตอบโต้— *กริ๊ก...* เสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากเบื้องหลังชั้นหนังสือที่ถูกโค่นล้ม เป็นเสียงกลไกโลหะกระทบกันเบา ๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน มู่หรงจวิ้นชะงัก สายตาคมกริบหันขวับไปมองยังผนังด้านหลังทันที ขณะที่หลี่จิงถิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ที่ตรงรอยต่อของผนังอิฐซึ่งควรจะตันสนิท กลับมีช่องลับอีกช่องหนึ่งเลื่อนเปิดออกอย่างช้า ๆ พร้อมกับกลิ่นอายอับชื้นที่พวยพุ่งออกมา พร้อมกับกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของทั้งคู่ บนแผ่นกระดาษนั้นปรากฏตราประทับลับของ ‘หน่วยเงาหลวง’—ตราประทับที่ควรจะมีเพียงองค์จักรพรรดิและผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเท่านั้นที่ครอบครอง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและติดตามอ่านมาด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%