"ถ้าคุณคิดจะลงมาจากรถคันนั้นเพื่อมาพ่นคำพูดน่ารำคาญใส่ฉันล่ะก็... เชิญเหยียบคันเร่งกลับไปทางเดิมได้เลยค่ะ คุณธันวา"
เสียงหวานใสแต่เจือกระแสขุ่นเคืองดังขึ้นทันทีที่บานกระจกสีชาเลื่อนลงจนสุด เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่มักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดีเป็นนิจ ทว่าในยามค่ำคืนที่สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายเช่นนี้ แววตาสีเข้มของสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบกลับไม่มีร่องรอยของความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความหงุดหงิดเจือความเป็นห่วงที่เจ้าตัวคงพยายามซ่อนไว้แทบตายแต่ไม่เนียนเอาเสียเลย
ธันวาขบกรามแน่น เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนพวงมาลัยรถสปอร์ตคันหรูเป็นจังหวะรัว ก่อนจะผลักประตูรถเปิดออกแล้วก้าวขายาวๆ ฝ่าสายฝนที่สาดกระเซ็นมายังเพิงพักรถริมทางโดยไม่สนใจว่าสูทราคาแพงแบรนด์ดังจะต้องเปียกชื้น เสื้อผ้าเนื้อดีแนบไปกับแผ่นอกกว้างจนเห็นมัดกล้ามเนื้อรางๆ ภายใต้เนื้อผ้า ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดตัวพายที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ ปิดกั้นพื้นที่แคบๆ นั้นจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"ดื้อด้าน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความไม่สบอารมณ์ "ฝนตกหนักขนาดนี้ รถโดยสารก็หมดตั้งแต่ชาติเศษแล้ว จะยืนทำเท่เป็นอนุสาวรีย์อยู่ตรงนี้จนถึงเช้าหรือไงครับคุณนักจัดสวน"
"แล้วมันเรื่องอะไรของคุณล่ะคะ!" พายสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบที่โน้มลงมามองอย่างคาดโทษ "ฉันจะเปียกฝน เป็นไข้ หรือกลายเป็นนางเงือกเกยตื้นอยู่ตรงนี้ มันก็ไม่ใช่กงเกويةอะไรที่คุณจะต้องถ่อสังขารขับรถฝ่าพายุมาตากฝนเล่นนี่คะ หรือว่า..." หญิงสาวหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ "คิดถึงฉันจนทนไม่ไหว ถึงได้ขับรถร่อนเร่หาเหยื่อแถวนี้พอดี"
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้นี่มันรั้นและฝบปากกล้าได้โล่จริงๆ!
ธันวาพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกทางจมูก มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวเล็กของอีกฝ่ายไว้โดยอัตโนมัติเพื่อดึงให้หลบพ้นจากละอองฝนที่สาดเข้ามาตามแรงลม สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาตัดกับความเย็นเยียบของอากาศรอบตัวอย่างสิ้นเชิง หัวใจดวงน้อยของพายกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่รักดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศในเพิงพักรถร้างผู้คนแห่งนี้อบอวลไปด้วยความรู้สึกประหลาดที่เธอไม่อยากยอมรับ
"ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไงคะคุณธันวา ฉันเดินกลับเองได้" พายพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสู้แรงของสถาปนิกหนุ่มบ้างานที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอได้
"อย่าดื้อน่าพาย!" ธันวาเผลอตะคอกเสียงเข้มใส่ด้วยความโมโหปนระอวง "จะเดินกลับไปยังไง ไกลเป็นกิโลแถมมืดค่ำอันตรายขนาดนี้ สมองคุณคิดอะไรอยู่ถึงได้ยอมมายืนตากฝนรอรถเมล์ที่ไม่มีวันมาถึงหะ?"
"ก็เพราะคุณนั่นแหละ!" พายสะบัดหน้าใส่ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความคับแค้นใจ "ถ้าโปรเจกต์จัดสวนที่รีสอร์ทคุณไม่เรื่องมากจนฉันต้องอยู่เคลียร์แบบกับคนงานจนดึกดื่น ฉันก็คงไม่ตกรถหรอกค่ะ! คนอะไร... จุกจิก เรื่องเยอะ สั่งแก้โน่นแก้นี่จนต้นไม้ในสวนแทบจะกราบขอชีวิตอยู่แล้ว!"
