กระดาษกราฟแผ่นใหญ่ที่เพิ่งร่างแบบโครงสร้างหลังคาเมื่อครู่ ถูกขยำจนยับยู่ยี่ก่อนจะถูกโยingลงถังขยะอย่างไม่ไยดี เสียงกระดาษกระทบก้นถังโลหะดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยม่านมู่ลี่สีทึบ ธันวาผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาเต็มไปด้วยร่องรอยของความอ่อนล้าจากการไม่ได้นอนติดต่อกันเกินสี่สิบแปดชั่วโมง สันจوโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงขบกรามเมื่อนึกถึงคำพูดของกรณ์ที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่
แผนงานทั้งเดือนที่เขากับทีมทุ่มเทแรงกายแรงใจ ถูกบอร์ดบริหารสั่งรื้อใหม่ทั้งหมดเพียงเพราะความต้องการตามใจลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเข้ามามีอิทธิพล เป็นความไร้เหตุผลที่คนเจ้าระเบียบอย่างสถาปนิกหนุ่มไม่อาจยอมรับได้ง่ายๆ
“ให้มันได้อย่างนี้สิ...”
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่า นิ้วเรียวยาวนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความปวดตุบที่แล่นริ้วขึ้นมาเล่นงาน ทว่าในจังหวะที่ความหงุดหงิดกำลังกัดกินสติจนแทบระเบิดออก เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาขัดจังหวะสามครั้งรวด ก่อนที่บานประตูไม้เนื้อแน่นจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“บอกแล้วไงว่าผมไม่รับแขก... ริน ถ้าเป็นเรื่องเอกสารจากกรณ์ วางไว้ตรงนั้นแล้วออกไปซะ” ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟันโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ปลายปากกาในมือถูกกดลงบนโต๊ะจนแทบหัก
“นี่ฉันหน้าตาเหมือนยัยรินมากหรือไงคะ คุณสถาปนิกจอมเนี้ยบ”
เสียงใสติดจะกวนประสาทที่ดังขึ้น ทำให้ธันวาต้องเงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วยุ่ง ดวงตาคู่คมจับ Nภาพของหญิงสาวร่างโปร่งในชุดเอี๊ยมยีนส์เลอะคราบดินจางๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วกระดาษใส่กาแฟเย็นที่ไอน้ำเกาะพราว ส่วนมืออีกข้างหอบถุงกระดาษสีน้ำตาลใบโต สภาพของพายดูมอมแมมและแตกต่างจากความเนี๊ยบของห้องทำงานนี้ราวฟ้ากับเหว แต่น่าแปลกที่เธอกลับก้าวเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามนี้ด้วยความมั่นอกมั่นใจราวกับเป็นห้องนั่งเล่นบ้านตัวเอง
“คุณเข้ามาได้ยังไง พาย ประตูไม่ได้ล็อกเหรอ หรือว่ายัยรินปล่อยคุณเข้ามา” ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย พลางเบนสายตากลับไปมองกองกระดาษตรงหน้า “แล้วผมไม่มีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับคุณหรอกนะ ช่วงนี้งานผมยุ่งจนแทบจะกินกระดาษไขแทนข้าวอยู่แล้ว เชิญกลับไปทางเดิมเลยครับ”
“ค่ะ ทราบแล้วค่ะว่างานยุ่งจนหน้าตาบูดบึ้งเป็นตูดแมว” พายลากเก้าอี้หมุนฝั่งตรงข้ามมานั่งลงหน้าตาเฉย เธอวางถุงกระดาษและแก้วกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะกอดอกมองหน้าสถาปนิกหนุ่มด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “ยัยรินไม่ได้ปล่อยฉันเข้ามาหรอกค่ะ แต่ฉันเดินฝ่าดงยักษ์มารหน้าตาดุๆ ของคุณเข้ามาเอง เพราะได้ข่าววงในมาว่า... ผลงานชิ้นเอกของเพื่อนสนิทฉันกำลังจะกลายเป็นขยะเปียกในถังขยะนั่น”
พายพยักเพยิดหน้าไปทางถังขยะใต้โต๊ะ ที่มีก้อนกระดาษร่างแบบของธันวานอนแอ้งแม้งอยู่
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวับจ้องมองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง “คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง... แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องมาใส่ใจ กลับไปดูแลสวนหย่อมของคุณเถอะ อย่ามาวุ่นวายกับงานโครงสร้างที่คนอื่นเขาเหนื่อยกันเป็นเดือนเลย”
“อ้าว พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ?” พายยันตัวโน้มไปข้างหน้า ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความท้าทาย “คิดว่าฉันเป็นแค่พวกจัดสวนกิ๊กก๊อกที่มองออกแต่เรื่องต้นไม้ใบหญ้าหรือไงคะคุณธันวา ฉันก็เป็นห่วงเพื่อน... เอ๊ย เป็นห่วงงานของตัวเองที่ต้องเชื่อมโยงกับโครงสร้างตึกของคุณนั่นแหละค่ะ ถ้าตึกคุณรื้อ แบบสวนของฉันก็ต้องรื้อตาม เสียเวลาทำมาหากินนะคะคุณ!”
คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ที่เกือบหลุดปากคำว่า ‘เป็นห่วง’ ทำเอาพายต้องรีบเปลี่ยนคำแก้เก้อ แต่นั่นก็ไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มที่หรี่ตามองเธออย่างจับผิด
“เป็นห่วงงาน... หรือเป็นห่วงผมกันแน่ครับ” ธันวาแกล้งเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงเจือความเย้าหยวนจางๆ ที่นานๆ ครั้งเธอจะได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้
พายชะงักไปนิด ใบหน้านวลขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เธอรีบเสมองไปทางอื่นแล้วสะบัดหน้าหนี “หลงตัวเองที่สุดค่ะ! ใครเขาจะไปห่วงคนปากเสียอย่างคุณกัน ฝันไปเถอะค่ะคุณธันวา!”
