คมดาบวาววับสะท้อนกับแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างกระดาษสา เสียงแหวกอากาศด้วยความเร็วดุจพายุหวนไม่ได้มาจากภายนอกห้องโถงเท่านั้น แต่มันดังขึ้นจากความเงียบงันที่พวกเขาทั้งสองเพิ่งใช้มันต่อรองผลประโยชน์กันเมื่อครู่
หลี่จิงถิงไม่แม้แต่จะกะพริบตา สัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาจากการเอาตัวรอดในวังวนบัญชีมืดและการเมืองราชสำนักกระตุ้นเตือนนางก่อนที่สมองส่วนเหตุผลจะทันได้ประมวลผล ทว่า เร็วกว่าคือน้ำหนักของร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้าโถมทับร่างของนางลงไปกับพื้นพรมหนานุ่ม กลิ่นอายบุรุษประจำตัวของมู่หรงจวิ้น—กลิ่นหมึกชั้นดีผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของสนเขา—โอบล้อมนางไว้ในเสี้ยววินาทีที่เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง!* สนั่นหวั่นไหว
เศษไม้จากวงกบหน้าต่างที่ถูกคมดาบฟันขาดสะบั้นปลิวว่อน ประกายไฟจากการปะทะกันของเหล็กกล้าสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้เพลิงในความมืด
"อย่าขยับ"
เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่บริเวณต้นคอยืนยันว่าบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าไร้หัวใจที่สุดในแคว้นกำลังใช้ร่างของตนเองเป็นโล่กำบังให้นาง หลี่จิงถิงเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เพิ่งหยุดเต้นไปชั่วขณะจากปมในอดีตกลับมาเต้นระรัวอีกครั้งด้วยจังหวะที่บ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่นางกำลังตระหนักว่า มู่หรงจวิ้น... อัครเสนาบดีผู้เย็นชาและคำนวณทุกสิ่งเป็นผลประโยชน์ เพิ่งเลือกที่จะเอาชีวิตของเขาเข้าแลกเพื่อปกป้องนาง
*เหตุใดกัน?* คำถามนี้กรีดลึกอยู่ในอก นางไม่ใช่สตรีที่มีค่าพอให้เขาต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต หรือแท้จริงแล้ว... บัญชีลับฉบับนั้นมีความหมายมากกว่าที่นางคาดคิด?
"ท่านอัครเสนาบดีดูเหมือนจะประเมินมือสังหารของตระกูลหลิวต่ำไปกระมังคะ" จิงถิงเอ่ยเสียงเรียบ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด ปลายนิ้วเรียวยาวของนางยังคงซุกซ่อนอยู่ใต้ร่องแขนเสื้อ สัมผัสกับพิษอัมพาตชนิดเข้มข้นที่เตรียมไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
"หุบปากเสีย หลี่จิงถิง" มู่หรงจวิ้นคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าคมคายของเขาอยู่ห่างจากนางเพียงคืบ แววตาดุดันที่มักจะซ่อนความเย้ยหยันไว้เสมอ บัดนี้กลับฉายประกายความกรุ่นโกรธและ... ความห่วงใยที่เขาพยายามปกปิดอย่างสุดความสามารถ ดวงตาคู่นั้นมืดสนิทราวกับห้วงเหวลึก แต่มันสะท้อนเงาของนางไว้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
*ฟึบ!*
เงาดำสามร่างพุ่งทะยานเข้ามาทางช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด พร้อมกับประกายดาบที่ระBាយวับวาววับในความมืด มู่หรงจวิ้นไม่รอช้า เขาพลิكกายอย่างรวดเร็วดุจพยัคฆ์ร้าย มือข้างหนึ่งคว้ากระบี่ประจำกายที่วางพาดอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาตวัดรับคมดาบที่พุ่งตรงเข้ามาปักกลางอกได้อย่างเฉียดฉิว
*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันดังระรัว บ่งบอกถึงฝีมือระดับปรมาจารย์ของฝ่ายผู้บุกรุก พวกมันไม่ใช่โจรรับจ้างทั่วไป แต่เป็นมือสังหารเดนตายที่ถูกฝึกมาเพื่อการปลิดชีพโดยเฉพาะ เลือดสีแดงเข้มกระเซ็นหยดลงบนพื้นพรมราคาแพง เมื่อกระบี่ในมือของมู่หรงจวิ้นตวัดเข้าที่ลำคอของมือสังหารคนแรกจนล้มฟุ้งลงไปกองกับพื้น ทว่า ด้วยความที่เขาต้องคอยปกป้องร่างของจิงถิงที่หมอบอยู่เบื้องหลัง ทำให้ช่องว่างในการป้องกันตัวลดลงครึ่งหนึ่ง
พริบตานั้นเอง... มือสังหารคนที่สองอาศัยจังหวะที่มู่หรงจวิ้นกำลังเบี่ยงตัวหลบคมดาบ พุ่งเป้าหมายมาที่หลี่จิงถิงโดยตรง ปลายดาบแหลมคมพุ่งตรงมายังหัวใจของนางราวกับอสรพิษร้าย
"ระวัง!" จิงถิงอุทานเบาๆ ทว่ามู่หรงจวิ้นเร็วกว่า เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะใช้หัวไหล่ข้างซ้ายของตนเองพุ่งเข้าไปรับคมดาบแทนนาง เสียงเนื้อผ้าฉีกขาดพร้อมกับเสียงคมดาบเฉือนผ่านเนื้อลึกจนได้ยินเสียงกระดูกชัดเจน เลือดสีสดทะลักย้อมอาภรณ์สีเข้มจนชุ่มโชกในพริบตา
"มู่หรงจวิ้น!"
