เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 3

กลยุทธ์ก้าวแรก

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นชาผู่เออร์ชั้นดีที่ลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้าไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องหนังสือส่วนตัวของอัครเสนาบดีมู่หรงผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย รัศมีกดดันจากบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งราชสำนักแผ่ซ่านจนราวกับอากาศรอบกายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น มู่หรงจวิ้นนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองสตรีที่ยืนนิ่งสงสงบอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำ นี่ไม่ใช่บททดสอบความสามารถที่เขากราบทูลฮ่องเต้เพื่อลองใจภรรยาเอกผู้มาจากตระกูลขุนนางตกอับอีกต่อไปแล้ว ประโยคที่ว่า ‘กับดักมรณะ’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหลี่จิงถิง นางตระหนักดีว่าเงาปริศนาที่จงใจหยิบยื่นหลักฐานการทุจริตในคลังเสบียงหลวงมาไว้ในเรือนหอ ไม่ได้ต้องการแค่ทำลายชื่อเสียงของนางหรือดิสเครดิตตระกูลมู่หรงเท่านั้น แต่พวกมันต้องการ ‘ยืมมือ’ มู่หรงจวิ้นให้สังหารนางด้วยข้อหาสมคบคิดกับกบฏภายในสามวันแรกของการแต่งงาน! รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของจิงถิง เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ทว่ากลับเปี่ยมด้วยความเยือกเย็นและท้าทาย นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกครึ่งก้าว ปล่อยให้ชายกระโปรงผ้าไหมปักลายเหมยร่วงหล่นแนบไปกับพื้นหินขัดอย่างมั่นคง "ท่านอัครเสนาบดีทรงสงสัยว่าเหตุใดหลักฐานชิ้นสำคัญจึงเดินทางมาถึงมือหม่อมฉันได้อย่างราบรื่นนักใช่หรือไม่คะ" เสียงหวานทุศกังวานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่เยือกเย็นลงอย่างจงใจ มู่หรงจวิ้นหรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า "ฮูหยินฉลาดเกินไปมักอายุสั้น เจ้าตอบคำถามของข้าก่อนดีกว่า ว่าเหตุใดรายชื่อบัญชีลับของกองเสบียงภาคเหนือจึงมาซ่อนอยู่ใต้แจกันกระเบื้องเคลือบในเรือนของเจ้าได้ หากไม่ใช่เพราะเจ้ามีสายสัมพันธ์ลึกลับกับพวกกบฏแดนประจิม" คำกล่าวหาที่ไร้ความปรานีพุ่งตรงราวกับลูกธนูอาบยาพิษ ทว่าจิงถิงหาได้สะดุ้งสะเทือน นางกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงนั้นเจือความขบขันอันขื่นขม "หากหม่อมฉันเป็นสายลับของพวกกบฏจริง หม่อมฉันคงไม่โง่เขลาพอที่จะเก็บหลักฐานชิ้นโบแดงไว้ในจุดที่แม้แต่เด็กรับใช้ยังเดินผ่านวันละสามรอบหรอกค่ะท่านพี่... หรือว่าท่านอัครเสนาบดีผู้ปราดเปรื่องแห่งต้าฉี จะทรงหลงลืมวิชาการสืบสวนที่ใช้ไต่สวนขุนนางทุจริตไปเสียแล้วกระมัง?" คำพูดที่ย้อนเกล็ดอย่างเจ็บแสบทำให้ดวงตาคมปลาบของมู่หรงจวิ้นไหววูบชั่วขณะ มุมปากของเขาหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหยียดหยัน "บังอาจนัก เจ้ากล้าสั่งสอนข้าหรือ" "หม่อมฉันมิกล้าบังอาจ เพียงแต่กำลังใช้เหตุผลที่บุรุษผู้มีตำแหน่งสูงส่งเช่นท่านมองข้ามไปต่างหากค่ะ" จิงถิงเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย ความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์บอบบางนี้ทำให้มู่หรงจวิ้นรู้สึกราวกับถูกกระชากความสนใจไปอย่างสิ้นเชิง "ท่านพี่ลองตรองดูให้ดี บ่าวไพร่ในจวนอัครเสนาบดีแห่งนี้ มีใครบ้างที่ไม่ใช่คนเก่าคนแก่ที่ติดตามท่านมานับสิบปี? แต่กระนั้น เหตุใดแจกันใบนั้นจึงถูกเปลี่ยนตำแหน่งในคืนที่หม่อมฉันก้าวเท้าเข้าจวนเป็นคืนแรก?" มู่หรงจวิ้นชะงักไปเล็กน้อย