เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 5

ต้องไปตกลงกันที่ไหนสักแห่ง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่กระบองเพชรแคระพวกนั้นอีกวินาทีเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังประกาศสงครามกับงานศิลปะของผมจริง ๆ แล้วนะคะคุณธันวา" เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่ายดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงกว้าง พายยืนกอดอกแน่น เสื้อเชิ้ตลินินสีขาวเปียกชุ่มแนบไปกับแผ่นหลังบางจากเหตุการณ์น้ำฝนรั่วซึมทะลุแนวระเบียงกระจกเมื่อครู่ ดวงตากลมโตตวัดมองสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบที่กำลังยืนกางแผนผังโครงการด้วยสีหน้าเคร่งเครียดราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกสลาย ธันวาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแปลนแผ่นใหญ่ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายแววตำหนิอย่างไม่คิดจะปิดบัง เขากวาดสายตามองสภาพห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น 'เซฟเฮาส์' จำเป็นชั่วคราว ต้นไม้กระถางหลากหลายขนาดที่พายขนเข้ามาจัดวางเพื่อพรางสายตาจากภายนอก บัดนี้ถูกน้ำฝนสาดกระเซ็นจนดินโคลนเลอะเทอะพื้นปูนขัดมันวาววับที่เขาเพิ่งสั่งขัดเงาไปเมื่อวานนี้ "งานศิลปะเหรอครับ... เอ่อ หมายถึงงานศิลปะที่คุณพูดถึงเนี่ย มันกำลังทำลายความสมบูรณ์แบบของระบบระบายน้ำอินทีเรียร์ที่ผมออกแบบไว้ต่างหากล่ะคุณพาย" ธันวาเน้นเสียงต่ำ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นอีกหลายระดับเมื่อเหลือบไปเห็นกระถางเฟิร์นก้านดำวางขวางทางเดินระบายน้ำหลัก "คุณเอาอะไรคิด ถึงเอาต้นไม้พวกนี้มาอุดทางน้ำไหลแบบนั้น อยากให้ห้องรับแขกกลายเป็นบึงบัวหรือยังไง" "ก็เพราะฝนมันตกหนักชนิดฟ้าถล่มลงมา แถมท่อระเบียงบ้า ๆ ของคุณมันระบายไม่ทันต่างหากเล่า! ถ้าฉันไม่หาอะไรมาซับน้ำไว้ ป่านนี้พรมเปอร์เซียราคาแพงลิบลิ่วของคุณคงลอยไปถึงหน้าปากซอยแล้วมั้งคะ!" พายสวนกลับทันควัน ฝีปากจัดจ้านไม่เคยยอมให้ใครมาด้อยค่าไอเดียเฉพาะหน้าของตัวเอง สองเท้าก้าวเข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอย่างถือดี "แทนที่จะมานั่งจิกกัดฉัน ช่วยสำนึกบุญคุณสักนิดเถอะค่ะว่าใครกันแน่ที่ช่วยชีวิตเฟอร์นิเจอร์คุณไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว" บรรยากาศในห้องอلبอบอวลด้วยความตึงเครียดที่เจือกลิ่นอายความใกล้ชิดอย่างประหลาด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ธันวาก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่เชิดหน้าเถียงเขาฉอด ๆ ดวงตาคู่คมไหววับชั่วขณะยามกวาดมองหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่บนแพขนต้างอนงามและริมฝีปากสีระเรื่อที่ขยับเถียงไม่หยุด กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้นานาพรรณที่ติดตัวพายมาท่ามกลางสายฝนโชยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับมันไว้ภายใต้มาดผู้ชายเจ้าระเบียบมาตลอดหลายวัน "หึ... ช่วยชีวิตเหรอครับ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ปรับน้ำเสียงให้ทุ้มต่ำและใกล้ชิดขึ้นจนพายเผลอชะงัก "สภาพคุณตอนนี้ต่างหากที่น่าเป็นห่วงกว่าพรมผม เสื้อเปียกแนบเนื้อขนาดนี้... คุณตั้งใจจะอ่อยผมทางอ้อมหรือเปล่าคุณนักจัดสวน" "ไอ้... ไอ้คนหลงตัวเอง!" พายหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ มือเรียวเล็กเงื้อง่าขึ้นหมายจะตีไหล่กว้างสักทีสองทีฐานปากเสีย แต่ธันวาไวกว่า เขารวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังของพายชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ความเงียบเข้าปกคลุมทันที