"คุณจะบอกว่า คนที่ยืนถือคัตเตอร์กรีดโมเดลบ้านของฉันจนพังยับเยินเมื่อคืน... คือผู้ชายที่คุณเพิ่งเซ็นสัญญาจ้างให้มาคุมงานรีโนเวตสวนหลังบ้านเมื่อเช้านี้งั้นเหรอคะคุณธันวา!"
น้ำเสียงของพายไม่ได้ดัง แต่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำเอาทีมงานโปรดักชันกองถ่ายสารคดีสถาปัตยกรรมถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บรรยากาศในเซฟเฮาส์กระจกใสสไตล์มินิมอลตอนนี้ เย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าห้องแอร์ติดลบสิบองศา
ธันวาสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและใบหน้าไร้รอยยิ้ม ขยับกรอบแว่นสายตาช้าๆ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนขึ้นสันนัด ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนกอดอกจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง พายในชุดเอี๊ยมยีนเซอร์ๆ แต่วันนี้กลับแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนคนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ผมไม่ได้บอกว่าเขาเป็นคนทำ" ธันวาตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทจนน่าหมั่นไส้ "ผมบอกแค่ว่า... เขาคือคนที่คุณเห็นในกล้องวงจรปิด และเขากำลังยืนรอเซ็นรับงานสัญญางวดแรกอยู่ข้างนอกนั่น"
"แล้วคุณปล่อยให้ไอ้โรคจิตนั่นลอยนวลแถมยังจ้างงานเนี่ยนะ! สมองสถาปนิกพันล้านของคุณเอาอะไรคิดคะ! หรือเพราะดีไซน์มันพัง คุณเลยไม่แคร์ว่าชีวิตคนในบ้านนี้จะเป็นยังไง!" พายก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย ปลายจفนเกือบจะชนกับอกเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนของอีกฝ่าย ความโกรธทำให้ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ
รินที่ยืนหลบมุมอยู่หลังกองกระถางต้นไม้ทำได้เพียงยกมือขึ้นกุมขมับ พึมพำเบาๆ กับตัวเองว่า *'แม่เจ้าโว้ย... สองคนนี้เค้ากินดินปืนรสอะไรกันมาวะเนี่ย'*
ทว่า ท่าทีของคนในกองถ่ายรอบข้างกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความชุลมุนวุ่นวายของการเตรียมเซ็ตฉากถ่ายทำ กลายเป็นการยืนตัวลีบ ทำงานเงียบกริบด้วยความเกรงใจขั้นสุด ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง แม้แต่ผู้กำกับกองถ่ายยังต้องแกล้งก้มหน้าก้มตาเช็คจอคอมพิวเตอร์ ทั้งความตึงเครียดระหว่างสถาปนิกจอมเนี๊ยบกับนักจัดสวนฝีปากกล้าคู่นี้ มันชวนให้ขนลุกซู่ราวกับกำลังดูฉากปะทะในภาพยนตร์ระทึกขวัญชั้นดี มากกว่ากองถ่ายรายการไลฟ์สไตล์
ธันวาปรายตามองพายที่หายใจฮึดฮัดด้วยความโมโห อกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะอารมณ์ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่พายเกลียดนักเกลียดหนਾ เพราะมันบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังเหนือกว่า
"ถ้าผมไม่บ้าพอจะรับเขาเข้าทำงาน... แล้วเราจะลากคอมมานโดตัวจริงเสียงจริงออกมาจากรูได้ยังไงล่ะครับคุณพาย" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาหาชิดโดยไม่ทันตั้งตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟเข้มเป่ารดข้างแก้มเนียนจนคนตัวเล็กชะงัก ถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง" พายเสียงสะดุดไปชั่วขณะเมื่อระยะห่างระหว่างกันมันใกล้เกินความจำเป็น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปเสียดื้อๆ
"หมายความว่าไอ้คนที่มากรีดโมเดลคุณเมื่อคืน มันไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็นหนอนบ่อนไส้ที่ส่งตรงมาจากบริษัทคู่แข่ง เพื่อทำลายโปรเจกต์นี้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม และผมต้องการตัวมันมาสารภาพด้วยตัวเอง" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของพาย ราวกับจะสื่อสารว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น
พายกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจแกแกมทึ่ง ชายหนุ่มจอมเฮี้ยบคนนี้ไม่ได้เย็นชาอย่างไร้ความรู้สึกอย่างที่คิด เขาววางแผนตลบหลังศัตรูเงียบๆ โดยไม่ปริปากบอกใครเลยสักคำ แม้กระทั่งตัวเธอเองที่เกือบจะวีนแตกใส่เขาเมื่อกี้
"แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนเล่า..." พายเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่เคยกำแน่นคลายออก ยืนเก้อเขินอยู่ตรงหน้าแผงอกแกร่งที่ตอนนี้ขยับเข้ามาใกล้เสียจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ที่คุ้นจมูก
"บอกแล้วคุณจะเล่นละครตบตาเนียนขนาดนี้ไหมล่ะครับ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาที่มองมาทอดความอ่อนโยนลงชั่วพริบตาจนพายเกือบจะละลายคาที่ "อีกอย่าง... สีตอนที่คุณโมโหจนหน้าดำหน้าแดง มันก็น่ารักไปอีกแบบดีนะ"
"นี่คุณ!" พายหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโกรธหรือเพราะความเขินที่จู่ๆ ก็โดนหยอดคำหวานใส่กลางกองถ่ายแบบนี้ มือเล็กเงื้อขึ้นเตรียมจะฟาดไหล่กว้างสักทีแก้เขิน
"อุ๊ย! ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะคุณธันวา คุณพาย..."
เสียงใสๆ ของทีมงานสาวคนหนึ่งดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดแต่หวานล้ำ เธอยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องรับแขก สีหน้าซีดเผือดราวกับไปเห็นผีมา "เอ่อ... คือว่า... คนที่มารับจ๊อบแต่งสวนวันนี้... เขา... เขาหายตัวไปจากห้องพักรับรองแล้วค่ะ!"
ธันวาหุบยิ้มฉับพลัน แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากพายทันทีแล้วก้าวฉับๆ ไปยังประตูกระจก พายรีบสาวเท้าตามไปติดๆ ด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก
เมื่อผลักประตูเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องพักรับรองที่ว่างเปล่า หน้าต่างกระจกบานใหญ่ถูกเปิดทิ้งไว้รับลมยามบ่าย ผ้าม่านสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลม บนโต๊ะทำงานกลางห้องมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กวางไว้เด่นชัด ธันวาหยิบมันขึ้นมาอ่าน ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะส่งให้พายดู
ข้อความลายมือหวัดๆ เขียนไว้สั้นๆ แต่ทำเอาอุณหภูมิในห้องดิ่งฮวบ:
*‘เกมยังไม่จบหรอกครับ... สถาปนิก’*
พรึบ!
ไฟทั่วทั้งเซฟเฮาส์ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดเข้าปกคลุมทุกพื้นที่ทันที ท่ามกลางเสียงหวีดร้องตกใจของทีมงานในกองถ่ายที่ดังระงม พายรู้สึกได้ถึงมือหนาที่คว้าข้อมือเธอไว้แน่น ลากเข้าไปหลบหลังแผ่นหลังกว้างของธันวาในความมืดสนิท
และในวินาทีนั้นเอง... เสียงปรบมือช้าๆ สองสามครั้ง ก็ดังขึ้นจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "ตุ๊กตาโบราณ" นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 12
ความเงียบที่ดังกว่าคำพูด
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!