สมองอันชาญฉลาดเริ่มประมวลผลตามคำชี้แนะของนาง "เจ้าหมายความว่า..." "หม่อมฉันไม่ได้หมายความว่าบ่าวไพร่ทุกคนทรยศค่ะ... แต่หม่อมฉันกำลังจะบอกว่า 'หนอนกระดืบ' ตัวนั้น กำลังใช้ความคุ้นเคยในจวนนี้เพื่อจัดฉากให้ท่านกับหม่อมฉันห้ำหั่นกันเอง" จิงถิงก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยขาวประจำกายลอยแตะนาสิกของมู่หรงจวิ้น "บ่าวในเรือนซักล้างนามว่า 'อี้เหนียง' นางทำงานรับใช้ในจวนนี้มาแปดปี นางมีพี่ชายเป็นนายทหารชั้นผู้น้อยสังกัดกรมคลังเสบียง และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... เมื่อวานนี้ ช่วงยามอิ่ว (17.00-18.49 น.) นางเป็นผู้เดียวที่ถือวิสาสะเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูในห้องนอนของหม่อมฉัน โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากแม่บ้านใหญ่" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสืออีกครั้ง ทว่าครั้งนี้บรรยากาศเปลี่ยนจากความกดดัน เป็นความตึงเครียดอันเนื่องมาจากกระบวนการทางความคิดที่กำลังวิ่งเร็วจี๋ของบุรุษผู้กุมอำนาจ มู่หรงจวิ้นมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่งระคนระแวง เขาไม่เคยคิดเลยว่าสตรีที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นหมากทางการเมืองนางนี้ จะใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนในการสืบสาวราวเรื่องและวิเคราะห์พฤติกรรมของบ่าวไพร่ในจวนอัครเสนาบดีได้อย่างทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้ นางไม่ได้แค่ป้องกันตัว แต่นางกำลังเปิดโปงโครงสร้างอำนาจมืดที่ฝังรากลึกอยู่ในเรือนของเขาเอง! "เจ้าสืบเรื่องของอี้เหนียงมาจากไหน?" มู่หรงจวิ้นเอ่ยถาม เสียงของเขาต่ำลงจนแทบ1 เป็นกระซิบ ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันอันน่าสะพรึงกลัว "ความลับของการเป็นบุตรสาวขุนนางตกอับ คือการเรียนIรู้วิธีเอาตัวรอดจากการถูกเหยียบย่ำค่ะท่านพี่..." จิงถิงยิ้มหวานหยดย้อย ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดซ่อนในแพขนตา "หากท่านยังไม่เชื่อ หม่อมฉันท้าให้ท่านส่งคนไปค้นเรือนพักของอี้เหนียงในยามนี้ รับรองว่าท่านจะได้พบกับ 'ของขวัญ' อีกชิ้นที่พวกมันเตรียมไว้ต้อนรับสะใภ้ใหม่อย่างแน่นอน" มู่หรงจวิ้นจ้องมองภรรยาของตนเนิ่นนาน ราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปในจิตใจที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกตนั้น เคมีอันตรายระหว่างพวกเขาทั้งสองพุ่งทะยานถึงขีดสุด เป็นความดึงดูดที่เกิดจากความเท่าเทียมทางปัญญา เป็นการปะทะกันของสองวิญญาณที่ไม่มีใครยอมใคร ในจังหวะที่มู่หรงจวิ้นกำลังจะเอ่ยปากสั่งการให้องครักษ์เงาเคลื่อนไหว เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังรัวขึ้นจากด้านนอกอย่างไม่มีมารยาท "ท่านอัครเสนาบดีขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..." เสียงของพ่อบ้านหลี่ละล่ำละลักดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "อี้เหนียง... อี้เหนียงนางผูกคอตายอยู่ในห้องพักหลังเรือนซักล้างแล้วขอรับ!" มู่หรงจวิ้นและหลี่จิงถิงสบตากันในทันที ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาถึงสันหลัง นั่นไม่ใช่การฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิด... แต่มันคือการ ‘ปิดปาก’ อย่างสมบูรณ์แบบจากเงาปริศนาที่กำลังเล่นงานพวกเขาทั้งคู่ในความมืด! ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเล่ห์กลอันลุ่มลึกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%