"ถ้าคุณขยับเท้าขวาอีกเพียงหนึ่งเซนติเมตร เศษซากโครงสร้างเหล็กกล้าคาร์บอนสูงชิ้นนั้น จะทำหน้าที่ผ่าร่างของคุณออกเป็นสองซีกอย่างแม่นยำยิ่งกว่ามีดผ่าตัดของศัลยแพทย์สติเฟื่องเสียอีกนะครับ คารัน"
เสียงกระซิบที่ราบเรียบเย็นชาแต่แฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความห่วงใยอันคุ้นเคยดังขึ้นจากช่องสื่อสารขนาดจิ๋วที่แนบอยู่ข้างใบหูของผม เซรีน่าไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอทำเพียงยืนพิงกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ผุกร่อนของซากอาคารโบราณในเขตมหานครร้างแห่งนี้ ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะสะท้อนแสงสีแดงวาบของเซนเซอร์ตรวจจับที่กำลังกวาดผ่านไปมาท่ามกลางความมืดมิด
ผม—คารัน—หยุดชะงักปลายรองเท้าที่กำลังจะก้าวออกไปอย่างเฉียบพลัน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมและไหลยếnลงมาตามกรอบหน้า กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและฝุ่นผงคอนกรีตคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทุกย่างก้าวในเวลานี้ไม่ใช่แค่การเดินทางผ่านซากปรักหักพังธรรมดา หากแต่มันคือการเดินอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นและความตายที่ถูกขึงตึงเอาไว้ด้วยเทคโนโลยีการสังหารอันไร้ความปรานีของกองทัพจักรกลอัตโนมัติ
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณโทนต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในห้วงความคิดของผม มันไม่ใช่เสียงจากโลกภายนอก แต่เป็นเสียงก้องกังวานจากระบบปริศนาที่เพิ่งผูกพันเข้ากับจิตวิญญาณของผมเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
[ ตรวจพบวัตถุอันตรายเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง: โดรนลาดตระเวนรบอัตโนมัติ รุ่น 'Vulture-X' จำนวน 3 หน่วย ]
[ ระยะห่างจากเป้าหมาย: 45 เมตร และกำลังลดลงในอัตรา 3.2 เมตรต่อวินาที ]
[ กำลังประเมินความน่าจะเป็นในการรอดชีวิตภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน... ]
[ ความน่าจะเป็นในการเผชิญหน้าและเอาชนะด้วยกำลังกายภาพ: 3.4% ]
[ ความน่าจะเป็นในการหลบหนีผ่านเส้นทางท่อระบายอากาศด้านซ้าย: 89.7% ]
ตัวเลขสีฟ้าเรืองรองปรากฏขึ้นในลานสายตาของผมราวกับหน้าต่างโฮโลแกรม มันเคลื่อนไหวและปรับเปลี่ยนค่าตามสภาพแวดล้อมรอบตัวแบบเรียลไทม์ นี่คือพลังแห่งระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์ที่เซรีน่าเคยเกริ่นถึง—เครื่องมือคำนวณความน่าจะเป็นที่จะพลิกชะตากรรมของจักรวาล หรืออย่างน้อยที่สุดในตอนนี้ มันกำลังจะช่วยชีวิตผมจากการถูกระריด้วยกระสุนเจาะเกราะของเจ้าพวกเหล็กไหลกระหายเลือดกลุ่มนั้น
"เซรีน่า... ระบบบอกว่าทางท่อระบายอากาศด้านซ้ายมีโอกาสรอดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาคือทางเข้าถูกปิดตายด้วยเศษคานคอนกรีตน้ำหนักไม่ต่ำกว่าสามตันนะครับ" ผมส่งกระแสเสียงกระซิบผ่านระบบสื่อสารระยะสั้นกลับไป พร้อมกับเหลือบมองเศษซากปรักหักพังที่กองสุมกันจนทึบตัน
