เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี•ตอนที่ 30

ลมเปลี่ยนทิศ

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
เสียงสะบัดพู่กันตวัดลงบนกระดาษสาเนื้อดีดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในห้องหนังสือลับของจวนอัครเสนาบดี กลิ่นชาผู่เอ๋อร์ชั้นดีลอยกรุ่นผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนราคาแพง ทว่าบรรยากาศกลับไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "ใต้เท้า... ท่านกำลังบีบให้พวกเราจนมุมเกินไปแล้วกระมั้ง" เสียงทุ้มต่ำแต่สั่นเครือเล็กน้อยของใต้เท้าจาง กรมคลัง ดังทำลายความเงียบขึ้น มู่หรงจวิ้นยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ปลายพู่กันในมือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในราชสำนักยังคงลากเส้นสายตัวอักษรอย่างมั่นคงและเฉียบคม ราวกับชีวิตของผู้ที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงแค่เศษฝุ่นผงบนโต๊ะทรงอักษร หลี่จิงถิงซึ่งนั่งอยู่หลังฉากกั้นผ้าโปร่งปักลายเมฆา ยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมปร่าบนปลายลิ้นอย่างใจเย็น สายตานิ่งสงบมองผ่านลวดลายปักสลับกับเงาร่างของขุนนางเฒ่าผู้กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย พวกเขากำลังจนมุมจริง ๆ... บัญชีลับสี่เล่มที่จิงถิงใช้เวลาแรมเดือนในการตรวจสอบและแกะรอยเส้นทางการเงิน บัดนี้กลายเป็นเชือกป่านเส้นหนาที่ค่อย ๆ รัดคอกลุ่มขุนนางกังฉินสายอำมาตย์เก่าทีละน้อย ความจริงปรากฏชัดเจนจนแม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่อาจหลับตาข้างเดียวได้อีกต่อไป "จนมุม?" มู่หรงจวิ้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้คลื่นอารมณ์ ดวงตาสนธนาคมเข้มปานเหยี่ยวตวัดขึ้นสบกับขุนนางจาง "สิ่งที่เรียกว่าจนมุม ในพจนานุกรมของข้า คือการที่พวกท่านไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยคำแก้ตัวต่างหาก เล่มบัญชีนี้... ยอดเงินเจ็ดแสนตำลึงที่หายไปจากคลังเสบียงชายแดนใต้ มิได้ถูกส่งไปบรรเทาทุกข์ราษฎร แต่กลับไปงอกเงยอยู่ในตระกูลจางและเครือข่ายของพวกท่าน กระดาษแผ่นนี้ละเมียดละไมเกินกว่าจะเรียกว่าการใส่ร้ายป้ายสีแล้วกระมั้ง ใต้เท้าจาง" ใต้เท้าจางหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ ชายชารemแสร้งหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก "อัครเสนาบดีมู่... ท่านเข้าใจผิดแล้ว! บัญชีพวกนั้น... บัญชีพวกนั้นเป็นฝีมือของ... ของรองเสนาบดีเฉินต่างหากเล่า! ข้าเป็นเพียงผู้น้อย ทำตามคำสั่งและลงนามไปโดยไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง เฉินอี้ต่างหากคือผู้บงการใหญ่ตัวจริง!" *โยนความผิดให้ผู้ตายและผู้ที่กำลังจะหลบหนีสินะ... ช่างน่าสมเพชเสียจริง* จิงถิงแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้หอมอย่างแผ่วเบา แต่เสียงนั้นกลับก้องกังวานพอที่จะทำให้ผู้ที่อยู่หลังฉากสะดุ้งเฮือก "ใต้เท้าจางช่างมีความจำที่สะดวกลื่นไหลเสียจริงนะคะ" น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกดังลอดผ่านม่านผ้าโปร่งออกมา "รองเสนาบดีเฉินเพิ่งจะถูกคุมขังในคุกหลวงด้วยข้อหากบฏเมื่อสามัคคีก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วยาม