ธันวาชะงักไปนิดเมื่อโดนย้อนเข้าให้ นัยน์ตาสีเข้มไหววูบลงครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบตึงตามเดิม เขามองสำรวจร่างบางที่เปียกปอนเล็กน้อย เส้นผมคลอเคลียกรอบหน้าเนียนและปลายจมูกรั้นที่ขึ้นสีแดงเรื่อจากความหนาวเย็น ความรู้สึกผิดแปลกบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ มันไม่ใช่ความรับผิดชอบในฐานะลูกค้า... แต่มันคือความกระวนกระวายใจประหลาดที่เขาเกลียดนักเวลาที่เห็นเธอยืนอยู่คนเดียวในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้
"ขึ้นรถ" ธันวาออกคำสั่งเสียงเฉียบ ขาดคำก็ออกแรงดึงกึ่งจูงให้คนตัวเล็กเดินฝ่าสายฝนไปยังรถสปอร์ตคันหรูทันทีโดยไม่ฟังเสียงโวยวาย
"ไม่เอา! ฉันไม่อนุญาต... โอ๊ย คุณธันวา คนบ้า!" พายบ่นอุบอิบแต่ก็ต้องยอมก้าวขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับจนได้ เพราะแรงดึงอันดื้อรั้นของพ่อคุณทูนหัว เล่นเอาเธอขัดขืนไม่ไหว
ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องโดยสารอุ่นๆ ธันวาก้าวอ้อมมาฝั่งคนขับแล้วหย่อนตัวลงนั่งตาม เปิดระบบฮีตเตอร์เบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่มักจะพนักพิงเบาะหลังสำรองไว้ออกมา ส่งให้หญิงสาวที่นั่งกอดอกตัวสั่นเทาอยู่ข้างๆ
พายชำเลืองมองผ้าขนหนูในมือเขาแล้วเงยหน้ามองค้อนวงใหญ่ "ไม่ต้องมาทำเป็นใจดีเลยค่ะ เดี๋ยวฉันก็หาว่าคุณมีแผนร้ายอะไรอีก"
"ถ้าไม่รับไปเช็ดผม เดี๋ยวคุณก็เป็นไข้หวัดใหญ่แล้วพรุ่งนี้ใครจะไปหน้างานกับผม" ธันวาตอบเสียงเรียบ พยายามทำเสียงให้ห้วนที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความใส่ใจที่ล้นปรี่จนเกือบทะลัก "รับไปสะ หรือจะให้ผมเช็ดให้?"
คำพูดขู่แกมบังคับนั้นทำเอาพายต้องรีบแย่งผ้าขนหนูมาถือไว้เองทันที เธอขยี้ผมยาวสลวยที่เปียกชื้นของตัวเองอย่างลวกๆ พรางบ่นพึมพำไม่เป็นภาษา "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาติหน้าขอให้เกิดเป็นกระบองเพชรเถอะค่ะ จะได้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้"
"ผมได้ยินนะ" ธันวาหันมามองค้อนนิดๆ แต่ริมฝีปากหยักกลับกระตุกยิ้มบางๆ อย่างไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งพายถึงจะมีโอกาสได้เห็น และยอมรับตามตรงว่ามัน... อันตรายต่อหัวใจของเธอเสียเหลือเกิน
บรรยากาศในรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่ความอึดอัดเช่นเดิม เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยากรช่วยคลายความตึงเครียดลงไปได้มาก รถสปอร์ตคันหรูเคลื่อนตัวไปตามถนนที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดฝน แสงไฟนีออนจากสองข้างทางสะท้อนกระจกรถเปียกปอนเป็นประกายระยิบระยับ
"หิวไหม?" อยู่ๆ คนที่เงียบไปนานก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่สายตายังคงมองตรงไปข้างหน้า
พายชะงัก หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่ดูจริงจังและน่าค้นหาในแสงไฟสลัว "ถามทำไมคะ หรือว่าจะพาฉันไปเลี้ยงข้าวไถ่โทษที่ทำให้ตกรถ?"
"ถ้าบอกว่าใช่ คุณจะยอมไปกินข้าวต้มร้อนๆ กับผมไหมล่ะ" ธันวาปรายตามองเธอแวบหนึ่ง มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย "หรือจะยืนกรานให้ผมส่งคุณลงข้างทางแล้วไปหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินคนเดียวที่ห้อง?"
