รอยดินสีดำที่ถูกขุดคุ้ยจนเละเทะ ไม่ใช่แค่ความเสียหายทางกายภาพ แต่มันคือรอยแผลที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึกของคนลงมือสร้างมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ
"มีคนบุกรุกเข้ามาขุดทำลายแปลงต้นไม้ของคุณพายจนพังยับเยินหมดแล้วค่ะ!"
เสียงของรินที่โทรศัพท์เข้ามาด้วยความตื่นตระหนกเมื่อคืน ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของพาย นักจัดสวนหนุ่มร่างโปร่งยืนนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของแปลงไม้นานาพันธุ์ที่เขาฟูมฟักมาแรมเดือน ดอกไม้สีม่วงอ่อนที่กำลังผลิบานถูกเหยียบย่ำจนจมดิน กิ่งก้านของไม้ประดับราคาแพงหักสะั้นราวกับตั้งใจทำลายเพื่อส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง
แต่สิ่งที่ทำให้พายกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ไม่ใช่ความเสียดายต้นไม้เหล่านี้... แต่เป็นกำหนดเวลาส่งงานที่กระชั้นเข้ามาทุกที
พรุ่งนี้เช้าแล้ว ที่โครงการบ้านตัวอย่างสุดหรูของธันวาจะต้องเปิดให้คณะกรรมการชุดใหญ่เข้าตรวจประเมิน หากสวนรอบบ้านไม่เสร็จสมบูรณ์ตามแบบแปลนระดับมาสเตอร์พีซที่ธันวาออกแบบไว้ ทุกอย่างที่พวกเขาช่วยกันปลุกปั้นมาจะพังทลายลงในพริบตา และคนที่จะโดนคาดโทษอย่างหนักหน่วงที่สุดก็คือสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบผู้ไม่เคยยอมให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้นในชีวิตการทำงาน
"ให้ตายสิ... นายธันวา นายต้องฆ่าฉันแน่ๆ" พายพึมพำกับตัวเอง ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นออกมาท่ามกลางความเงียบงันของสวนยามวิกาล ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำบางอย่างที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิต
ในเวลาเดียวกัน ที่เซฟเฮาส์และสตูดิโอส่วนตัวของธันวา แสงไฟจากห้องทำงานยังคงสว่างจ้า สถาปนิกหนุ่มร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกกำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยความเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงแบบแปลนสามมิติพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากบริษัทรับเหมา
"บัดซบเอ๊ย..." ธันวาครางต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบนิ่งไร้อารมณ์ตอนนี้บึ้งตึงจนน่ากลัว ข้อมูลไฟล์งานเรนเดอร์ชุดสุดท้ายที่ต้องใช้ประกอบการพรีเซนต์ในวันพรุ่งนี้เกิดเสียหายขึ้นมากะทันหัน ไฟล์หลักเกิดคอร์รัปต์จากการอัปเดตระบบอัตโนมัติ ตัวเลือกเดียวที่มีคือต้องเรนเดอร์ภาพมุมมองหลักใหม่ทั้งหมดสิบภาพ ซึ่งใช้เวลาประมวลผลอย่างน้อยหั่วโมงต่อภาพ นั่นหมายความว่าเขาต้องนั่งตาแข็งอยู่หน้าจอจนถึงเช้าตรู่โดยไม่ได้นอนเลยแม้แต่วินาทีเดียว
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นเบาๆ ทำเอาธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ใครกันที่จะมาหาเขาที่เซฟเฮาส์แห่งนี้? ยิ่งคิดถึงสถานการณ์ความปลอดภัยรอบโครงการที่เพิ่งมีเรื่องวุ่นวายเมื่อวันก่อน เขายิ่งก้าวเท้าฉับไวไปที่ประตู มือหนาปลดล็อกกลอนแล้วกระชากเปิดออกทันที
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้คำต่อว่าทั้งหมดติดอยู่ที่ริมฝีปาก
พายยืนหอบหายใจน้อยๆ อยู่หน้าประตูกระจก เสื้อผ้าเปื้อนคราบดินและเหงื่อไคล เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง แต่ในมือข้างหนึ่งกลับถือแฟลชไดร์ฟสีดำยื่นมาตรงหน้าเขาอย่างถือดี ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่คุ้นเคย
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะนายสถาปนิก... หลบไปส I'm coming in" พายไม่รอให้ธันวาอนุญาต ร่างโปร่งเบียดตัวผ่านไหล่กว้างเข้ามาในห้องทันที กลิ่นอายดินฝนและกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยปะทะจมูกคมของเจ้าของบ้าน
ธันวานิ่งงันไปสามวินาทีเต็ม ก่อนสติจะกลับคืนมา ร่างสูงหันขวับตามหลังคนตัวเล็กที่ถือวิสาสะเดินดิ่งไปทิ้งตัวลงนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ของเขาหน้าตาเฉย
"นายเข้ามาทำไมดึกดื่นแบบนี้พาย? แล้วดูสภาพนายส... ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา ถึงได้มอมแมมขนาดนั้น" น้ำเสียงดุๆ เจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้เอ่ยขึ้น ธันวาก้าวเข้าไปยืนค้ำหัวอีกฝ่าย ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความกดดันออกมาเต็มพิกัด "แล้วที่สำคัญ... แปลงสวนข้างนอกนั่น..."
