ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด•ตอนที่ 8

ดันเจี้ยนที่ถูกลืม

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
"หากนายยังไม่หยุดเขย่าขา ลูน่า ผมคงต้องพิจารณาเปลี่ยนคนช่วยถือแผนที่ใหม่นะครับ" เสียงราบเรียบของผมดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่หนาหนักจนแทบสัมผัสได้ถึงแรงกดดัน บรรยากาศภายในดันเจี้ยนระดับ S ที่ถูกลบชื่อออกจากสารบบของสมาคมฮันเตอร์ไปนานกว่าทศวรรษไม่ได้มีความเงียบสงบอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงขู่ฟ่อของกระแสมานาที่บิดเบี้ยวและกลิ่นสาบของซากอารยธรรมที่เน่าเฟะ ลูน่าชะงักมือที่กำลังสั่นน้อยๆ ของเธอ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามสไตล์นักวิเคราะห์มืออาชีพ เธอดันแว่นตาที่เริ่มมีหยดเหงื่อเกาะขึ้นเล็กน้อย "ขอโทษทีค่ะ... เอ่อ ขอโทษทีครับเซย์โร่ ฉันแค่ไม่คิดว่ารอยแยกมิติที่นี่จะเสถียรน้อยกว่าที่รายงานบอกไว้ถึงสามเท่า ถ้าเราก้าวพลาดเพียงนิ้วเดียว พลังงานมิติจะฉีกกระชากเราเป็นชิ้นๆ โดยไม่ต้องรอให้มอนสเตอร์ตัวไหนมาจัดการเลย" "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่เคยเชื่อรายงานของกิลด์ใหญ่" ผมกระชับดาบสั้นในมือแน่นขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปยังทางเดินหินอ่อนที่ทอดตัวยาวลึกลงไปสู่ความมืดเบื้องหน้า "พวกเขาบันทึกว่าที่นี่เป็น 'ดันเจี้ยนที่ถูกลืม' เพราะพวกเขาไม่สามารถพิชิตมันได้โดยไม่ต้องเสียสละฮันเตอร์แรงค์ A ไปครึ่งกองร้อยต่างหากล่ะครับ" เราก้าวเดินต่อโดยไร้เสียง ลูน่าใช้แท็บเล็ตโฮโลแกรมสแกนคลื่นความถี่พลังงานรอบข้างอย่างระมัดระวัง ทุกก้าวที่เดินผ่านโถงทางเดิน เราพบซากอาวุธระดับตำนานที่ขึ้นสนิมกรังและกระดูกมนุษย์ที่เรียงรายราวกับเป็นเครื่องเตือนใจผู้บุกรุกหน้าใหม่ "เซย์โร่... ระวังครับ" ลูน่ากระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าลง "สแกนเนอร์ตรวจจับ 'บางอย่าง' ได้ที่เพดานด้านบน มันใหญ่กว่าที่เราประเมินไว้มาก และที่สำคัญ... ค่ามานาของมันไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลของโลกนี้เลย" ผมหยุดเดินทันที ไม่ใช่ด้วยความตื่นตระหนก แต่เป็นสัญชาตญาณที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ผมเงยหน้าขึ้นมองความว่างเปล่าเบื้องบน ก่อนจะคลี่รอยยิ้มเย็นเยียบออกมา "ถึงเวลาเล่นเกมที่แท้จริงแล้วสินะครับ" วินาทีนั้น ความมืดด้านบนเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาสีโลหิตนับสิบคู่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนผนังเพดานที่ไร้รอยต่อ กลิ่นอายสังหารพุ่งเข้าปะทะราวกับกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น มันไม่ใช่สัตว์ประหลาดทั่วไป แต่เป็น 'ผู้เฝ้าประตูนรก' ที่ถูกผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณ "ลูน่า สนับสนุนผมด้วยการปิดกั้นคลื่นสัญญาณเสียงของพวกมัน อย่าให้มันเรียกสมุนตัวอื่นมาเพิ่มได้" "รับทราบครับ!" ลูน่ากดแป้นพิมพ์รัวเร็ว รอยแยกของมิติถูกสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันรอบตัวเรา