เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 20

หมากตานี้เดิมพันด้วยชีวิต

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
คราบหมึกสีชาดบนกระดาษสาแผ่นบางยังคงส่งกลิ่นอายความสดใหม่ของความหายนะ หลี่จิงถิงใช้ปลายนิ้วเรียวมนแตะลงบนขอบถ้วยชาอุ่นที่เริ่มเย็นเฉย ไอร้อนจางๆ ที่ลอยกรุ่นขึ้นมาปะทะกับแววตาคู่คมกริบที่ซ่อนอยู่ภายใต้แพขนตายาวหนา นางไม่ได้มองหน้าบุรุษผู้มีศักดิ์เป็นสามีซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่สมาธิทั้งหมดถูกตรึงไว้กับตัวเลขสิบสามบรรทัดที่บันทึกยอดเงินหมุนเวียนในคลังหลวงและการทุจริตยักยอกเสบียงทหารประจำมณฑลเจียงหนาน ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อักษรจีนโบราณ แต่มันคือหยาดโลหิตของราษฎรและคือเชือกที่กำลังรัดคอขุนนางกังฉินกลุ่มใหญ่ “เจ้ามั่นใจแค่ไหนว่า ตาข่ายผืนนี้จะรวบปลาใหญ่ได้ทั้งเล้า?” เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรีดังขึ้นจากมู่หรงจวิ้น บุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทปักลายเมฆาเงิน ท่วงท่าของเขาดูผ่อนคลายราวกับกำลังนั่งจิบชาชมดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ ทว่าแววตาคมกล้าคู่นั้นกลับซ่อนความเยียบเย็นและความคมกริบของใบมีดที่เคลือบยาพิษเอาไว้ ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ จิงถิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา สตรีในอาภรณ์สีฟ้าครามปักลายเหมยปะทะลมหนาวขยับตัวเข้าหาโต๊ะไม้จันทน์หอมช้าๆ เพื่อลดระยะห่างระหว่างเขากับนาง “ท่านอัครเสนาบดีระแวงเก่งเสียจริงค่ะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเย้ยหยันไว้ในที “ปลาใหญ่ย่อมติดเบ็ดก็ต่อเมื่อมันเห็นเหยื่อที่หอมหวานพอ และเหยื่อในครั้งนี้... ก็คือบัญชีลับที่ข้าเป็นผู้ตรวจสอบแก้ไขด้วยตนเองทุกตัวอักษร ใต้เสนาบดีกรมคลังคนนั้นไม่มีทางปล่อยให้หลักฐานชิ้นนี้ตกไปอยู่ในมือคนอื่นแน่ เพราะมันคือตั๋วเดินทางไปสู่ความตายของเขาเอง” มู่หรงจวิ้นแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย เขายื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงที่หลังมือของนางที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของผิวเนื้อที่ผ่านการคำนวณแผนการมาทั้งคืน เคมีระหว่างคนทั้งสองคล้ายดั่งไฟกับน้ำแข็ง—แตกต่าง หักล้าง แต่กลับดึงดูดเข้าหากันด้วยแรงโน้มถ่วงทางจิตวิญญาณที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ “เจ้ากล้าเอาชีวิตของตนเองและคนสกุลหลี่ที่เหลืออยู่มาเดิมพันบนโต๊ะพนันนี้ ถือว่าใจกล้าไม่เบาเลยนะจิงถิง” เขากล่าวพลางใช้ปลายนิ้วเกลี่ยหลังมือนางเบาๆ คล้ายจะหยอกเย้า ทว่าแววตากลับจริงจังและกดดัน “หากราชครูโจวไหวตัวทันและส่งมือกำจัดพยานก่อนที่แผนล่อซื้อจะสำเร็จ ศีรษะของภรรยาข้าคงต้องหลุดออกจากบ่าเป็นคนแรก” “ถ้าเช่นนั้น ข้าคงต้องฝากความหวังไว้ที่คมดาบของท่านอัครเสนาบดีแล้วกระมังคะ?” จิงถิงตอบกลับทันควันโดยไม่กะพริบตา ดวงตาดำขลับสะท้อนภาพใบหน้าคมคายของสามี “ท่านยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปต่อหน้าต่อตา หรือจะยอมให้ข้ากลายเป็นหมากตัวตายที่ไร้ค่าเช่นนั้นหรือ? ข้าเชื่อว่าท่านฉลาดพอที่จะไม่ปล่อยให้ผลงานชิ้นโบว์แดงนี้หลุดลอยไปหรอกค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสือลับชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของลมหายใจและการเต้นของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น