ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 3

ทางรอดจากนรก

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
"ถ้าคุณยังก้าวขาไม่ออก อีกห้าวินาทีต่อมา ร่างของคุณจะกลายเป็นเพียงเศษเนื้อที่รอวันเน่าเปื่อยบนพื้นหินอาถรรพ์นี่นะครับ" เสียงราบเรียบแต่ทว่าเฉียบขาดของผมดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวภายในดันเจี้ยนระดับ S ที่ไร้ทางออก เบื้องหน้าของผมคือรอยแยกของมิติที่กำลังสั่นไหวราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย เลือดสดๆ หยดลงจากปลายดาบสั้นที่สั่นเครือในมือของฮันเตอร์แรงค์ A ที่ครั้งหนึ่งเคยเย่อหยิ่งทระนงตนว่าเป็นยอดฝีมือ แต่ในเวลานี้ เขากลับเหลือเพียงแววตาที่แตกสลาย ผมไม่ได้หันไปมองเขา แววตาของผมจดจ้องอยู่เพียงจุดกึ่งกลางของห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่ามอนสเตอร์ที่ถูกกำจัดอย่างเป็นระบบ รอบกายผมไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน มีเพียงคราบฝุ่นและกลิ่นอายของพลังเวทที่คละคลุ้งจนน่าเวียนหัว "เซย์โร่... นายทำมันได้ยังไง?" ชายคนนั้นเค้นเสียงถาม ร่างกายเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "นี่มันดันเจี้ยนระดับ S นะ... เราควรจะตายกันหมดตั้งแต่ชั้นแรกแล้วไม่ใช่หรือไง?" ผมหมุนดาบในมือหนึ่งรอบก่อนจะเก็บมันเข้าฝักด้วยท่วงท่าที่นิ่งสงบ "ความตายไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่มันคือเรื่องของตัวแปรที่คุณไม่ได้คำนวณไว้ต่างหากครับ ถ้าคุณมัวแต่ตื่นกลัวกับขนาดของศัตรู แทนที่จะมองหาจุดบอดของระบบนิเวศในดันเจี้ยนนี้ คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่เดินเข้าหาปากหลุมศพด้วยตัวเอง" ผมก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้ความรู้สึก เป้าหมายคือประตูมิติที่กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้า ภายในหัวของผม ระบบแสดงผลข้อมูลยังคงรันสถานะอย่างต่อเนื่อง... *[ภารกิจลับ: ปิดผนึกบอสระดับ S โดยไร้รอยขีดข่วน - สำเร็จ / ได้รับแต้มสถานะลับ: 'สายตาแห่งผู้ปกครอง']* การเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ S ด้วยตัวคนเดียวไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากคุณรู้จักวิธี 'แทรกแซง' โค้ดของระบบที่รันโลกใบนี้อยู่ ผมไม่ใช่ฮันเตอร์ที่มีพลังมหาศาล แต่ผมคือคนที่เข้าใจกลไกของมันดีที่สุด เมื่อผมก้าวผ่านพ้นม่านพลังของดันเจี้ยน แสงสว่างจ้าจากโลกภายนอกก็ปะทะเข้ากับใบหน้า ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นดินของโลกความเป็นจริง เสียงอื้ออึงของฝูงชนและเสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายภาพนับร้อยก็ดังระงมขึ้นราวกับคลื่นยักษ์ "นั่นใคร! ดูนั่น! มีคนรอดออกมาจากดันเจี้ยนระดับ S ที่ถูกประกาศว่าล่มสลายไปแล้ว!" "เขาเป็นใคร? ไม่ใช่สมาชิกในทีมสำรวจที่เข้าไปก่อนหน้านี้แน่ๆ!" ผมหรี่ตาลงปรับสายตาเข้ากับแสงที่เปลี่ยนไป ลูน่ายืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก เธออยู่ในชุดสูททำงานสีเข้ม ใบหน้าเรียบเฉยแต่ดวงตาของเธอกำลังสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนักวิเคราะห์ระดับมืออาชีพ เธอไม่ได้วิ่งเข้ามาหาผม แต่เธอกำลังจดบันทึกบางอย่างลงในแท็บเล็ตและส่งสัญญาณมือให้ทีมจัดการสื่อถอยออกไป ผมเดินตรงเข้าไปหาเธอโดยไม่สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเหล่ากิลด์มาสเตอร์ที่ยืนรออยู่หน้าแนวป้องกัน "เรียบร้อยดีไหมครับ?" ผมถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ลูน่าขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบตอบเบาๆ "คุณทำเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เซย์โร่ ข้อมูลที่ได้มาครั้งนี้จะเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจของกิลด์ระดับท็อปไปตลอดกาล แต่ว่า... มีคนจับตามองคุณอยู่" "ใครครับ?" "ประธานกิลด์ 'มังกรนิรันดร์' เขากำลังเดินมาทางนี้ พร้อมกับหลักฐานบางอย่างที่เขามั่นใจว่ามันคือ... จุดจบของตัวตนปลอมๆ ของคุณ" ผมหยุดเดิน รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ผมไม่ได้กังวล แต่กลับรู้สึกถึงความสนุกที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น การที่คนระดับนั้นลงมาดูด้วยตัวเองหมายความว่าหมากที่ผมเดินไปเมื่อครู่มันเริ่มสร้างแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงเกินกว่าที่พวกเขาจะเพิกเฉยได้ ผมหันไปเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนที่ดูน่าเกรงขาม เขาสวมชุดเกราะเสริมพลังดูหรูหราผิดกับฮันเตอร์ทั่วไป รอบตัวเขาแผ่รังสีแห่งความกดดันที่ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องล่าถอย แต่สำหรับผม มันเป็นเพียงแค่แรงดันอากาศที่น่ารำคาญ "ยินดีที่ได้พบกันครับ ท่านประธาน" ผมกล่าวทักทายพร้อมก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาทของผู้น้อยต่อผู้ใหญ่ แต่สายตาของผมกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "แกเป็นใคร... และแกเอาชีวิตรอดมาจากนรกนั่นได้ยังไง ทั้งที่ไม่มีฮันเตอร์คนไหนในทีมของแกเดินออกมาได้เลยสักคน?" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นภาพถ่ายของผมในดันเจี้ยนที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ในภาพนั้น... มันมี 'บางอย่าง' ที่ไม่ควรจะปรากฏอยู่ข้างกายผม นั่นคือภาพเงาสีดำทมิฬที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มันกลับมีดวงตาสีแดงฉานหกคู่ที่กำลังจ้องมองมายังกล้องของกิลด์ที่แอบบันทึกภาพไว้จากระยะไกล ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่นั้นอย่างฉับพลัน ผมมองภาพถ่ายใบนั้นแล้วนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ "ท่านประธานครับ... ท่านคิดจริงๆ หรือครับว่านั่นคือเพื่อนร่วมทีมของผม?" ผมขยับเข้าไปใกล้เขาจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย "นั่นไม่ใช่พันธมิตรหรอกครับ... แต่มันคือสิ่งที่รอต้อนรับคนที่โง่เขลาพอจะบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของผมต่างหาก" ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือพื้นที่กิลด์ก็เปลี่ยนเป็นสีครามมืดมิดอย่างไร้สาเหตุ พลังงานมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของผมโดยที่ผมไม่ได้เอ่ยคำร่ายเวทใดๆ เสียงกระซิบดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณราวกับมีคนนับหมื่นกำลังสวดอ้อนวอนต่อหน้าเทพเจ้าแห่งความตาย ประธานกิลด์เบิกตากว้าง มือที่ถือรูปถ่ายร่วงหล่นลงพื้น ก่อนที่เสียงประกาศเตือนภัยระดับประเทศจะดังระงมขึ้นจากโทรศัพท์ของทุกคนในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร ขอให้ทุกท่านดื่มด่ำไปกับปฐมบทแห่งอำนาจที่แท้จริงในตอนต่อไปนะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%