"อุ๊ย! ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะคุณธันวา พอดีฉันลืมของไว้บนห้องพาย... แล้วก็บังเอิญเห็นพวกคุณกำลังจะ... อือหึ จูบกันพอดีเลย!"
เสียงแหลมสูงเจือความตื่นเต้นของรินดังแทรกทะลวงความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของเซฟเฮาส์ราวกับเสียงระเบิดเวลา พายสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต มือบางที่เคยเกาะกุมปกเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่มรีบชักกลับแทบไม่ทัน ร่างเพรียวถอยกรูดไปด้านหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียงดัง *ตุ้บ* ความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มไม่ได้มาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือความโกรธ แต่มันคือความกระดากอายที่พุ่งทะยานจนแทบจะระเบิด
ให้ตายสิ... เกือบไปแล้ว! เกือบจะเผลอปล่อยให้ริมฝีปากนั่นบดขยี้ลงมาตามแรงอารมณ์พาไปแล้วจริงๆ!
ธันวาเองก็ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันและเต็มไปด้วยความหิวกระหาย ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความกระอักกระอ่วน สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดายระคนหงุดหงิด เขากวาดสายตาคมปลาบไปยังผู้มาใหม่ที่ยืนปิดปากหัวคิกคักอยู่ตรงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มล้อเลียนชนิดที่ไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิด
"ถ้าลืมของ แล้วทำไมไม่เดินเข้ามาตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้หยิบกระเป๋าออกไปล่ะคะคุณริน" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงแววเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันไว้อย่างชัดเจน ร่างสูงผละออกจากพื้นที่ส่วนตัวของคนตัวเล็ก จัดระเบียบปกเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยับย่นเล็กน้อยให้กลับมาเนี้ยบกริบตามเดิมอย่างรวดเร็ว
"แหม... ใครจะไปกล้าขัดจังหวะรักทรมานใจของสถาปนิกปากแข็งกับนักจัดสวนปากเก่งกันล่ะคะ" รินลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ เดินลอยชายเข้ามาหยิบสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนโซฟาเบด ทำทีเป็นไม่รู้ไม่ช้ากับบรรยากาศมาคุที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ "เชิญพวกคุณต่อกันตามสบายเลยนะคะ พอดีฉันแค่แวะมาเอาของ... ไปละค่ะ บาย!"
พูดจบ แม่เพื่อนสนิทตัวดีก็ไหวไหล่เบาๆ แล้วหมุนตัวเดินลิ่วหายออกไปจากห้อง ปิดประตูตามหลังให้อย่างดิบดีเสร็จสรรพ ราวกับตั้งใจจะเปิดทางให้ทั้งคู่เคลียร์ปัญหาหัวใจที่ค้างคาให้มันจบๆ ไปเสียที
ความเงียบงันกลับมาโรยตัวปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่หนาแน่นจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ พายยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน กอดอกแน่นเพื่อซ่อนอาการมือสั่นระริก ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้าอย่างระแวดระวัง
"มองทำไมคะ หน้าฉันมีรอยอะไรติดอยู่หรือไง" พายเปิดฉากสวนกลับก่อนเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า น้ำเสียงห้วนจัดแต่สั่นพร่าเล็กน้อย "ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ก็เชิญออกไปจากห้องฉันได้แล้วค่ะ ดึกมากแล้ว ฉันจะนอน"
ธันวาไม่ยอมขยับเขยื้อนเคลื่อนกายไปไหน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ชนิดที่พายไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนายื่นออกไปท้าวลงกับขอบโต๊ะทำงานทั้งสองข้าง กักขังร่างเพรียวเอาไว้ตรงกลางวงแขนอย่างไร้ทางหนี ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกลงมาในดวงตาของเธอราวกับต้องการจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีพยศนั่น
"ปากเก่งจังนะพาย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นช้าๆ น้ำเสียงนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่มันกลับเจือไปด้วยความเหนื่อยอ่อนและ... ความจริงจังบางอย่างที่ทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "เมื่อกี้... เกือบจะใจอ่อนอยู่แล้วแท้ๆ ทำไมต้องหาเรื่องขัดจังหวะตลอดเลยล่ะ"
"ใครหาเรื่องคะ! คุณนั่นแหละที่เข้ามารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของฉันก่อน!" พายเถียงกลับเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอมันใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม "แล้วก็กรุณาถอยออกไปด้วยค่ะ มันอึดอัด!"