ทั้งสองจ้องมองกันราวกับจะอ่านทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ ไม่มีความหวาดกลัว มีแต่ความท้าทาย และความเข้าใจอันลึกซึ้งในเกมอำนาจที่เดิมพันด้วยชีวิต ณ หอชิงเฟิง ยามราตรีล่วงเข้าสู่ยามสาม (03.00 น.) ความเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับแมวป่าที่ย่างก้าวเข้ามาทางระเบียบทางเดินด้านหลัง เงาร่างสามร่างในชุดดำสนิทเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี เป้าหมายของพวกมันคือหีบไม้จันทน์แดงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของจิงถิง ซึ่งภายในบรรจุบัญชีต้นฉบับที่ระบุเส้นทางการเงินของพรรคพวกราชครูโจวไว้อย่างละเอียด เงาร่างตรงกลางหยิบกริชสั้นขึ้นมางัดแงะกุญแจทองเหลืองอย่างคล่องแคล่ว ทว่าในจังหวะที่ฝากล่องกำลังจะถูกเปิดออก มุมปากของเงาร่างนั้นก็ยกยิ้มด้วยความย่ามใจ “ช่างง่ายดายเสียจริง...” เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้น แต่ทว่า... ทันทีที่ฝากล่องเปิดออก กลิ่นฉุนรุนแรงของผงยาสลบสีขาวก็พวยพุ่งขึ้นมาปะทะใบหน้าของมือสังหารทั้งสามคนอย่างจัง! “แย่แล้ว! กลลวง...!” มือสังหารหัวหน้ากลุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก พยายามจะถอยหลังหนี แต่ขาทั้งสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในเวลาไม่ถึงลมหายใจ ประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยตามที่พวกมันคาดคิด ไฟทุกดวงในห้องหนังสือพลันสว่างวาบขึ้นพร้อมกันราวกับปาฏิหาริย์ เงาสูงสง่าของมู่หรงจวิ้นก้าวออกมาจากหลังฉากกั้นลายปัก นัยน์ตาคมกราบดุจพญาเหยี่ยวทอดมองร่างที่ดิ้นรนอย่างไร้เรี่ยวแรงบนพื้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ในขณะที่หลี่จิงถิงก้าวตามออกมาจากมุมมืด พร้อมกับถือพู่กันขนกระต่ายป่าสีขาวบริสุทธิ์ในมือ นางมองดูผลงานของตนเองด้วยแววตานิ่งสงบ “ยินดีต้อนรับสู่กับดักของพวกเราค่ะ ท่านแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ” จิงถิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าเยือกเย็นเสียจนมือสังหารที่นอนอยู่บนพื้นถึงกับสันหลังวาบ มู่หรงจวิ้นก้มลงมองหน้ามือสังหารหัวหน้ากลุ่มที่พยายามเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่มุมปากของอัครเสนาบดีหนุ่มจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “กลับไปบอกนายของเจ้า... ว่าบัญชีเล่มนี้ ข้าขอรับไว้ตรวจสอบด้วยตัวเองก็แล้วกัน” ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์ดูเหมือนจะอยู่ในกำมือของสองสามีภรรยาอย่างไร้ที่ติ จู่ๆ ร่างของมือสังหารหัวหน้ากลุ่มที่ควรจะหมดสติด้วยฤทธิ์ยา กลับกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง เลือดสีดำคล้ำพุ่งทะลักออกมาจากมุมปากของมัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด—ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาของจิงถิง แต่เป็นเพราะเข็มเงินอาบยาพิษที่ปักเข้าที่ต้นคอของมันจากเงาดำปริศนาที่ซ่อนอยู่บนขื่อหลังคา! แสงไฟตะเกียงวูบไหวรุนแรง เสียงกระซิบเย็นเยียบดังลอยมาจากความมืดเบื้องบน “เก่งมาก... ทั้งท่านอัครเสนาบดี และฮูหยินผู้ชาญฉลาด... แต่พวกท่านคงลืมไปกระมัง ว่าข้าก็รอจังหวะนี้อยู่เช่นกัน” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นระทึกไปกับเล่ห์กลอันซับซ้อนในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้า รับรองว่ามีเซอร์ไพรส์รออยู่อีกเพียบค่ะ! — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%