“ถ้าคิดว่าการเงียบใส่กันคือการแก้ปัญหา ก็เชิญทำต่อไปเถอะครับธันวา... เพราะสำหรับพาย มันคือการบอกลาที่ชัดเจนที่สุดแล้ว”
คำพูดของพายในวินาทีที่ก้าวออกจากเซฟเฮาส์หลังนั้นยังคงดังก้องอยู่ในมโนภาพของธันวา สถาปนิกหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวเดิมที่เคยเป๊ะทุกตารางนิ้ว แต่วันนี้... กลับรู้สึกว่าทุกอย่างในห้องมันกว้างเกินไปและว่างเปล่าจนน่าใจหาย เขามองพิมพ์เขียวโครงการโปรเจกต์ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ทว่าตัวอักษรและเส้นสายเหล่านั้นกลับพร่าเลือน ความเป็นระเบียบที่เขาเคยเทิดทูน บัดนี้กลายเป็นกรงขังที่ตอกย้ำว่าเขาขาดคนที่จะมาทำให้อาณาจักรของเขามี ‘ชีวิต’ ไปเสียแล้ว
ธันวาหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ—ขมฝาดเหมือนความรู้สึกของเขาในตอนนี้ กลิ่นอโรมาอ่อนๆ ที่เขาเคยชอบ วันนี้กลับหอมอบอวลไปด้วยความทรงจำของใครอีกคนที่มักจะถือวิสาสะเดินเข้ามาหยิบแก้วกาแฟเขาไปดื่มต่อโดยไม่สนใจเรื่องความสะอาดของขอบแก้ว
ทางด้านพาย... เขานั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาในอพาร์ตเมนต์ห้องเดิมที่เคยรู้สึกว่ามัน ‘อบอุ่น’ แต่ตอนนี้กลับเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นผิดจังหวะ ริน เพื่อนสนิทนั่งมองอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความระอาปนสงสาร
“พอได้แล้วพาย แกจะนั่งทำหน้าเหมือนหมาโดนทิ้งแบบนี้อีกนานไหม? ถ้าอยากกลับไปดีกับเขานัก ก็กดโทรศัพท์โทรหาเลยสิ ไม่เห็นจะยาก” รินเปรยขึ้นพลางถอนหายใจยาว
“มันไม่ใช่เรื่องที่โทรหาแล้วจบ ริน... แกไม่เข้าใจหรอก ธันวาเขาเป็นพวกอีโก้สูงเสียดฟ้า แถมยังเจ้าระเบียบจนฉันอึดอัด การห่างกันครั้งนี้มันไม่ใช่การประชด แต่มันคือการทบทวนว่าเราสองคน ‘สมควร’ จะไปต่อในระยะยาวจริงๆ หรือเปล่า” พายตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตาที่วูบไหวกลับทรยศความเข้มแข็งที่พยายามสร้างขึ้น
“สมควรไม่สมควรไม่รู้ รู้แต่ว่าคนหนึ่งนั่งมองผนัง อีกคนก็นั่งมองแบบบ้านจนตาจะแฉะ ทั้งที่ใจมันเรียกหาอีกฝ่ายจะตายอยู่แล้ว... ตรรกะของพวกคนมีความรักนี่มันงี่เง่าจริงๆ” รินบ่นอุบก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาอะไรกินทิ้งให้พายจมอยู่กับความคิดตัวเอง
คืนนั้น ธันวาตัดสินใจขับรถออกมาอย่างไร้จุดหมาย เขาพบว่าตัวเองขับรถวนมาหน้าอพาร์ตเมนต์ของพายโดยไม่รู้ตัว มือหนาวางอยู่บนพวงมาลัยสั่นเทาเล็กน้อย เขาอยากเดินขึ้นไปเคาะประตู อยากจะเข้าไปบอกว่าเขายอมถอยกฎระเบียบงี่เง่าของตัวเองลงสักก้าวเพื่อแลกกับการมีพายอยู่ในชีวิต แต่ความทิฐิที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตกลับทำหน้าที่เป็นกำแพงหนาที่กั้นกลาง
*‘ถ้าฉันทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อให้พายมีความสุข... สุดท้ายแล้วพายจะยังรักในตัวตนที่เหลืออยู่ของฉันไหม’*
นั่นคือคำถามที่กัดกินใจเขาไม่หยุดหย่อน
