เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 17

ความดันขึ้นระดับสิบ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าโครงสร้างเหล็กตรงนี้พังลงมาเพราะความมักง่ายของคุณ ฉันจะเอาเลื่อยยนต์มาตัดรองเท้าแบรนด์เนมทุกคู่ที่คุณสะสมไว้ทิ้งเสียให้หมด!" เสียงหวีดแหลมปนความโกรธเกรี้ยวของพายดังทะลุกำแพงปูนเปลือยเข้ามาในห้องควบคุมงานชั่วคราว ท่ามกลางฝุ่นละอองที่คลุ้งกระจายจนแทบมองไม่เห็นทางเดิน ธันวาซึ่งยืนกอดอกอยู่ข้างเสาเข็มหลักถึงกับขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม เขาไม่ได้ตกใจกับเสียงกรีดร้องของนักจัดสวนตัวแสบ แต่กำลังเดือดดาลกับข้อความในแท็บเล็ตหน้าจอแตกที่ผู้รับเหมาช่วงเพิ่งส่งรูปภาพความเสียหายของคานรับน้ำหนักโซนสวนดาดฟ้ามาให้ดูต่างหน้า เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ จากห้องเก็บอุปกรณ์ที่ควรจะล็อกกลายเป็นกับดักชั้นดีที่ขังพวกเขาสองคนไว้ด้วยกันเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่รินจะวิ่งหน้าตาตื่นมาปลดกลอนให้ พร้อมกับข่าวร้ายระดับวิกฤตที่ทำให้ความหวานชื่น (หรือจะเรียกว่าความปากแจ๋วใส่กัน) ระหว่างสถาปนิกจอมเนี้ยบกับนักจัดสวนอินดี้ต้องพับเก็บใส่กระเป๋าไปก่อน เมื่อหน้างานมูลค่าหลายสิบล้านกำลังจะพังครืนลงมาเพราะความสะשלẩuของช่างรับเหมาช่วงที่ลักไก่ลดสเปกวัสดุ "หยุดโวยวายแล้วใช้สมองคิดตามฉันหน่อย คุณพาย" ธันวาตวัดสายตาคมกริบมองร่างเพรียวที่กำลังยืนเท้าสะเอวหายใจฮืดฮัด เสื้อเชิ้ตสีขาวของเจ้าตัวเลอะคราบฝุ่นปูนจนดูมอมแมบ แต่แววตากลับลุกโชนไปด้วยไฟพะเนียง "ถ้าคุณเอาเวลามาแหกปากโวยวายไปเรื่อยเปื่อย มาช่วยฉันดูแบบแปลนโครงสร้างตรงนี้จะดีกว่าไหม ก่อนที่สวนลอยฟ้าที่คุณอุตส่าห์วาดฝันไว้มันจะตกลงมากลบหัวคนชั้นล่าง!" "นี่คุณ! คนที่เลือกผู้รับเหมาเกรดเอ (ที่แปลว่าเอียงกระเท่งกระแท่ง) คนนี้เข้ามาทำงานคือใครคะ?ไม่ใช่คุณสถาปนิกผู้แสนจะเพอร์เฟกต์คนนี้หรอกเหรอ!" พายก้าวเท้าเข้าประชิดตัวธันวาโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง "อย่ามาปัดความรับผิดชอบนะยะ ฉันเตือนคุณเรื่องการผูกเหล็กเสริมคานตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่คุณบอกว่ามันอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน... มาตรฐานบ้านคุณสิคะถึงได้แอ่นลงมาเป็นท้องช้างแบบนี้!" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองใบเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะความโมโห ยอมรับเลยว่าในยามที่อีกฝ่ายเกรี้ยวกราดและต่อปากต่อคำไม่ยอมคนแบบนี้ มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขารวนเรได้อย่างน่าประหลาด แต่สถานการณ์เฉพาะหน้าตอนนี้มันไม่มีเวลาให้มานั่งใจเต้นแรงกับความปากเก่งของยายตัวแสบตรงหน้า งานโครงสร้างกำลังวิกฤต และเขาต้องเป็นคนเคลียร์มัน "เลิกเถียงแล้วฟัง" ธันวาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนเรียวบางของพายอย่างถือวิสาสะ ลากให้ขยับเข้าไปยืนชิดกับโต๊ะวางแบบแปลนขนาดใหญ่ที่มีกระดาษพิมพ์เขียวเกลื่อนกลาด "ดูนี่... ผู้รับเหมาช่วงมันลักไก่ใช้เหล็กข้ออ้อยขนาดต่ำกว่าสเปกในจุดรับน้ำหนักหลัก เพื่อประหยัดต้นทุนส่วนต่าง แต่จุดที่มันซวยคือ คุณดันออกแบบกระถางต้นไม้ปูนเปลือยน้ำหนักมากไว้ตรงจุดนี้พอดี" พายชะงัก ก้มมองตามนิ้วเรียวยาวที่กำลังชี้จุดพิกัดบนพิมพ์เขียว ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจเมื่อสมองประมวลผลทัน "หมายความว่า... ถ้าน้ำฝนตกลงมาแล้วดินอุ้มน้ำหนักมากๆ เข้า ตรงนี้จะรับไม่ไหวแล้วทรุดตัวลงมาเหรอ?" "ไม่ใช่แค่ทรุด" ธันวาหันมาสบตา เธอด้วยแววตาดุดันจริงจัง "แต่มันจะพังครืนลงมาทับโซนกระจกใสชั้นล่าง