"อ้าว ธันวา... ไม่ได้เจอกันนานนะ จำฉันได้ไหม... 'พี่ชาย' ของพายเอง"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นอย่างสนิทสนมดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดในสวนหลังบ้าน ทำเอาธันวาที่กำลังยืนตัวเกร็งด้วยความหงุดหงิดถึงกับชะงักกึก สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดสำรวจผู้ชายร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีกรุ่นกลิ่นอายความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงซุ้มประตู
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ชายคนนี้เรียกพายว่าน้อง... แต่สายตาที่มองเด็กดื้อของเขามันชวนให้รู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะซัดสักหมัด
ส่วนพาย... คนที่เคยฝีปากกล้า เถียงฉอดๆ และหาเรื่องเขาได้ทุกวี่ทุกวัน ตอนนี้กลับยืนแข็งทื่อ นัยน์ตาเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนตก and อึ้ง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนกำลังประมวลผลสถานการณ์
"พี่... กรณ์?" พายหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เจือความไม่แน่ใจ
"เก่งมาก ยังจำกันได้" คนที่ชื่อกรณ์หัวנסในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ รัศมีของความเป็นเพลย์บอยสนามใหญ่แผ่ซ่านจนธันวาเผลอก้าวเท้าขยับเข้าไปยืนขวางหน้าพายโดยอัตโนมัติ
สัญชาตญาณดิบของสถาปนิกหนุ่มร้องเตือนว่าผู้ชายคนนี้... อันตรายต่อหัวใจของเขา ยิ่งกว่ารอยยิ้มกวนประสาทของพายเสียอีก
"คุณเป็นใคร" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ตีสีหน้าเคร่งขรึมใส่ผู้มาใหม่เต็มที่ ความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่แสดงออกทางพฤติกรรมชัดเจนเสียจนกรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกสนุก
"อ้าว ผมก็บอกไปแล้วไงครับว่าเป็น 'พี่ชาย' ของพาย..." กรณ์จงใจลากเสียงยาวตรงคำว่าพี่ชาย พร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ธันวา "แล้วคุณล่ะ... สถาปนิกสุดเนี้ยบที่พายเคยบ่นให้ฟังบ่อยๆ ว่าทั้งปากจัดทั้งน่ารำคาญใช่ไหมครับเนี่ย หน้าตาดีกว่าในที่คิดแฮะ"
พายสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวออกมาจากด้านหลังของธันวาแล้วถลึงตาใส่กรณ์ทันที "ฉันไปบ่นนายตอนไหนยะ ตาบ้ากรณ์! แล้วนี่กลับมาจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกก่อน หายหัวไปเป็นชาติ โผล่มาก็ทำเป็นกร่างใส่คนอื่นเขาแล้วเหรอ"
"โห น้องสาว... ทักทายพี่ชายแบบนี้เหรอเนี่ย เจ็บช้ำน้ำใจนะเนี่ย" กรณ์ทำท่าเอามีบกุมอกประกอบฉากอย่างเกินจริง แต่สายตาแพรวพราวกลับเหลือบมองธันวาที่ยืนหน้าตึงเป็นตูดทอดปลาอยู่ข้างๆ
ธันวาเม้มปากแน่น ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ คำว่า 'น้องสาว' เมื่อครู่มันทำให้เขาโล่งใจแปลกๆ แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่ชอบขี้หน้าผู้ชายคนนี้อยู่ดี ยิ่งเห็นพายทำท่าทางสนิทสนมกับอีกฝ่ายโดยการเดินเข้าไปผลักไหล่หยอกล้อ ธันวาก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ หงุดหงิดจนอยากจะคว้าเอวบางๆ ของคนปากเก่งมาดึงเข้าหาตัวแล้วประกาศความเป็นเจ้าของเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แต่เขาทำไม่ได้... ในฐานะอะไรเล่า? ในฐานะเจ้านาย? ในฐานะเจ้าของบ้าน? หรือในฐานะ... คนที่กำลังแอบรักเด็กดื้อคนนี้อยู่กันแน่
"แล้วนี่มายืนทำอะไรกันสองคนในมุมลับตาคนแบบนี้ หืม?" กรณ์หรี่ตามองธันวา สลับกับพายที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเพราะเขินสายตาจับผิดของพี่ชายกันแน่
"ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ นายมาก็ดีเลย ไสหัวกลับไปห้องรับแขกก่อนไป ฉันกับคุณธันวากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่" พายรีบโบกมือไล่พัลวัน กลואהตัดบทด้วยน้ำเสียงลนลานผิดวิสัย
"คุยงาน? หน้าตาใกล้ชิดกันขนาดเมื่อกี้เขาเรียกว่าคุยงานเหรอพาย ตาฉันไม่ได้ฝาดนะน้องรัก" กรณ์หัวเราะร่วนอย่างรู้ทัน แววตาล้อเลียนฉายชัดเจน
ธันวาปรายตามองกรณ์นิ่งๆ ก่อนจะตัดสินใจใช้ไม้ตายที่มักใช้กดคนอื่นให้จนมุม "ถ้าคุณกรณ์เพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ผมว่าเชิญไปพักผ่อนที่ห้องรับแขกก่อนดีกว่าครับ พอดีผมกับพาย... 'ยังมีเรื่องส่วนตัว' ที่ต้องเคลียร์กันให้จบ"
คำว่า *'เรื่องส่วนตัว'* เน้นเสียงหนักแน่นและชัดถ้อยชัดคำ จนพายต้องหันขวับมามองสถาปนิกหนุ่มด้วยความตกใจ ธันวาส่งยิ้มมุมปากให้พาย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นโหมดที่พายไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
