เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 6

มื้อค่ำที่ไร้ความสุข

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“คุณจะบ้าหรือไงธันวา! นี่มันสี่ทุ่มแล้วนะ ฝนตกหนักขนาดนี้ใครเขาออกไปตรวจหน้างานกัน!” พายกระแทกเสียงใส่ชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรถคันหรู ใบหน้าคมสันของสถาปนิกหนุ่มดูเย็นชาไร้ความรู้สึกราวกับรูปปั้นหินที่ขยับไม่ได้ เขาไม่สนใจเสียงบ่นของคนตัวเล็กกว่าที่ยืนกอดอกกั้นประตูไว้แม้แต่นิดเดียว ธันวากระชับเสื้อโค้ทตัวนอกแน่นก่อนจะหันมามองด้วยสายตากดดัน “ผมเป็นคนรับผิดชอบโปรเจกต์นี้ และผมไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดของพวกคุณผ่านไปง่ายๆ ถ้าคุณกลัวจะเปียกก็กลับไปนั่งในรถ แต่อย่ามาขวางทางผม” “ความผิดพลาดอะไร! ผมวางระบบระบายน้ำตรงนั้นไว้อย่างดีแล้ว คุณต่างหากที่จู้จี้เกินเหตุ!” “จู้จี้? ผมเรียกว่า ‘มาตรฐาน’ ครับคุณพาย” ธันวาเอื้อมมือไปคว้าแขนพายแล้วดึงให้หลบทาง ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงไปยังพื้นที่ก่อสร้างที่มืดมิดและเต็มไปด้วยโคลนเลน พายสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะคว้าไฟฉายวิ่งตามไปอย่างเสียไม่ได้ ความขุ่นมัวในใจพุ่งสูงขึ้นเป็นริ้วๆ ยิ่งได้กลิ่นฝนที่โชยมาปะทะหน้า ยิ่งหงุดหงิดที่ต้องมาติดร่างแหกับคนบ้างานที่ไร้หัวใจแบบนี้ ทว่าเมื่อก้าวเท้าลงไปในพื้นที่เขตก่อสร้าง เสียงฟ้าผ่าก็ดังเปรี้ยงลงมาจนพายสะดุ้งโหยง ไฟในไซต์งานที่เคยติดๆ ดับๆ ก็ดับพรึบลงทันที ความมืดมิดเข้าครอบงำรอบทิศทาง พายชะงักกึกจนชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของธันวาที่หยุดกะทันหัน “เฮ้ย! ไฟดับ...” เสียงพายขาดห้วง เมื่อมือหนาของธันวาเอื้อมมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น “เงียบ” ธันวาสั่งเสียงต่ำ “ฝนตกหนักแบบนี้เราต้องกลับไปที่ตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราว ทางนี้มันอันตราย” พวกเขาวิ่งฝ่าสายฝนที่เทลงมาดั่งฟ้ารั่วจนเปียกโชกไปทั้งตัว ธันวาพาพายเข้ามาหลบในตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้เป็นที่พักหน้างาน ประตูถูกปิดลงพร้อมเสียงกลอนล็อกแน่นหนา ภายในห้องมีเพียงแสงไฟฉายจากมือถือของพายที่ส่องสว่างเพียงรำไร เผยให้เห็นหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามไรผมและเสื้อผ้าของคนตรงหน้า พายหอบหายใจถี่ ใบหน้าคมคายของธันวาที่เปียกปอนดูแปลกตาไป เส้นผมที่ปกติเซตเป๊ะกลับลู่ลงมาปรกหน้าผาก ทำให้คนปากร้ายดูดุดันน้อยลง... หรืออาจจะอันตรายขึ้นกันแน่ “คุณมันบ้า ธันวา!” พายตะโกนฝ่าเสียงฝนที่กระทบหลังคาเหล็กจนดังสนั่น “ถ้าผมไม่สบายขึ้นมา คุณรับผิดชอบไหวไหม!” ธันวาไม่ตอบ เขาถอดเสื้อนอกที่เปียกโชกออกด้วยท่าทางใจเย็น มือหนาเอื้อมมาเช็ดละอองน้ำออกจากใบหน้าของพายอย่างถือวิสาสะ พายชะงักกึก หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อสายตาของธันวาเปลี่ยนไป มันไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง แต่มันมีความรุ่มร้อนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ “ผมบอกให้คุณรอที่รถ... แต่คุณก็ดื้อตามผมมาเอง” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ “ทำไมถึงดื้อนักพาย?” “ผมไม่ได้ดื้อ ผมแค่... ไม่ชอบให้ใครมาดูถูกงานของผม” พายพยายามถอยหลังหนี แต่หลังดันไปชนกับโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ธันวาใช้แขนสองข้างกักตัวเขาไว้ตรงกลาง บรรยากาศในตู้คอนเทนเนอร์ที่เคยอึดอัดเริ่มเปลี่ยนไป ความโกรธเคืองที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งพล่าน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวธันวาผสมกับกลิ่นไอฝนที่เย้ายวนใจจนพายต้องเบือนหน้าหนี “คุณเก่งนะ” ธันวากระซิบชิดใบหู “แต่บางทีความเก่งของคุณมันก็น่าหงุดหงิด... จนผมอยากจะลงโทษให้เข็ด” “คุณจะทำอะไร...” พายถามเสียงสั่น แต่ธันวาไม่เปิดโอกาสให้คำตอบ เขากดใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดที่ริมฝีปากของพาย ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ราวกับจะค้นหาคำตอบอะไรบางอย่างที่ค้างคามานาน ทันใดนั้น เสียงทุบประตูตู้คอนเทนเนอร์จากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนของรินที่ดูร้อนรน “พี่พาย! พี่ธันวา! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ! โครงสร้างที่พี่ธันวาสั่งแก้... มันพังลงมาแล้ว!” ธันวาผละออกอย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมาเคร่งขรึมเหมือนเดิมในทันที เขารีบเปิดประตูออกไป ทิ้งให้พายยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ยังคงมีเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคา แต่สิ่งที่ทำให้พายหัวใจแทบหยุดเต้นไม่ใช่ข่าวร้ายเรื่องงาน... หากแต่เป็นรอยยิ้มที่มุมปากของธันวาที่เขาทิ้งไว้ก่อนจะเดินออกไป เขาไม่ได้ดูเดือดร้อนเรื่องงานเลยแม้แต่นิดเดียว เหมือนกับว่าเรื่องพังทลายเหล่านั้น... เป็นสิ่งที่เขาคำนวณไว้แล้วตั้งแต่วันแรกที่ดึงพายเข้ามาในวงจรชีวิตของเขา ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมลุ้นไปกับมื้อค่ำสุดปั่นป่วนของคู่กัดคู่นี้ แล้วมาติดตามกันต่อในตอนหน้านะคะ (ตุ๊กตาโบราณ) ค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%