"รู้แล้วน่า!" พายหันขวับมาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงหน้าคมคาย "เรื่องสวนฉันจัดการเคลียร์พื้นที่เบื้องต้นกับรินเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องมาทำหน้ายักษ์ใส่ฉันเลยธันวา ฉันไม่ได้มาขอส่วนบุญ ฉันมาช่วยนายต่างหาก"
"ช่วย?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักยกย่องขึ้นเล็กน้อยด้วยความเยาะหยัน "สภาพนายตอนนี้เนี่ยนะจะมาช่วยฉัน? ตัวเองยังเอาจะไม่รอด แปลงดอกไม้ที่อุตส่าห์ปลูกพังไม่เป็นท่า นายคิดว่าฉันควรจะขอบคุณนายดีไหมที่ทำผลงานพังก่อนวันส่งมอบงานจริง?"
คำพูดเชือดเฉือนและสายตาดูแคลนนั้นทำเอาพายเลือดขึ้นหน้า คนตัวเล็กผุดลุกขึ้นยืนประชิดตัว ชนิดที่ปลายจมูกเกือบจะชนกับแผงอกกว้างของอีกฝ่าย ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าสบตากันในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว
"ปากดีนักนะนายสถาปนิก!" พายจิ้มปลายนิ้วลงบนอกเสื้อของธันวาแรงๆ อย่างหมั่นไส้ "ถ้าฉันไม่มาแล้วใครจะช่วยนายแก้ไฟล์เรนเดอร์ที่พังไปเมื่อชั่วโมงที่แล้วล่ะฮึ? คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่านายกำลังหัวหมุนอยู่คนเดียว?"
ธันวาชะงักไป ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่เปื้อนฝุ่นดินแต่แววตากลับมั่นอกมั่นใจเกินร้อย มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวที่กำลังจิ้มอกเขาอยู่ไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่เพียงพอที่จะตรึงให้อีกฝ่ายขยับไปไหนไม่ได้
"รู้ดีเหลือเกินนะ... ใครใช้ให้เธอสอดรู้เรื่องของฉัน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนหน้าผากมน
"ไม่ได้สอดรู้... แต่ฉันเป็นพาร์ทเนอร์นาย ยอดเงินงวดสุดท้ายของฉันก็ผูกอยู่กับงานนี้เหมือนกันนั่นแหละ!" พายเถียงเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับธันวาลดน้อยลงทุกที กลิ่นน้ำหอมเจือจางจากตัวสถาปนิกหนุ่มทำเอาสติกระเจิดกระิง "ปล่อยมือได้แล้วน่า ฉันจะมาช่วยเคลียร์ไฟล์งานให้จบ จะได้รีบนอน"
ธันวาไม่ยอมปล่อย เขากลับออกแรงดึงรั้งข้อมือนั้นให้ร่างโปร่งขยับเข้ามาชิดยิ่งขึ้นจนแทบจะเกยอยู่บนตัก แววตาคมปลาบที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟบางอย่างที่พายไมกล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ
"ถ้าบอกว่าไม่ปล่อยล่ะ..." ธันวากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มร้ายกาจ "ในเมื่อเธอเสนอตัวมาถึงถ้ำเสือเอง... พาย... เธอก็เตรียมตัวรับมือกับความเรื่องมากของฉันตลอดคืนนี้ได้เลย"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันภายใต้เงาไม้ใหญ่ด้านนอกที่ทาบทับลงบนกระจกหน้าต่าง
ก่อนที่พายจะทันได้อ้าปากเถียงกลับ ประตูห้องทำงานอีกด้านที่เชื่อมต่อกับระเบียงสวนด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมเสียงหอบหายใจ
"คุณธันวา! คุณพาย! แย่แล้วครับ... คนที่มันทำลายแปลงต้นไม้เมื่อคืน มัน... มันกำลังกลับมาอีกแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันนะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 10
ความลับใต้เงาไม้
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!