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลกับรอยยิ้มมุมปากนั้น เธอรู้ดีว่าการอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้มีแต่จะทำให้หัวใจที่สงบเรียบของเธอปั่นป่วน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... ความอบอุ่นที่เขากำลังมอบให้อย่างซึมลึกในคืนฝนตกแบบนี้ มันช่างเย้ายวนใจเสียเหลือเกิน
"ก็ได้ค่ะ... ถือว่าฉันเห็นแก่ท้องตัวเองหรอกนะ" พายเชิดหน้าขึ้นทำเป็นไม่สนใจ ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นกลับทรยศคำพูดของเธอจนหมดสิ้น
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์จนพายต้องแอบลอบมองเขาอีกครั้ง รถคันหรูเบี่ยงหัวเลี้ยวเข้าสู่ร้านอาหารริมทางบรรยากาศอบอุ่นที่เปิดโคมไฟสีส้มสว่างไสว ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย ทว่าความรู้สึกหนาวยะเยือกในใจของทั้งคู่กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นบางเบาที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ
หลังมื้ออาหารผ่านพ้นไป ท่ามกลางบทสนทนาโต้เถียงกันเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาคนปากไม่ตรงกับใจ ธันวาก็ขับรถมาส่งพายจนถึงหน้าหอพักของเธออย่างปลอดภัย รถสปอร์ตจอดเทียบฟุตบาท ร่างสูงดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองเจ้าของห้องที่กำลังเตรียมจะเปิดประตูลงไป
"ขอบคุณค่ะสำหรับ... ข้าวต้ม แล้วก็ค่ารถ" พายเอ่ยเบาๆ มือเรียวกำที่เปิดประตูไว้แน่น ลังเลอยู่ชั่วครู่ว่าจะพูดอะไรต่อดี
"ไม่ต้องขอบคุณหรอก" ธันวาตอบเสียงนุ่ม แววตาคมกริบที่มองมาในความมืดสลัวนั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่พายไม่กล้าแม้แต่จะสบตาตรงๆ "เพราะพรุ่งนี้... คุณก็ต้องมาทำงานชดใช้ความดื้อให้ผมแต่เช้าอยู่ดี"
พายค้อนใส่เขาหนึ่งวงด้วยความหมั่นไส้ "คุณนี่มัน... จอมเผด็จการไม่มีเปลี่ยนเลยนะคะ!"
พูดจบเธอก็ผลักประตูรถออกเตรียมจะก้าวลงไปเผชิญกับสายฝนปรอยๆ ด้านนอก ทว่าจังหวะนั้นเอง... ข้อแขนเรียวก็ถูกมือหนาคว้าเอาไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับไปไหน
พายหันกลับมาด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยปากต่อว่า ร่างสูงของธันวาก็โน้มข้ามเบาะมาใกล้จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นมิ้นท์จางๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน ปลายนิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากกรอบหน้าให้เธออย่างอ่อนโยน นุ่มนวล และทะนุถนอมจนคนถูกกระทำถึงกับสมองขาวโพลน นิ่งงั้นราวกับถูกสะกดจิต
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ สะท้อนภาพใบหน้าของเธอชัดเจนยิ่งกว่ากระจกบานไหนๆ
"พาย..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับกำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในใจ "ที่ผมขับรถวนหาคุณรอบเมือง... ไม่ใช่เพราะหน้าที่หรอกนะ"
หัวใจของพายหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบผู้แสนหยิ่งทะนงคนนั้น กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวั่นไหวและคำสารภาพที่แขวนอยู่บนริมฝีปากหยัก
"แล้ว... เพราะอะไรล่ะคะ?" พายถามเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อ ขยับหนีไปไหนไม่ได้เมื่อวงแขนแกร่งเริ่มขยับเข้ามาโอบล้อมกั้นเธอไว้กับเบาะรถและประตู
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มวาววับขึ้นในความมืด เขากำลังจะอ้าปากพูดประโยคสำคัญที่เก็บงำไว้มานาน...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลจนกระเจิง ธันวาผละออกจากร่างบางทันทีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด เขาดึงกระจกไฟฟ้าลงด้วยใบหน้าบึ้งตึงพร้อมจะอาละวาดใส่ใครก็ตามที่บังaרญมาขัดจังหวะเวลาสำคัญ
แต่ทว่า... ทันทีที่กระจกเลื่อนลงจนสุดและเห็นใบหน้าของบุคคลที่ยืนยันอยู่ด้านนอก ธันวาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ส่วนพายถึงกับอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจสุดขีด!
ริน... เพื่อนสนิทและผู้ช่วยของเธอกำลังยืนถือร่มยิ้มแฉ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งรถแทบช็อก:
"อุ๊ย! ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะคุณธันวา พอดีฉันลืมของไว้บนห้องพาย... แล้วก็บังเอิญเห็นพวกคุณกำลังจะ... อือหึ จูบกันพอดีเลย!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความอบอุ่นในคืนฝนตกด้วยกันนะคะ! - ตุ๊กตาโบราณ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 19
ฝนที่ชุ่มฉ่ำในใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!