ขณะที่ผมพุ่งทะยานออกไปเหมือนเงาที่ตัดผ่านความมืด ดาบสั้นในมืออาบไปด้วยออร่าสีดำสนิท—ทักษะที่ผมพัฒนาขึ้นจากการวิเคราะห์จุดบอดของมอนสเตอร์ระดับบอสโดยเฉพาะ การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ผมไม่ได้ใช้เพียงกำลังเข้าห้ำหั่น แต่ใช้การเคลื่อนไหวที่คำนวณไว้ล่วงหน้าทุกองศา ผมหลบกรงเล็บที่สามารถตัดเหล็กกล้าได้ราวกับกระดาษ ก่อนจะพุ่งเข้าหาจุดตายเพียงจุดเดียวที่คอของมัน "จุดอ่อนคือข้อต่อใต้กรามครับ เซย์โร่! ขยับไปทางซ้ายสามองศา!" ลูน่าตะโกนบอกในจังหวะที่ผมกำลังเหวี่ยงตัวขึ้นไปบนอากาศ ผมฟาดฟันดาบลงไปอย่างแม่นยำ เลือดสีน้ำเงินเข้มสาดกระเซ็นย้อมใบหน้าของผม แต่ทว่า... เมื่อคมดาบเฉือนผ่านเนื้อหนังนั้น กลับไม่มีเสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์ดังออกมา มีเพียงเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด มอนสเตอร์ตัวนั้นค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างลงจนกลายเป็นร่างของชายคนหนึ่งที่ผมรู้จักดี... ชายผู้ที่เคยเป็น 'เพื่อน' และ 'หัวหน้าทีม' คนแรกในชีวิตที่เคยหักหลังผมจนเกือบตายในดันเจี้ยนเมื่อสามปีก่อน ร่างนั้นแสยะยิ้ม มองมาที่ผมด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า "ไม่เจอกันนานเลยนะ เซย์โร่... นายคิดจริงๆ หรือว่าการหนีจากความตายในวันนั้น จะทำให้นายลืมความจริงที่ว่านายมันก็แค่เครื่องมือที่ไร้ค่าในกิลด์นี้?" ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก้อนเนื้อในอกกระตุกวูบ แต่มือของผมกลับนิ่งสนิทกว่าครั้งไหนๆ ผมก้าวไปข้างหน้า ประชิดตัวมันจนลมหายใจปะทะกัน "คุณไม่ได้กลับมาเพราะความแค้นหรอกครับ" ผมกระซิบข้างหูมันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยรังสีอำมหิต "คุณกลับมาเพื่อบอกผมว่า... ใครคือผู้อยู่เบื้องหลังการทรยศในวันนั้นกันแน่" ชายคนนั้นตัวแข็งทื่อ รอยยิ้มบิดเบี้ยวบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างสุดขีด ก่อนที่มือของมันจะคว้าคอเสื้อผมไว้แน่น แล้วกระซิบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "พวกเขาไม่ได้อยู่ในกิลด์... พวกเขาอยู่ในจุดที่สูงที่สุดของสมาคม... และตอนนี้พวกเขากำลังดูเราอยู่ผ่านดวงตาของฉัน!" จู่ๆ ร่างของมันก็ระเบิดออกเป็นละอองแสงสีดำ และในวินาทีที่แสงจางหายไป ผมก็เห็นร่างของบุคคลที่สามที่ยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดในมุมอับของดันเจี้ยน บุคคลที่ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้... บุคคลนั้นค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่สมาคมเชิดชูให้เป็น 'ฮีโร่ผู้กอบกู้โลก' พร้อมกับรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเมตตาอยู่เลยแม้แต่น้อย "ยินดีที่ได้พบกันเสียที... คุณเซย์โร่" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้ แล้วพบกันในบทถัดไปครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไร้พ่ายในเงามืด: ปฏิวัติระบบฮันเตอร์สู่จุดสูงสุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%