“ถ้าไม่อยากให้ฉันถอดรองเท้าส้นสูงปาใส่หน้าคนตัดต่อคลิป รบกวนช่วยหุบปากแล้วถอยไปห่างๆ สามเมตรค่ะคุณสถาปนิก!”
เสียงใสติดจะเหวี่ยงของพายดังแหวกลมหนาวที่พัดกระโชกเข้าสู่ลานจอดหน้าบริษัท ธันวาดีไซน์ ท่ามกลางแสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนและไมโครโฟนที่ยื่นล้ำเส้นเข้ามาประชิดตัว ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิร์ตโอเวอร์ไซส์กับกางเกงสแลคเข้ารูปยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าธันวาอย่างปกป้อง แม้ตัวเขาจะสูงโปร่งกว่า แต่ในวินาทีที่วิกฤตถาโถมเข้าใส่ พายกลับเลือกที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกันชนให้ผู้ชายปากจัดที่ยืนขบกรามแน่นอยู่ด้านหลัง
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน ผู้ชายที่เคยเชื่อมั่นในความสมบูรณ์แบบและตรรกะทางวิศวกรรม กำลังมองแผ่นหลังบางของนักจัดสวนอิสระผู้มีไอเดียหลุดโลก... คนที่เขาเคยค่อนขอดว่าไร้ระเบียบและน่ารำคาญที่สุดในชีวิต
“ถอยไปพาย” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวรั้งให้ถอยหลัง แต่มีหรือที่คนอย่างพายจะยอมจำนน
“ถอยอะไรเล่า! ไม่เห็นเหรอคะว่าพวกเขากำลังเหยียบหัวบริษัทคุณอยู่!” พายหันขวับมาสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่เกรงกลัวกล้องโทรทัศน์ที่กำลังไลฟ์สดอยู่ทั่วประเทศ “ในเมื่อเขาเล่นสกปรก เราก็ไม่ต้องไปสุภาพด้วยหรอกค่ะ!”
“โอייה ดูคู่รักข้าวใหม่ปลามันเขาสิคะคุณริน ขนาดตึกจะถล่มใส่หัวยังยืนเถียงกันกุ๊กกิ๊กได้ น่าหมั่นไส้เป็นบ้าเลยค่ะคุณขา”
เสียงกระซิบกระซาบจากรินที่ยืนหลบมุมอยู่หลังกระถางต้นไม้ใหญ่ข้างเสาตึกดังลอดเข้ามาในโสตประสาท ผู้ช่วยตัวดีทำปากยื่นปากยาว สลับกับทำท่าทางเลียนแบบคู่เอกที่กำลังยืนปะทะคารมกันกลางดงนักข่าว จนคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อย่างพี่เลี้ยงประจำออฟฟิศถึงกับต้องตีแขนเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ไม่แพ้กัน
“นั่นสิคะคุณริน สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ สองคนนั้นยังจะมีเวลามาต่อปากต่อคำกันอีก... ดูสิคะ คุณธันวาทำหน้าเหมือนอยากจะกินหัวคน แต่สายตาที่มองคุณพายนี่มันหวานเชื่อมยิ่งกว่าน้ำตาลเคี่ยวอีกนะคะเนี่ย”
บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะตึงเครียดจากกระแสสังคมในโลกออนไลน์ กลับมีจังหวะโบ๊ะบ๊ะชวนหมั่นไส้แทรกเข้ามาอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อธันวาที่พยายามจะรักษามาดผู้บริหารผู้เย็นชาและเฉียบคม กลับต้องมามุมิกับคำพูดประชดประชันของพายที่ยืนเท้าสะเอวท้าทายนักข่าวสำนักใหญ่
“ผมไม่ได้ขอให้คุณมาปกป้อง” ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟันอีกครั้ง พร้อมกับขยับตัวก้าวขึ้นมาบังหน้าพายไว้ครึ่งหนึ่ง มือใหญ่ถือวิสาสะคว้าจับมือเรียวที่กำลังกำหมัดแน่นเข้ามากุมไว้หลวมๆ โดยไม่แคร์ว่าเลนส์กล้องนับสิบตัวจะซูมเข้ามาใกล้แค่ไหน “ยืนเงียบๆ อยู่ข้างหลังผม... หน้าที่ปกป้องบริษัทและปกป้องคุณ เป็นของผมครับ”
ประโยคนั้น... เรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนพายถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่พุ่งริ้วขึ้นมาบนสองข้างแก้มอย่างรวดเร็ว ปากที่เคยไวและเตรียมจะสวนกลับกลับถูกล็อกไว้ด้วยความจุกอกแปลกๆ
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้ใช้มุกไหนเนี่ย ทำไมมันถึงได้ใจร้ายต่อระบบหัวใจของเธอนัก!
