กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานสไตล์โมเดลลอฟท์แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ
"พาย... นี่มันหมายความว่ายังไง?" สถาปนิกหนุ่มหรี่ตามองนิ่ง น้ำเสียงเย็นยะเยือกขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... กฎสามข้อที่เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อกี้ กำลังจะพังไม่เป็นท่าตั้งแต่วันแรก!
ธันวากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบาก ขณะจ้องมองสมาร์ทโฟนในมือของนักจัดสวนตัวแสบ หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันหาคู่ยอดฮิต พร้อมรูปโปรไฟล์ของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจดวงโตมาให้ไม่ขาดสาย
"ก็หมายความว่า... ชีวิตส่วนตัวของฉันไงคะคุณธันวา" พายลอยหน้าลอยตาตอบพลางจิบชาคาโมมายล์อย่างสบายอารมณ์ รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายช่างน่าหมั่นไส้เสียจนธันวาอยากจะคว้ากระดาษไขแบบแปลนมาขยำขว้างใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด
"คุณลืมกฎข้อที่สองไปแล้วหรือไง ห้ามพาปัญหาส่วนตัวเข้ามาสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ทำงานของผม" ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย จนพายต้องเผลอขยับถอยหลังชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถาปนิกหนุ่มโชยเข้าแตะจมูก จนคนปากเก่งเริ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
"นี่มันไม่ใช่ปัญหาส่วนตัวสักหน่อยค่ะ มันคือโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางสังคมต่างหาก พี่กรณ์... เอ่อ ลูกค้าโปรเจกต์คาเฟ่คนล่าสุดของฉัน เขาชวนไปดินเนอร์ใต้แสงเทียนหลังเลิกงานต่างหากล่ะคะ น่าสนใจใช่ไหมล่ะ?" พายจงใจลากเสียงยาวเพื่อกวนประสาทคนตรงหน้า ทั้งที่ในใจแอบหวั่นไหวกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามนี้เหลือเกิน
ดวงตาคมกริบของธันวาไหววูบไปชั่วขณะ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอกจนเขาเองก็ไม่อยากจะยอมรับ มันไม่ใช่แค่ความหงุดหงิดตามประสาคนเจ้าระเบียบ แต่มันคือความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เมื่อนึกภาพว่าไอ้ผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้กำลังจะพาเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทคนนี้ไปนั่งดินเนอร์กระหนุงกระหนิงกันสองต่อสอง
"ดินเนอร์เหรอ? หึ... ว่าว่างนักนะ งานจัดสวนพื้นที่ส่วนกลางที่คุณรับปากไว้ คืบหน้าไปถึงไหนแล้วถึงมีเวลาไปนั่งกินข้าวกับคนอื่นเขา" ธันวาเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความรู้สึกพลุ่งพล่านในอก น้ำเสียงห้วนจัดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"เสร็จทันกำหนดแน่นอนค่ะ ไม่ต้องมาทวงงานแบบเนียนๆ เลย คุณธันวานั่นแหละค่ะที่เป็นฝ่ายไม่มีสมาธิเอง เอาแต่มองนู่นมองนี่ตลอดเวลา... หรือว่าหวงฉันคะ?" พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่ม
คำถามนั้นราวกับลูกศิษย์ยิงตรงเข้ากลางเป้า ธันวาชะงักไปสามวินาทีเต็ม ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกปรากฏรอยร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะแค่นسหัวเราะในลำคอเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ
"หวง? คุณเอาความมั่นใจมาจากไหนพาย คิดว่าตัวเองเป็นใคร ศูนย์กลางจักรวาลหรือไง" ธันวาเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่หัวใจกลับเต้นรัวราวกับมีคนมาตีกลองเพลอยู่ในอก สายตาคมกอดอกมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีเย่อหยิ่งเช่นเดิม แต่เหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมกลับทรยศความรู้สึกทั้งหมด
"ถ้าไม่ได้หวง... แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนกินพริกขี้สวนร้อยเม็ดแบบนั้นด้วยล่ะคะ?" พายเอียงคอถาม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นอาการจำนนด้วยหลักฐานของสถาปนิกปากแข็งคนนี้
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่ทว่าอุณหภูมิรอบตัวกลับร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนน่าประหลาด ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาที่มองมาในตอนนี้ไม่มีความเยືือกเย็นเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันและประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำ
"ผมไม่ได้หวง..." ธันวากระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม พลางไล่สายตามองสำรวจใบหน้าเนียนใสของคนตรงหน้าอย่างลืมตัว "แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับคนในความรับผิดชอบ... ในเมื่อคุณอยู่ในเซฟเฮาส์หลังนี้แล้ว ทุกฝีก้าวของคุณต้องอยู่ภายใต้สายตาของผมเท่านั้น เข้าใจไหมพาย"
คำว่า 'คนในความรับผิดชอบ' หลุดออกมาจากปากคนเจ้าระเบียบ ทำเอาพายถึงกับพูดไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความซ่าที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความวابวุธแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในช่องท้อง
"ฉันไม่ใช่... อื้อ!"