"อึดอัดเหรอ..." ธันวาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างน่าหมั่นไส้ "แต่ฉันกลับรู้สึกว่า... การไม่มีเธออยู่แถวนี้ มันอึดอัดยิ่งกว่าหลายเท่าซะอีก"
พายชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ประโยคเมื่อครู่... มันไม่ใช่คำพูดหยอกล้อกวนประสาทแบบที่เขาชอบทำ แต่มันคือถ้อยคำที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากความรู้สึกข้างในจริงๆ แววตาคมกริบคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการเสแสร้ง มีเพียงความจริงจังที่สั่นคลอนเกราะป้องกันทั้งหมดของเธอจนพังทลายลงในพริบตา
"คุณ... พูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย" พายพยายามเบือนหน้าหนีสายตาร้อนแรงคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรำระส่ำไม่เป็นจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "รำคาญก็บอกมาตรงๆ เถอะค่ะ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดจาชวนเลี่ยนแบบนี้หรอก ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมาเคลิ้มไปกับมุกตลกฝืดๆ ของคุณนะ"
"มันไม่ใช่'มุกตลก'พาย" ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากหยักได้รูปแทบจะเฉียดผ่านพวงแก้มเนียน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "ตั้งแต่เธอเข้ามาวุ่นวายอยู่ในชีวิตฉัน เข้ามาแก้โน่นแซะนี่ในแบบแปลนบ้านบ้าๆ ของเธอ... ชีวิตที่เคยเป็นระเบียบเรียบร้อยและน่าเบื่อของฉันมันก็พังไม่เป็นท่า"
พายเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบวาบด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด คำพูดของเขาฟังดูเหมือนต่อว่า แต่แววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความโหยหาอย่างปิดไม่มิด
"แต่รู้ไหมพาย..." ธันวาเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เน้นย้ำน้ำหนักของถ้อยคำถัดไป มือหนาข้างหนึ่งละจากขอบโต๊ะ เอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่เส้นผมสีเข้มของเธอ ปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากออกให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาพายแข็งทื่อราวกับถูกสาป "ต่อให้แบบแปลนพวกนั้นจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน... ถ้าตื่นมาแล้วไม่เจอคนที่คيارะคอยเถียงคอยกวนประสาทอยู่ในบ้านหลังนั้น... มันก็ไม่มีความหมายอะไรเลย"
อึ้ง... สมองของพายขาวโพลนไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ที่ลำคอ นี่คือคำสารภาพใช่ไหม? นี่คือถ้อยคำที่คนปากแข็งอย่างธันวาเพิ่งจะยอมเอ่ยปากออกมาตรงๆ อย่างนั้นเหรอ? เขาไม่ได้บอกว่ารัก... แต่มันชัดเจนยิ่งกว่าคำว่ารักเสียอีก—เขาขาดเธอไม่ได้!
"คุณธันวา..." พายพึมพำชื่อเขาแผ่วเบา ความพยศและฝีปากกล้าที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสั่นไหวและตื่นตระหนกในอก
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเราจะเริ่มต้นความสัมพันธ์บ้าๆ นี่กันยังไงในเมื่อเรากัดกันทุกครั้งที่เจอหน้า" ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองแทบละลาย "แต่ที่แน่ๆ... ฉันปล่อยให้เธอเดินออกจากเซฟเฮาส์หลังนี้ หรือเดินออกไปจากชีวิตฉันไม่ได้อีกแล้ว พาย"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่แนบแน่นและอบอุ่นจนแทบจะหลอมละลายความเยียบเย็นทั้งหมดในค่ำคืนนี้ พายแหงนมองใบหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงจนไม่เหลือซาก หัวใจดวงน้อยยอมจำนนต่อความจริงที่ว่า... เธอก็รู้สึกไม่ต่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย
มือบางที่เคยกำแน่นค่อยๆ คลายออก ปลายเรียวสวยขยับขึ้นแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อของสถาปนิกหนุ่มอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบาเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้
"ถ้าคิดจะรั้งฉันไว้... ก็เตรียมตัวปวดหัวไปตลอดชีวิตได้เลยนะคะคุณสถาปนิก"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความสุขที่หาดูได้ยาก "ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ..."
เขาก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างที่เหลือเพียงลมหายใจถูกร่นเข้ามาจนริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน พายหลับตาลงพริ้ม รอคอยสัมผัสที่เธอรู้ดีว่ามันจะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล หัวใจเต้นรำโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา พร้อมๆ กับเสียงตะโกนโวยวายของใครบางคนที่ดังแทรกเข้ามาจากด้านนอก
"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนโครงการรีสอร์ทที่ส่งให้ลูกค้าตอนเย็น เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ ลูกค้าโทรมาโวยวายว่าโครงสร้างรับน้ำหนักมีปัญหา..."
เสียงของเลขานุการสาวที่ดังลั่นทะลุกรอบประตูเข้ามาทำให้ธันวาผละออกจากร่างของพายทันทีด้วยใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด สถาปนิกหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียที่สุดในรอบปี ขณะที่พายลืมตาขึ้นแล้วยืนหอบหายใจกระชั้นชิดด้วยความตกใจปนโล่งอกประหลาด
ธันวากัดฟันกรอดหันไปมองประตูห้องด้วยแววตาฆาตกรรม ก่อนจะหันกลับมามองหน้าพายที่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับมาให้ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ด แล้วพูดด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน
"เดี๋ยวฉันกลับมาเคลียร์กับเธอต่อ... เรื่องที่เรายังจูบกันไม่จบ!"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มจอมเนี้ยบก็สะบัดตัวเดินจ้ำอ้าวปรี่ไปกระชากประตูเปิดออกด้วยใบหน้าถมึงทึงเตรียมจะกินหัวคนมาขัดจังหวะ แต่ทว่า... ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตรงระเบียงทางเดิน กลับไม่ใช่เลขานุการสาวที่เขากำลังนึกโกรธ
ร่างสูงโปรดปรานของชายหนุ่มในชุดสูทเนียบกริบคนหนึ่งยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงนั้น ใบหน้าหล่อเหลารับกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้ธันวาโดยเฉพาะ และประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากผู้มาใหม่ ก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มถึงกับสะดุดกักค้างกลางอากาศ
"อ้าว ธันวา... ไม่ได้เจอกันนานนะ จำฉันได้ไหม... 'พี่ชาย' ของพายเอง"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความปากแข็งของตาธันวาและน้องพายมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 20
สารภาพแบบคนปากแข็ง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!