“ใคร... ใครให้คุณมาจับมือฉันคะ ปล่อยเลยนะ คนมองกันหมดแล้ว” พายพยายามบิดข้อมือหนาออก แต่ธันวากลับกระชับมือแน่นขึ้นราวกับคีมเหล็ก รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างกวนประสาทและมีเสน่ห์เหลือร้ายในเวลาเดียวกัน
“อายเหรอครับ เมื่อกี้ยังกล้าประกาศกร้าวจะเอาส้นสูงปาหน้าคนอยู่เลยไม่ใช่หรือไง” ธันวาเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมหลายส่วน ความตึงเครียดจากข่าวปลอมเมื่อครู่ราวกับถูกปัดเป่าให้จางลงด้วยเคมีประหลาดที่คนรอบข้างต่างพากันเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
“ก็มันน่าโมโหนี่คะ! คลิปตัดิตต่อทุเรศแบบนั้น ใครดูก็รู้ว่าตัดต่อช่วงรอยต่อโครงสร้างตึกเฟสสาม เพื่อดิสเครดิตโปรเจกต์ใหม่ที่คุณทุ่มเทแรงกายแรงใจมาเป็นปี ฉันแค้นแทนต่างหากเล่า!” พายเผลอเสียงดังใส่ ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อรู้ตัวว่าเผลอแสดงความห่วงใยออกไปมากเกินงาม
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีแดงจัดอย่างนึกเอ็นดู ลึกเข้าไปในอกข้างซ้าย ความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มขยายตัวและกัดกินพื้นที่ความเยือกเย็นจนไม่เหลือเค้าเดิม เส้นแบ่งระหว่าง “สถาปนิกจอมเนี้ยบ” กับ “นักจัดสวนนอกกรอบ” เริ่มเลือนรางลงทีละน้อย ท่ามกลางเสียงฮือฮาของนักข่าวรอบตัว
“เป็นห่วงผมเหรอครับ?” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามชิดริมใบหู พร้อมกับโน้มตัวลงมาบังแดดให้คนที่ตัวเล็กกว่าโดยสัญชาตญาณ
“ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองสิคะ!” พายรีบปฏิเสธเสียงสูงกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรำคาญใจ แต่จังหวะนั้นเอง...
“ว๊าย! คุณธันวาคะ ระวังค่ะ!”
เสียงกรีดร้องของรินจากด้านหลังดังลั่น พร้อมกับวัตถุบางอย่างพุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งเข้ามาหาพวกเขาทั้งคู่ด้วยความเร็วสูง ธันวาไม่รอช้า ร่างสูงโปร่งดึงรั้งเอวบางของพายเข้าหาตัวแล้วหมุนตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่า... เสียงกรอบแกรบและของเหลวสีแดงฉานที่สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนเสื้อเชิร์ตสีขาวสะอาดของสถาปนิกหนุ่ม กลับทำให้ทุกคนนิ่งงั้นไปชั่วขณะ
มะเขือเทศเน่า... ก้อนใหญ่ ถูกปามาจากฝูงชนด้านหลังสุด!
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ธันวาก้มมองรอยเปื้อนสีแดงฉานบนอกเสื้อของตัวเอง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง รังสีความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายที่รักความสะอาดและเกลียดความไม่สมบูรณ์แบบที่สุดในสามโลก
พายเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงแรงสั่นเล็กน้อยจากร่างกายของคนที่โอบกอดเธอไว้ เธอดันตัวออกมาเล็กน้อย กวาดสายตาคมกริบมองฝูงชนที่เริ่มเงียบเสียงลง ก่อนจะหยิบไมโครโฟนไร้สายของสำนักข่าวหนึ่งที่ยื่นจ่ออยู่ใกล้ที่สุดมาถือไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว
“ใครปาคะ?” เสียงหวานใสกังวานก้องไปทั่วลานจอดรถด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัว “ถ้าแน่จริง... ก้าวออกมาข้างหน้าค่ะ อย่าดีแต่ซ่อนตัวอยู่หลังกล้องแล้วทำตัวเป็น E-Verify ปลอมๆ แบบนี้!”
ธันวาหันมามองคนข้างกาย ดวงตาคู่คมฉายแววประหลาดใจระคนขบขัน ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากห้ามอะไร ร่างของใครบางคนที่ก้าวทะลุฝูงชนออกมาด้านหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะ ก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึกทันที
“ฉันเองค่ะ... พี่ธันวา จำคู่หมั้นเก่าคนนี้ไม่ได้แล้วเหรอคะ?”
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปกับความโบ๊ะบ๊ะและหัวใจที่เริ่มสั่นไหวของสถาปนิกจอมเนี้ยบกับยัยตัวแสบคนนี้นะคะ
เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ•ตอนที่ 8
เส้นแบ่งที่เริ่มจาง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของนายสถาปนิกจอมเนี้ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!