กรณ์หรี่ตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะยอมยกมือขึ้นยอมแพ้ "โอเคๆ ไม่กวนก็ได้... ตามสบายเลยนะพาย เดี๋ยวฉันไปรอด้านในตามประสาพี่ชายที่แสนดีก็แล้วกัน"
พูดจบ กรณ์ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้บรรยากาศในสนามหญ้ากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความเงียบครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยมวลอารมณ์บางอย่างที่ระอุและร้อนรุ่มยิ่งกว่าเดิม
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หันกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ขยับเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนแผ่นหลังบางเกือบจะติดกับผนังระเบียงบ้าน
"คุณ... ถอยไปเลยนะ" พายเอ่ยเสียงสั่น พยายามทำใจดีสู้เสือทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ธันวาไม่พูดเปล่า เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง วางทาบลงบนผนังด้านหลังของพาย กักขังร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ นัยน์ตาคมกริบก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและดุดันจนพายไม่กล้าสบตาตรงๆ
"เมื่อกี้เรียกเขาว่าพี่ชาย..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ชิดริมหูจนพายรู้สึกขนลุกซู่ "แล้วกับผมล่ะ... จะให้เรียกว่าอะไรดี หืม?"
พายหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที สมองที่เคยประมวลผลได้รวดเร็วตอนนี้กลับตื้อตันไปหมด แรงกดดันจากตัวตนที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็นของธันวาทำให้ลมหายใจติดขัด "คุณ... คุณธันวา พูดบ้าอะไรเนี่ย ถอยออกไปเลยนะ คนอื่นเขากำลังมองอยู่"
"มองใคร? ในนี้มีแค่เราสองคน" ธันวาจงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนกับแก้มใส พายต้องรีบเอามีดันอกแกร่งเอาไว้ แต่มันกลับยิ่งทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้นไปอีก
"คุณมัน... เอาแต่ใจที่สุด!" พายฮึดฮัดต่อว่าด้วยความเขินอาย แต่แทนที่จะถอยหนีเหมือนทุกครั้ง ครั้งนี้พายกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ธันวาคาดไม่ถึง
ร่างโปร่งสูดหายใจเข้าลึกเรียกความกล้า มือเรียวที่เคยดันอกแกร่งเปลี่ยนเป็นเลื่อนขึ้นมาคล้องคอของสถาปนิกหนุ่มไว้หลวมๆ แทน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาคมที่ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง
"อยากรู้เหรอคะ... ว่าควรจะเรียกคุณว่าอะไรดี" พายกระซิบเสียงหวาน น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิมทำให้ธันวาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบ
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของนักจัดสวนตัวแสบ พายจงใจแกล้งย้อนรอยความเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่ายคืนบ้าง มือที่คล้องคออยู่โน้มรั้งใบหน้าคมคายให้โน้มต่ำลงมาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียว
ธันวาหายใจติดขัด สมองที่เคยสั่งการได้อย่างเฉียบคมตอนนี้ขาวโพลนไปหมด เขาไม่เคยคิดเลยว่าเด็กดื้อคนนี้จะกล้า 'รุก' กลับเขาในสถานการณ์ที่ชวนใจเต้นแรงขนาดนี้
"ถ้าอยากรู้..." พายกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่ม ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนธันวาแทบคลั่ง "ก็ลองเดาดูสิคะ... คุณสถาปนิกคนเก่ง"
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของธันวาเต้นระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก และเขากำลังจะก้มลงไปทวงรางวัลจากความกล้าหาญนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"พาย! แย่แล้ว! ของที่สั่งไว้ล็อตสุดท้าย... เฮ้ย! กูมาขัดจังหวะอะไรพวกมึงหรือเปล่าเนี่ย!"
เสียงของรินที่โพล่งขึ้นพร้อมกับพรวดพราดเปิดประตูกระจกออกมาที่ระเบียง ทำเอาธันวาและพายผละออกจากกันแทบไม่ทัน
ธันวายืนตัวตรงด้วยใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนอยากจะเอาหัวโขกฝาผนัง ส่วนพายหน้าแดงแจ๋ รีบหันหลังขวับไปแกล้งมองต้นไม้ใบหญ้าเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของธันวาก็เหลือบไปเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของกรณ์ที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลังของริน... พร้อมกับสายตาท้าทายที่ส่งตรงมายังเขาอย่างมีความหมาย
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ!
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 21
ใครกันที่เริ่มก่อน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!