ธันวาเห็นอาการร้อนรนนั้นแล้วเผลอมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มบางเบาที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคร่งเครียดของเขา แต่มันกลับเลือนหายไปอย่างรวดเร็วกว่าสายลมพัดผ่าน เมื่อความจริงอันหนักอึ้งกลับมาทับถมในอกอีกครั้ง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ พลางถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ พายสังเกตเห็นความอ่อนล้าที่ฉาบอยู่ทั่วใบหน้าคมคายนั้น ท่าทางที่เคยหยิ่งผยองและเจ้าระเบียบราวกับหุ่นยนต์ควบคุมด้วยโปรแกรม ลดทอนความแข็งกร้าวลงจนน่าใจหาย ผู้ชายที่มักจะยืนกรานความสมบูรณ์แบบในทุกตารางนิ้ว ตอนนี้กลับดูเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบบ่า
ความรู้สึกบางอย่างที่เรียกว่า ‘ความเห็นใจ’ ผสมกับความหมั่นไส้กลายๆ ทำให้พายตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเธอเองก็คาดไม่ถึง
ซ่า!
เสียงเปิดฝาถุงกระดาษ ตามด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของชาเขียวอุ่นๆ และกลิ่นหอมของขนมปังปิ้งเนยนมสดโชยแตะจมูก ธันวาขมวดคิ้วลืมตาขึ้นมอง พบว่าพายกำลังแกะห่อขนมปังวางลงบนจานกระดาษเล็กๆ ที่เธอเตรียมมาเอง พร้อมกับดันแก้วชาเขียวมาตรงหน้าเขา
“กินซะค่ะ” เธอสั่งเสียงห้วน แต่แววตากลับอ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน “ถึงแบบแปลนจะโดนสั่งรื้อ แต่กระเพาะคุณยังต้องใช้นะคะคุณสถาปนิก ถ้าคุณเป็นลมล้มพับคาโต๊ะทำงานตอนนี้ งานคงไม่ได้เดินแถมฉันคงต้องมานั่งปะชุนตึกให้คุณแทนอีกคน ซึ่งบอกไว้ก่อนว่าค่าแรงฉันแพงมากนะ”
ธันวาก้มมองจานขนมปังและแก้วชาเขียวสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งเท้าคางมองเขาด้วยสายคาดคั้น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาอีกครั้ง—เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดจากการประชดประชัน แต่มันคือรอยยิ้มที่มาจากความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด ท่ามกลางวันที่เลวร้ายที่สุดในรอบปี กลับมีผู้หญิงปากร้ายคนนี้เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ปลอดภัยของเขา
“คุณนี่นะ... ชอบทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพื้นที่ของผมอยู่เรื่อย” ธันวาบ่นพึมพำ แต่ยอมหยิบขนมปังขึ้นมากัดกินช้าๆ รสชาติหวานมันช่วยบรรเทาความตึงเครียดในสมองลงได้บ้างอย่างไม่น่าเชื่อ
“ก็พื้นที่ของคุณมันน่าเบื่อเกินไปนี่คะ มีแต่เอกสารสีเทาๆ กับหน้าบึ้งๆ ของคุณ ฉันแค่มารีโนเวทบรรยากาศให้มันมีชีวิตชีวาขึ้นต่างหาก” พายยิ้มรับคำด้วยความภูมิใจ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับเมื่อเห็นว่าเขาอมยิ้มออกมาได้ในที่สุด
“รีโนเวทเหรอ... งั้นถ้าผมจะจ้างคุณมา ‘รีโนเวท’ หัวใจของผมด้วย คุณคิดค่าแรงเท่าไหร่ล่ะครับ พาย”
คำถามทีเล่นทีจริงพร้อมกับสายตาพราวระยับที่ส่งตรงมา ทำเอาพายสำลักน้ำลายตัวเองแทบพุ่ง เธอยกมือขึ้นชี้หน้าเขาอย่างคาดโทษ ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู “คุณธันวา! นี่คุณเริ่มเพ้อเจ้อเพราะอดนอนแล้วใช่ไหมคะเนี่ย!”
ธันวาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แทบไม่มีใครในบริษัทเคยได้ยิน ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่คล้ายถูกปัดเป่าหายไปครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อยนักระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ทำให้พายถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนต้องรีบเบนสายหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชวนจิกหมอน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้งอย่างไม่รู้จักเวลาน้ำเวลา
ก๊อกๆ!
ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะเอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดคิดว่าจะมาเยือนในเวลาวิกาลเช่นนี้
“ธันวา... ฉันได้ข่าวว่านายกำลังมีปัญหากับโปรเจกต์ใหญ่ เลยแวะเอาเอกสารสำคัญจากบอร์ดบริหารมาให้เพิ่มเติม... เอ๊ะ ฉันมาขัดจังหวะอะไรพวกเธอหรือเปล่าเนี่ย?”
กรณ์ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพที่เคลือบแฝงความหมายบางอย่างในแววตา ขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปที่จานขนมปังบนโต๊ะและใบหน้าแดงก่ำของพายสลับกันไปมา
ธันวาหุบยิ้มฉับพลัน แววตาที่เพิ่งอ่อนโยนลงเมื่อครู่กลับมาเย็นชาและเฉียบคมขึ้นในทันที บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตอยู่กลางอากาศอีกครั้ง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ตุ๊กตาโบราณ" นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 23
รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นบ่อย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!