ดวงตากลมโตของหลี่จิงถิงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ความรู้สึกบางอย่างที่นางพยายามกดทับและสร้างกำแพงน้ำแข็งกั้นไว้นานนับปี พังทลายลงในวินาทีที่เห็นหยดเลือดหยาดนั้นร่วงหล่นลงบนพื้น นางไม่เคยคิดว่าบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้จะยอมเจ็บตัวเพื่อสตรีที่เขาเพิ่งแต่งเข้ามาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
มู่หรงจวิ้นกัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงเล็กน้อยจากพิษบาดแผลและความเจ็บปวด แต่แววตาของเขากลับยิ่งดุดันและเหี้ยมเกรียมขึ้นเป็นทวีคูณ เขาใช้มือข้างที่ไม่บาดเจ็บซัดพลังภายในใส่หน้าอกของมือสังหารจนกระเด็นทะลุออกนอกหน้าต่างไป พร้อมกับเสียงตวาดก้องที่สะเทือนไปทั่วทั้งเรือนพัก
"ใครหน้าไหนที่ส่งพวกเจ้ามา... กลับไปบอกนายมันด้วยว่า บัญชีหนี้ครั้งนี้ ข้าจะไปทวงคืนด้วยตนเอง!"
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมห้องโถงอีกครั้งท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของมู่หรงจวิ้นที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยอ่อน เขาหันกลับมามองสตรีที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องล่าง ลมหายใจของเขารดรินอยู่ใกล้จนนางสัมผัสได้
"เจ้า... บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהถามเบาหวิว ราวกับความปลอดภัยของนางคือสิ่งเดียวที่มีความสำคัญในยามนี้ แม้ลมหายใจของเขาเองจะเริ่มติดขัดแล้วก็ตาม
หลี่จิงถิงเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวยาวที่ซ่อนพิษไว้เมื่อครู่ค่อยๆ คลายออก นางเอื้อมมือไปแตะรอยแผลบริเวณหัวไหล่ของเขาที่เลือดไหลไม่หยุด สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวของวรยุทธ์และไออุ่นจากตัวเขาที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ
"ท่านมันคนโง่..." จิงถิงกระซิบเสียงสั่น เปลือกตาร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำใสที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้ "เหตุใดต้องเอาชีวิตเข้าแลก ข้าเป็นเพียงภรรยาที่ท่านชังน้ำหน้าไม่ใช่หรือ"
มุมปากของมู่หรงจวิ้นยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความเย้ยหยัน มีเพียงความเหนื่อยล้าและความหมายลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง "ภรรยา... ข้ามีเพียงคนเดียว แต่ถ้าเจ้าตาย ใครจะมานั่งไล่เบี้ยบัญชีแคว้นฉีร่วมกับข้าเล่า..."
เขากล่าวค้างไว้แค่นั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะทิ้งน้ำหนักลงมาซบลงบนลาดไหล่ของนางอย่างหมดแรง ลมหายใจของเขาผ่อนลงช้าๆ บ่งบอกว่าพิษจากคมดาบลับเริ่มแล่นเข้าสู่กระแสเลือดแล้ว
หลี่จิงถิงรีบประคองร่างของสามีไว้แน่น สายตาของนางกวาดมองไปทั่วห้องโถงมืดทึบเพื่อหาทางช่วยชีวิตเขา ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังจะเอ่ยปากเรียกองครักษ์ด้านนอก สายตากลับเหลือบไปเห็นเศษผ้าชิ้นหนึ่งที่หลุดติดอยู่ที่ปลายดาบของมือสังหารผู้ตาย ซึ่งร่วงอยู่ใกล้โต๊ะหนังสือ
มันไม่ใช่ผ้าไหมชั้นดีที่ใช้ในเมืองหลวง... แต่มันคือผ้าทอหยาบจาก "ค่ายทหารชายแดนทิศเหนือ" ที่มีตราสัญลักษณ์ประจำกองกำลังขององค์ชายรอง—ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่ชายแดนห่างไกลนับพันลี้!
หัวใจของหลี่จิงถิงกระตุกวูบอย่างแรง ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังคลี่คลายออกทีละน้อย
...มือสังหารชุดนี้ไม่ได้ถูกส่งมาจากตระกูลหลิวคู่ปรับทางการค้า แต่มันคือแผนการลอบปลิดชีพที่เชื่อมโยงถึงบัลลังก์มังกรโดยตรง!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเคียงข้างไปกับเล่ห์กลอันลึกล้ำนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"หมอกเหมยปลายฤดู"
เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 18
การลอบสังหารกลางดึก
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!