ในขณะที่พายเองก็ตัดสินใจคว้าเสื้อคลุมแล้วเดินออกมาที่ระเบียงห้อง สายลมยามค่ำคืนปะทะใบหน้าพาให้ความเย็นเยียบซึมเข้าถึงกระดูก สายตาของเขามองลงไปยังลานจอดรถด้านล่าง และเขาก็เห็น... รถสปอร์ตคันคุ้นตาที่จอดสงบนิ่งอยู่มุมมืดของอาคาร หัวใจของพายเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความเหงาที่ถาโถมเข้ามาตลอดสองวันเหมือนถูกทลายลงด้วยความหวังอันริบหรี่
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหมายเลขที่จำขึ้นใจ แต่อยู่ๆ ก็มีสายเรียกเข้าแทรกเข้ามาเสียก่อน เป็นเบอร์ของบริษัท... โปรเจกต์ที่ธันวาดูแลอยู่กำลังมีปัญหาใหญ่ เพราะทีมรับเหมาไม่เข้าใจรายละเอียดที่ธันวาแก้ไขแบบกะทันหัน ซึ่งเป็นผลกระทบจากการที่เขาสูญเสียสมาธิในการทำงานไปในช่วงนี้
พายชะงัก นิ้วที่กำลังจะกดโทรออกค้างไว้ เขาตระหนักได้ทันทีว่าธันวาอาจจะกำลังพังพินาศในหน้าที่การงานเพียงเพราะความสัมพันธ์ของเราสองคน พายตัดสินใจในวินาทีนั้น... เขาจะไม่ปล่อยให้คนที่เขารักต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแม้จะยังโกรธอยู่ก็ตาม
เขาวิ่งลงบันไดไปอย่างไม่คิดชีวิต จนกระทั่งถึงลานจอดรถ เขาก็เห็นร่างสูงโปร่งของธันวากำลังยืนพิงรถตัวเองอยู่ใต้แสงไฟสลัวๆ ธันวาดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยคมสันเรียบเนี๊ยบกลับดูเหนื่อยล้าดวงตาที่เคยทรงพลังกลับหม่นแสง
“ธันวา...” พายเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมสบเข้ากับดวงตาเรียวรีของพาย ทันทีที่สายตาประสานกัน ความเงียบงันที่น่าอึดอัดก็เข้าปกคลุม แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยมวลความรู้สึกมหาศาล ทั้งคิดถึง โหยหา และโกรธเคืองที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก
“พาย... ฉัน...” ธันวาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อมีเสียงรถยนต์อีกคันขับเข้ามาจอดเทียบข้างๆ รถของเขา ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางมั่นใจ เธอคือ ‘มินตรา’ ลูกค้าคนสำคัญของโครงการที่เป็นต้นเหตุของการทะเลาะกันครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้
“ธันวาคะ? ดีจังที่เจอคุณที่นี่ พอดีฉันมีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณเกี่ยวกับแบบบ้าน... อ้าว คุณพาย?” มินตราหยุดชะงักเมื่อเห็นพายยืนอยู่ข้างๆ ธันวา สายตาของเธอจ้องมองทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
บรรยากาศที่กำลังจะคลี่คลายกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ธันวาขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสน ขณะที่พายทำได้เพียงกอดอกแน่น สายตามองมินตราสลับกับธันวาด้วยความสงสัยว่าการมาของเธอในยามวิกาลแบบนี้คือเรื่องบังเอิญหรือ... ความตั้งใจกันแน่
“คุยกันตอนนี้เลยไหมคะธันวา หรือจะให้ฉันรอ?” มินตราถามย้ำด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรเท่าไรนัก
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณทุกท่านที่คอยเป็นกำลังใจและติดตามความรักของทั้งคู่มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 27
ความเหงาที่ถาโถม
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!