พายยังไม่ทันได้เถียงกลับริมฝีปากของตัวเองก็ถูกปิดกั้นด้วยสัมผัสอุ่นร้อนที่ทาบทับลงมาอย่างกะทันหัน ธันวาไม่ได้รุกล้ำเกินเลยไปมากกว่าการกดจูบเน้นย้ำลงบนกลีบปากนุ่มเพื่อเป็นการลงโทษคนอวดเก่ง แต่ความนุ่มนวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้นกลับทำเอาพายสมองขาวโพลน มือเรียวที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิร์ตของอีกฝ่ายไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็จลังลงสามครั้งอย่างหนักแน่น ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"พี่ธันวาคะ! เอกสารแบบแปลนโครงสร้างล็อตใหม่มาส่งแล้ว... อุ๊ย!"
รินที่ถือแฟ้มเอกสารกองโตเดินเข้ามาในห้องชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพตรงหน้า ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันทีด้วยความเขินอายแทน "ตายแล้ว! รินเข้ามาผิดจังหวะใช่ไหมเนี่ย... เชิญพวกพี่สวีทกันต่อตามสบายเลยนะคะ รินขอตัวไปตากผ้าก่อนค่ะ!"
ธันวากับพายผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต พายหน้าแดงแจ๋ลามไปถึงใบหู รีบยกมือขึ้นเช็ดปากตัวเองป้อยๆ พลางหลบสายตาไปทางอื่น ส่วนสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบถึงกับยืนนิ่งค้าง ปรับสีหน้าแทบไม่ทันกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ริน! หยุดเดี๋ยวนี้นะ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด!" พายตะโกนไล่หลังเพื่อนสนิทที่วิ่งหนีเตลิดออกจากห้องไปพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก
ธันวาแอบลอบถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังคงยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบฉายประกายความระusaระวังปนเอ็นดูขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด
"เรื่องเมื่อกี้..." ธันวาเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ พลางก้าวเข้าไปใกล้พายอีกครั้งด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "ถือว่าเป็นค่าปรับที่คุณผิดกฎข้อที่สอง... และจำไว้ว่า อย่าไปยอมให้ใครนอกจากผมพาไปไหนทั้งนั้น เข้าใจไหมพาย"
พายอ้าปากค้าง จะเถียงก็เถียงไม่ออกเพราะใบหน้าร้อนผ่าวเกินกว่าจะควบคุมได้ ธันวายกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะเป็นครั้งแรกของวัน ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้คนตัวยืนใจสั่นอยู่ตรงนั้นตามลำพัง
แต่ทว่า... ในวินาทีที่พายกำลังจะหันหลังเดินหนีความเขินอายนี้ เสียงแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อกาวน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกปริศนา พร้อมพิกัดสถานที่นัดหมาย... และรูปถ่ายล่าสุดของพายที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานนี้พอดี!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 15
เมื่อหัวหน้าเผลอใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!