ซึ่งเป็นล็อบบี้ต้อนรับที่มีคนเดินผ่านตลอดเวลา... เรามีเวลาเหลืออีกไม่ถึงสามชั่วโมงก่อนที่ฝนชุดใหญ่จะตกลงมาตามพยากรณ์อากาศ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วคราว รินที่ยืนหลบมุมอยู่เงียบๆ ค่อยๆ ถอยหลังออกไปอย่างรู้งาน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เสือสองตัวได้ร่วมมือกันจัดการปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเต็มที่ พายสูดหายใจเข้าลึก 3 วินาที เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวขึ้นมาทันที ความเป็นมืออาชีพในตัวไม่อนุญาตให้เธอปล่อยให้ผลงานที่ตั้งใจสร้างต้องพังทลายลงมาด้วยน้ำมือของพวกช่างมักง่าย และเธอก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่า ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ การทะเลาะกันต่อไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น "โอเค... ฉันยอมสงบศึกชั่วคราวกับคุณสถาปนิกปากจัดร้อยวันพันปีแป๊บหนึ่ง" พายเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "บอกมาค่ะ ว่าคุณต้องการให้ฉันถอนต้นไม้จุดไหนออกบ้างเพื่อลดน้ำหนักโครงสร้าง หรือจะให้รื้อกระถางทั้งหมดออกตอนนี้เลย?" ธันวาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่อนลงวูบหนึ่ง ความทิฐิและอีโก้ที่เคยมีหายวับไป เหลือเพียงความชื่นชมลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่สวยหรือปากเก่งไปวันๆ แต่มีความรับผิดชอบและสติปัญญาที่พร้อมจะลุยไปกับเขาในยามคับขัน "ไม่ต้องรื้อทั้งหมดหรอก เสียเวลาเปล่า..." ธันวาเอื้อมมือไปหยิบดินสอช่างไม้สีแดงขึ้นมาวงกลมจุดสำคัญบนกระดาษพิมพ์เขียวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวพายลอยมาแตะจมูกเขาในจังหวะที่ขยับตัวเข้าไปใกล้ จนเผลอใจสั่นไปชั่วขณะ "เราจะใช้แผนย้ายกระถางน้ำหนักมากไปไว้บนคานหลักที่รับแรงได้แทน ส่วนตรงจุดที่ทรุด... ฉันจะให้ทีมช่างชุดใหญ่ของบริษัทฉันเข้ามาดามเหล็กเสริมค้ำยันชั่วคราวด่วนที่สุด" "แล้วคุณจะสั่งไอ้ผู้รับเหมาเวรตะไลนั่นยังไงคะ? ฉันอยากจะเอาคืนมันให้สาสมจริงๆ" พายกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ "เรื่องนั้นไว้จัดการทีหลัง..." ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูขาวสะอาด จนพายรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ข้างแก้ม "ตอนนี้... ไปหยิบหมวกเซฟตี้มาใส่แล้วตามฉันออกไปลุยหน้างานด้วยกัน... ถ้าคุณไม่อยากให้สวนในฝันของคุณพังไม่เป็นท่า" ทั้งสองคนเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกมาจากห้องควบคุมด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความขัดแย้งก่อนหน้าถูกพับเก็บไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงความร่วมมืออย่างรู้ใจที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ธันวาสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองให้พายอย่างเบามือโดยไม่มีคำพูดใดๆ นอกจากการสบตาที่ส่งสัญญาณความเชื่อมั่นให้แก่กัน ทว่า... ในจังหวะที่พวกเขากำลังก้าวเท้าออกไปยังโซนดาดฟ้าเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยความตกใจของรินก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟเสียก่อน! "พี่ธัน! คุณพาย! แย่แล้วค่ะ... รีบมาดูนี่เร็วเข้า!" ธันวาขมวดคิ้วฉับ คว้าข้อมือพายให้ถอยหลังกลับมาก่อนจะก้าวพ้นขอบประตู เมื่อร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่เพิ่งก้าวขึ้นมาจากบันไดปรากฏตัวต่อหน้า... พร้อมกับเอกสารคำสั่งศาลคดีอายัติพื้นที่ก่อสร้างที่ถูกยื่นมาตรงหน้า โดยมีรอยยิ้มเยาะเย้ยของผู้รับเหมาช่วงยืนอยู่ด้านหลังสุด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอ่านและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%