เสียงฝนที่ตกกระทบกระจกด้านนอกกลายเป็นเพียงฉากหลัง ขณะที่หัวใจสองดวงกลับเต้นผิดจังหวะในระยะประชิด ธันวาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นอายความเป็นชายและอณูความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มทำให้พายลืมคำพูดที่จะเถียงต่อสิ้นเชิง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวั่นไหว "ปล่อยนะ..." เสียงที่เคยแหลมคมกลับเบาราวกับเสียงกระซิบเมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นเลื่อนลงมามองริมฝีปากของเธอ "ถ้าผมไม่ปล่อย คุณจะทำไมล่ะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ใกล้ขมับบางจนพายต้องหลับตาลงอย่างจำยอม หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ฉุดกระชากสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้หลุดลอย ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปร่งของรินที่ยืนเปียกปอนอยู่หลังกระจก พร้อมชูถุงกระดาษใส่ข้าวต้มร้อน ๆ และรอยยิ้มล้อเลียนเต็มประดา ธันวาผละถอยหลังออกห่างจากพายอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟลวก สีหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นระเบียบร้อยดังเดิมในเสี้ยววินาที ขณะที่พายรีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ พวงแก้มแดงก่ำลามเลียไปถึงใบหูด้วยความกระอักกระอ่วนใจ พายรีบเดินจ้ำอ้าwไปเปิดประตูให้เพื่อนสนิท โดยไม่กล้าหันกลับไปสบตาสถาปนิกจอมเนี้ยบที่ยืนจัดปกเสื้อตัวเองอยู่เงียบ ๆ มุมห้อง "แหม... ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ยพวกเธอ สภาพเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามันที่กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันเลยนะจ๊ะ" รินเอ่ยแซวทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมสะบัดร่มในมือ "ริน! พูดมากน่า" พายแหวใส่เพื่อนเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า ธันวาเดินเลี่ยงไปหยิบผ้าขนหนูแห้งอีกผืนโยนใส่หัวรินอย่างไม่ไยดี "เลิกพูดมากแล้วเอาข้าวต้มไปวางบนโต๊ะซะ แล้วก็ช่วยบอกเพื่อนสนิทคุณด้วยว่าพรุ่งนี้เช้า ก่อนที่แดดจะออก เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันเรื่องการจัดวางตำแหน่งต้นไม้ในบ้านหลังนี้ใหม่ทั้งหมดแบบห้ามเถียง" พายหันขวับกลับมามองค้อนขวับ "ใครจะไปยอมคุณ..." ยังไม่ทันที่พายจะพูดจบประโยค เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานของธันดาก็แผดเสียงดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุ ธันวาก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมตวัดมองพายสลับกับหน้าจอก่อนจะกดรับสาย "ครับแม่... อะไรนะึครับ? โครงการที่ภูเก็ตมีปัญหาเหรอ?" ประโยคสั้น ๆ นั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พายและรินต่างชะงักและมองหน้ากันด้วยความสงสัย ขณะที่ธันวาฟังปลายสายด้วยสีหน้ามืดมนลงเรื่อย ๆ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลงช้า ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาพายด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ดูท่าทาง... เราคงไม่ได้แค่เคลียร์กันเรื่องต้นไม้พรุ่งนี้เช้าแล้วล่ะครับคุณพาย" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับซ่อนความระVังบางอย่างไว้ "เพราะตอนนี้... เรามีเรื่องใหญ่กว่านั้นที่ต้องรีบไปตกลงกันที่เกาะภูเก็ตคืนนี้เลย" --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นไปกับเคมีที่เริ่มเดือดพล่านของธันวาและพายในตอนนี้ด้วยนะคะ (ตุ๊กตาโบราณ) ค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%