ท่านก็รีบยกเขาขึ้นมาเป็นแพะรับบาปสำหรับความผิดเจ็ดแสนตำลึงนี้ทันที ทว่า... น่าเสียดายยิ่งนัก ลายมือสะกดอักษรในบัญชีลับหน้าสิบห้า และตราประทับประจำตัวที่ประทับลงบนเอกสารสั่งการโยกย้ายเงินตรา... มิใช่ของรองเสนาบดีเฉิน หากแต่เป็นตราหยกประจำตระกูล 'จาง' ของท่านเองมิใช่หรือคะ?" ร่างของใต้เท้าจางทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมทันที ความชราและความหวาดกลัวผสมปนเปกันจนใบหน้าบิดเบี้ยว "ฮูหยินมู่... ได้โปรด... เมตตาด้วย! ข้าถูกบังคับ เบื้องหลังยังมีคนใหญํโตกกว่านี้... หากท่านขุดคุ้ยต่อไป ชีวิตของพวกท่าน..." "ชีวิตของพวกเราจะเป็นอย่างไร ข้าไม่ทราบแน่ชัดหรอกค่ะ" มู่หรงจวิ้นลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีเข้มก้าวเดินออกมาจากโต๊ะทำงาน กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศคล้ายจะเบาบางลง "แต่ที่แน่ ๆ คืนนี้... จะเป็นคืนสุดท้ายที่ท่านจะได้หายใจในจวนของตนเอง" สายตาสองคู่ประสานกันในความเงียบ มู่หรงจวิ้นปรายตามองภรรยาของตน แววตาที่มักจะเย็นชาและมองคนเป็นเพียงเบี้ยในกระดาน บัดนี้กลับมีความระคนชื่นชมและลุ่มลึกซ่อนอยู่ ความฉลาดปราดเปรื่องของหญิงสาวตรงหน้าไม่เพียงแต่ช่วยชีวิตเขาจากเกมการเมืองหลายครั้งหลายหน แต่ยังดึงดูดจิตวิญญาณของเขาให้จมดิ่งลงไปทีละน้อยอย่างถอนตัวไม่ขึ้น "เจ้าเก่งกาจขึ้นทุกวันนะ... จิงถิง" มู่หรงจวิ้นเอ่ยเสียงกระซิบเมื่อขุนนางจางถูกทหารองครักษ์ลากตัวออกไปจากห้องแล้ว ความเงียบสงบกลับคืนมา พร้อมกับระยะห่างระหว่างเขากับนางที่ลดลงทีละก้าว "หากไม่เก่งกาจพอจะก้าวให้ทันท่านอัครเสนาบดี เกรงว่าข้าคงกลายเป็นหมากตัวแรกที่ถูกท่านเขี่ยทิ้งกระดานไปนานแล้วกระมั้งคะ" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มหวานซ่อนคมมีดปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่ม ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำอันตราย เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักหน่วงของพ่อบ้านหลิวก็ดังขึ้นจากนอกประดู กัดจังหวะความเงียบสงบให้พังทลายลงในพริบตา "ใต้เท้า! ฮูหยิน!แย่แล้วขอรับ!" พ่อบ้านหลิวพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเผือก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยราวกับเพิ่งผ่านการวิ่งหนีตายมา "กองกำลังลับจากกองปราบปรามเมืองหลวง... นำโดยองค์ชายรอง บุกมาล้อมจวนของเราไว้หมดแล้วขอรับ! พวกเขาอ้างว่า... อ้างว่าได้รับราชโองการลับจากฮ่องเต้ ให้จับกุมตัวท่านอัครเสนาบดีและฮูหยิน ในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏและปลอมแปลงบัญชีราชการพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงจวิ้นชะงักฝีเท้า ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากทันที ในขณะที่หลี่จิงถิงหันขวับกลับไปมองหน้าสามีของนาง หัวใจกระตุกวูบ ...พวกมันไม่ได้โยนความผิดให้แค่คนตาย แต่กำลังจะใช้ "อำนาจสูงสุด" ปิดปากคนเป็นในคืนนี้เลยต่างหาก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านปมปริศนามากับหมอกเหมยปลายฤดูนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์กลซ่อนใจท่านอัครเสนาบดี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%