เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 2

ชาติตระกูลที่ต้องแลกด้วยเลือด

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นหอมเย็นของกำยานจันทน์เทศลอยวนอยู่กลางอากาศ ยามเมื่อปลายนิ้วเรียวสวยของหลี่จิงถิงจรดลงบนหน้ากระดาษสมุดบัญชีเล่มหนา เสียงดีดลูกคิดไม้แกะสลักดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันของเรือนพักส่วนตัว ยามวิกาลเช่นนี้ ภายในจวนอัครเสนาบดีมู่หรงกลับไร้ซึ่งสรรพเสียงแห่งการเคลื่อนไหว ราวกับคฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บความตายและความลับ ประโยคสุดท้ายจากค่ำคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด... *เกียรติยศหรือหลุมศพ*... พวกมันต่างหากเล่าที่เป็นฝ่ายต้องเลือก แกร๊ก... เสียงบานประตูไม้ลงกลอนถูกผลักออกแผ่วเบา ไม่มีความจำเป็นต้องเคาะขออนุญาต เพราะเจ้าของเรือนหลังนี้คือมู่หรงจวิ้น บุรุษผู้ถือครองอำนาจสูงสุดรองจากองค์ฮ่องเต้ และเป็นสามีในนามที่นางเพิ่งเข้าพิธีแต่งงานด้วยเมื่อสามวันก่อน หลี่จิงถิงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี นางยังคงจดบันทึกตัวเลขรายรับรายจ่ายของโรงเตี๊ยมในเครือสกุลมู่หรงด้วยความนิ่งสงบ ราวกับว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาในยามวิกาลคือลมหนาวสายหนึ่ง มิใช่ปีศาจแห่งราชสำนัก "ดึกดื่นค่อนคืนป่านนี้แล้ว ฮูหยินยังขยันขันแข็งถึงเพียงนี้เชียวหรือ" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ระลอกคลื่นเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์สีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องโต๊ะทำงาน กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ติดกายเขามาไม่ได้รอดพ้นจากประสาทสัมผัสอันแหลมคมของนาง แต่นางเลือกที่จะเมินเฉยมัน เช่นเดียวกับที่เขานิ่งเฉยต่อความจริงเบื้องหลังการแต่งงานการเมืองครั้งนี้ หลี่จิงถิงวางพู่กันลงในแท่นหินฝนหมึกอย่างเชื่องช้า นางเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววระยิบระยับราวกับดวงดาวในคืนเดือนมืด ทว่าลึกล้ำจนยากจะหยั่งถึง "หากบ่าวไพร่ในจวนไม่ยอมทำงานให้สมกับเบี้ยหวัดที่ท่านอัครเสนาบดีเมตตาจ่ายให้ ข้าซึ่งเป็นภริยาผู้ดูแลเรือนย่อมต้องตรวจสอบบัญชีแทนพวกเขา... หรือท่านว่าไม่จริงเจ้าคะ, ใต้เท้า" นางเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษไว้บางๆ และมีความท้าทายซ่อนอยู่ภายใต้ความอ่อนหวาน มู่หรงจวิ้นไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ใบหน้าคมคายราวกับสลักจากหยกเย็นชา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของนาง เขาไม่ชอบสตรีที่ฉลาดแกมโกง แต่น่าแปลกที่ความฉลาดของสตรีตรงหน้ากลับทำให้เขารู้สึก... อยากทำลายให้สิ้นซาก หรือไม่ก็... อยากครอบครองไว้เพียงผู้เดียว พรึบ! ห่อผ้าแพรสีเลือดหมูถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานคั่นกลางระหว่างเขากับนาง แรงกระแทกทำให้สมุดบัญชีเคลื่อนตัวเล็กน้อย กลิ่นคาวโลหิตที่เคยจางหายกลับตลบอบอวลขึ้นมาอีกครั้ง รุนแรงและชัดเจนยิ่งกว่าเดิม "ของขวัญต้อนรับการเข้าเรือนใหม่ของเจ้า" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงเยียบเย็น พลางทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อรอดูอาการของสตรีตรงหน้า "ข้าได้ยินมาว่า บิดาผู้ล่วงลับของเจ้าเคยเป็นถึงผู้ตรวจการคลังผู้ตงฉิน แต่ดูเหมือนว่า... ความซื่อสัตย์จะไม่ใช่สมบัติชิ้นเดียวที่เขาทิ้งไว้ให้เจ้าหรอกกระมัง" หลี่จิงถิงก้มมองห่อผ้าแพรนั้น หัวใจในอกกระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที แต่สีหน้าของนางยังคงรักษาความเรียบเฉยไว้ได้อย่างแนบเนียน ไม่มีแม้แต่รอยขมวดคิ้ว มือเรียวบางเอื้อมออกไปแกะเชือกผูกผ้าแพรออกอย่างไม่รีบร้อน ราวกับกำลังเปิดกล่องของขวัญในวันเทศกาล เมื่อผ้าแพรถูกคลี่ออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือกระดาษตราประทับราชสำนักที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง พร้อมด้วยป้ายหยกประจำตัวของขุนนางระดับสูงผู้หนึ่ง และ... นิ้วมือมนุษย์ที่ถูกตัดขาดออกEมาสดๆ ร้อนๆ! คนธรรมดาทั่วไปคงกรีดร้องและถอยร่นด้วยความหวาดกลัว แต่นางกลับเพียงแค่กวาดสายตามองมันด้วยแววตาครุ่นคิด นิ้วเรียวแตะลงบนมุมกระดาษที่เปื้อนเลือดเพื่อตรวจสอบเนื้อสัมผัสและการใช้น้ำหมึก "ช่างเป็นของขวัญที่... สื่อความหมายได้ดีเยี่ยมเหลือเกินเจ้าค่ะ" หลี่จิงถิงเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ท่านอัครเสนาบดีกำลังทดสอบความนิ่งของข้า หรือกำลังบอกใบ้ว่า... คดีฆาตกรรมยกครัวตระกูลสวีเมื่อสามปีก่อน แท้จริงแล้วไม่ได้ทำโดยโจรภูเขาอย่างที่ราชสำนักประกาศออกไปกันแน่?" บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงทันที อุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลงหลายองศา มู่หรงจวิ้นหรี่ตาลงอย่างอันตราย รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างสูงจนน่าอึดอัด เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงกระซิบต่ำรอดไรฟันดังขึ้น "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว, จิงถิง... การรู้มากเกินไปในจวนหลังนี้ มักจะมีอายุสั้นเสมอ" "ท่านพี่กล่าวเกินไปแล้วเพคะ" นางเอ่ยตอบโดยไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีด "ข้าเป็นเพียงภรรยาที่สามีรักและตามใจ ย่อมต้องช่วยสามีแบ่งเบาภาระในคดีความที่ค้างคาอยู่แล้ว... อีกอย่าง ป้ายหยกชิ้นนี้และนิ้วมือนี้ ไม่ใช่ของใครอื่นไกล แต่มันคือของ 'ใต้เท้าจ้าว' ผู้ตรวจการอาวุโสผู้เป็นสหายสนิทของบิดาข้ามิใช่หรือเจ้าคะ?" มู่หรงจวิ้นชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งแต่ก็รีบเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว เขากำลังประเมินสตรีผู้นี้ต่ำไป นางไม่ได้เป็นเพียงแค่บุตรสาวขุนนางตกอับที่ถูกส่งมาเป็นตัวประกันทางการเมือง แต่นางคือหมากตัวสำคัญที่ถือไพ่เหนือกว่าเขาในเกมนี้ ก่อนที่มู่หรงจวิ้นจะได้เอ่ยสิ่งใดเพื่อตอบโต้ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดขององครักษ์เงาก็แว่วมาจากนอกหน้าต่าง พร้อมกับร่างที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าอัครเสนาบดีด้วยความตื่นตระหนก "เรียนใต้เท้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ... ศพของใต้เท้าจ้าวถูกพบว่าถูกแขวนประจานไว้ที่ประตูเมืองทิศใต้ พร้อมกับ... ตราประทับลับของสำนักตรวจสอบบัญชีหลวงที่หายไป ถูกพบซุกซ่อนอยู่ใต้เตียงนอนในเรือนพักของฮูหยินขอรับ!" หลี่จิงถิงหุบยิ้มทันที ดวงตากลมโตหันขวับกลับมามองหน้าสามี และในวินาทีนั้นเอง ที่นางตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่บททดสอบของเขา แต่มันคือ 'กับดักมรณะ' ที่มีคนอื่นชิงลงมือก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะทันได้เริ่มเกมเสียอีก! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาในเล่ห์กลอันล้ำลึกนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ "หมอกเหมยปลายฤดู"
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%