“ถ้าคุณยังยืนยันจะวางต้นไทรดัดไว้ตรงมุมห้องรับแขกที่เป็นกระจกเงาแบบนี้ ต่อไปผมคงต้องสั่งรื้อโครงการทั้งหมดทิ้ง แล้วไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับบริษัทอื่นที่เขามีรสนิยมเข้ากับผมได้มากกว่านี้”
ธันวากระแทกปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะประชุมไม้โอ๊คตัวยาว เสียงนั้นดังสะท้อนก้องไปถึงมุมห้องที่พายกำลังยืนกอดอกแน่นอยู่ พายแค่นยิ้ม มือที่ถือแบบแปลนสวนสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
“รสนิยมของคุณน่ะเหรอคะคุณธันวา?” พายเดินนวยนาดเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่แฝงความขรึมของสถาปนิกหนุ่มปะทะเข้ากับจมูกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี “มันก็แค่รสนิยมของคนขาดสีสันในชีวิตค่ะ การเอาต้นไทรมาวางน่ะ มันช่วยลดความแข็งกระด้างของกระจกและสเตนเลสที่คุณเห่อจะตายพวกนี้ได้ตั้งเยอะ แต่ก็นั่นแหละนะคะ... คนที่ใจแคบจนมองไม่เห็นความสวยงามของธรรมชาติ ก็คงจะให้เข้าใจศิลปะมันยาก”
ธันวาเงยหน้าขึ้น สบตากับคนปากเก่งตรงหน้า แววตาของเขาคมกริบดุจใบมีดโกน มุมปากหยักได้รูปเหยียดตรงอย่างคนเหนือกว่า “ผมจ้างคุณมาจัดสวน ไม่ได้จ้างมาเป็นครูสอนศิลปะ และที่สำคัญ... ผมไม่มีเวลามากพอที่จะมานั่งเสียดายเงินกับงานดีไซน์ที่ไม่มีประสิทธิภาพ”
“ไม่มีประสิทธิภาพเหรอคะ?” พายหัวเราะเสียงใส แต่ทว่าเย็นเฉียบ “ถามจริงเถอะค่ะที่รัก... ชีวิตนี้คุณเคยทำอะไรที่มันไม่ได้อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมบ้างไหม? นอกจากจะคอยจ้องแต่จะจับผิดคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่าข้างในน่ะ”
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ รินที่นั่งอยู่มุมห้องรีบก้มหน้ามองมือถือแทบมุดโต๊ะ เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสองคนนี้มันแทบจะทำให้ห้องกลายเป็นสนามรบ
ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าพายอยู่เกือบหนึ่งช่วงตัว การขยับกายของเขาทำให้พายชะงักไปครู่หนึ่ง สถาปนิกหนุ่มก้าวเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพายเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือศีรษะจนคนตัวเล็กต้องแหงนหน้าขึ้นมองอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ผมจะทำอะไรในชีวิตก็เรื่องของผม แต่ถ้างานของคุณยังทำให้ออฟฟิศผมดูเหมือนป่าช้าต้นไม้รกแบบนี้ ผมจะยกเลิกสัญญาและฟ้องคุณฐานทำให้โปรเจกต์ล่าช้า” ธันวากระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทไม่แพ้การตะโกน
“ก็ลองดูสิคะ” พายเชิดหน้าสู้ แววตาไม่ยอมคนของเธอทำให้ธันวาถึงกับชะงัก “ฟ้องมาเลยค่ะ ถ้าคุณคิดว่าลูกค้าของคุณจะชอบบริษัทสถาปนิกที่หาดีไซเนอร์ร่วมงานด้วยไม่ได้เพราะความเยอะระดับเทพของเจ้าของโปรเจกต์น่ะ”
“คุณนี่มัน...” ธันวาค้างคำพูดไว้แค่นั้น มือแกร่งคว้าเข้าที่ต้นแขนของพายโดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ธันวาเองก็ยังไม่อยากนิยาม พายเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนระอุจากฝ่ามือของเขา
รินแอบชำเลืองมองก่อนจะรีบปิดตาแน่นเมื่อเห็นระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็น ทั้งคู่ยืนจ้องตากันราวกับจะฉีกร่างกันออกเป็นชิ้นๆ ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดนั้น กลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ขัดแย้งกับคำด่าทอเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นถี่ๆ ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกโดยไม่ได้รับเชิญ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังชัดเจนตามมาด้วยเสียงนุ่มหวานที่แทรกเข้ามาในบรรยากาศมาคุ
“ธันคะ... แอนนี่แวะมาหา เห็นว่าวันนี้คุณยุ่งมาก เลยเอากาแฟกับแซนด์วิชมาให้ค่ะ”
ร่างระหงของหญิงสาวที่ดูทันสมัยในชุดเดรสแบรนด์เนมก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ ธันวา ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นมือของเขายังคงกุมแขนพายไว้แน่น ธันวารีบปล่อยมือออกทันทีราวกับถูกไฟลวก สายตาคมกริบเหลือบมองแอนนี่ด้วยความรู้สึกรำคาญใจที่ปิดไม่มิด
“ผมไม่ได้บอกให้คุณเข้ามาในนี้ แอนนี่”
พายที่เพิ่งหลุดพ้นจากพันธนาการจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แววตาคู่สวยไหววูบลงชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหวานหยดที่ดูยังไงก็รู้ว่าประชดประชัน เธอหันไปหยิบกระเป๋าอุปกรณ์เตรียมจะเดินออกจากห้อง
“งั้นขอตัวนะคะคุณธันวา พอดีพายมีธุระต้องไปจัดการเรื่อง ‘ความรก’ ในแบบของพายต่อ คงไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของคุณกับคุณ... เอิ่ม... คุณอะไรนะคะ?”
“แอนนี่ค่ะ” หญิงสาวผู้มาใหม่ตอบด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“อ้อ... ค่ะ คุณแอนนี่” พายยิ้มกว้างส่งให้ ก่อนจะเดินผ่านหน้าธันวาไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองซ้ำ ทว่าในจังหวะที่ร่างของเธอเดินผ่าน ธันวากลับคว้าข้อมือของเธอไว้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงให้เธอหันกลับมาเผชิญหน้า
“เรายังคุยกันไม่จบ พาย” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุก “เรื่องต้นไทรมันเป็นแค่เรื่องเล็ก... แต่เรื่องที่คุณพยายามจะหนีหน้าผมตั้งแต่วันก่อนน่ะ... คุณยังไม่ได้ให้คำตอบผมเลย”
พายชะงักกึก ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อเห็นสายตาที่วูบไหวของธันวาในระยะใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา เขาไม่ได้จ้องจะเอาเรื่องอย่างที่ทำเมื่อครู่ แต่เขากำลัง... เรียกร้องอะไรบางอย่างที่เธอไม่อยากจะรับรู้
ในตอนนั้นเองที่ประตูห้องประชุมถูกเปิดอ้ากว้างอีกครั้งโดยเลขาหน้าห้องที่ดูแตกตื่น “คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าไซต์งานแล้วค่ะ!”
พายขมวดคิ้ว สะบัดมือออกจากธันวาแล้วรีบก้าวเท้าเดินตามเลขาไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ธันวายืนค้างอยู่กับที่ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่แผ่นหลังบางนั้นอย่างลืมตัว โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าแอนนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับความดราม่าและความฟินของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ (ตุ๊กตาโบราณ) ค่ะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 3
ศึกกาแฟและคนคุมงาน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!