เซรีน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวของเธอเคาะลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมขนาดพกพาที่ข้อมืออย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงคลิกเบาๆ
"ผมเผ้าของคุณเริ่มยุ่งเหยิงแล้วนะคารัน และผมคิดว่าเราไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์โครงสร้างทางวิศวกรรมแบบใจเย็นนักหรอกครับ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยิ้มจางๆ แม้ว่าสถานการณ์เบื้องหน้าจะตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ "แต่ถ้าคุณจำหลักการกระจายแรงอัดของสถาปัตยกรรมบาโรกยุคศตวรรษที่ยี่สิบสองที่ผมเคยสอนไปเมื่อวานนี้ได้... คุณจะรู้ว่าจุดรับน้ำหนักของคานชิ้นนั้นไม่ได้อยู่ที่ตรงกลาง แต่มมันอยู่ที่รอยต่อด้านขวาสุด ซึ่งถูกกัดกร่อนด้วยกรดสนิมไปมากกว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว"
สมองของผมทำงานอย่างรวดเร็วดั่งกลไกนาฬิกาจักรกลชั้นยอด ข้อมูลทางสถาปัตยกรรมและฟิสิกส์เชิงคำนวณที่ถูกป้อนเข้าสู่ความทรงจำไหลทะลักเข้ามาประกอบกันอย่างลงตัว ภาพโครงสร้างทางเรขาคณิตของคานคอนกรีตปรากฏขึ้นในมโนสำนึก รอยต่อที่เซรีน่าพูดถึง... ใช่แล้ว! ตรงนั้นคือจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง
*วิ้ววว—!*
เสียงใบพัดความถี่สูงก้องกังวานขึ้นเหนือศีรษะ ลมกระโชกแรงพัดเอาฝุ่นผงตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ แสงไฟสีแดงฉานจากโดรนลาดตระเวน 'Vulture-X' สาดส่องกราดไปทั่วซากตึก มันอยู่ห่างออกไปเพียงแค่กำแพงกั้นบางๆ เท่านั้น หากเราช้าไปอีกเสี้ยววินาทีเดียว รังสีความร้อนจากปืนกลพลาสม่าของมันคงจะแผดเผาร่างของเราจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า
[ เตือนภัย! ตรวจพบการสแกนความร้อนทะลุผ่านสิ่งกีดขวาง ]
[ ความน่าจะเป็นในการถูกตรวจพบเพิ่มขึ้นเป็น: 78.5% ]
[ ระยะเวลาเหลือก่อนเปิดฉากโจมตี: 4.2 วินาที... 4.1 วินาที... ]
ตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานเต้นระรัวในครรลองสายตา ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลังจนขนลุกชัน แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจของผมกลับเต้นเป็นจังหวะที่นิ่งสนิทอย่างไร้ความหวาดกลัว ความรอบคอบและไหวพริบถูกดึงออกมาใช้จนถึงขีดสุด
ผมก้าวเท้าออกไปตามทิศทางที่คำนวณไว้ ส้นเท้าขวาลงน้ำหนักอย่างแม่นยำบนจุดรับแรงที่ไม่เสถียร พร้อมกับใช้ด้ามประแจเหล็กแรงดันสูงในมือกระแทกกระทั้นลงไปที่รอยต่อของคานคอนกรีตตามที่เซรีน่าแนะนำอย่างเต็มแรง
*เปรี้ยะ! โครมมม—!*
เสียงลั่นของปูนที่แตกหักดังสนั่นหวั่นไหว คานคอนกรีตขนาดมหึมาพังทลายลงมาเปิดช่องว่างขนาดพอดีตัวให้เรามุดผ่านเข้าไปได้อย่างฉิวเฉียด ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเอง ลำแสงพลาสม่าสีฟ้าสว่างวาบก็พุ่งทะลุกำแพงปูนด้านหลังที่ผมเพิ่งยืนอยู่เมื่อครู่จนหลอมละลายกลายเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่ ไอความร้อนระอุแผ่ซับเข้ามาจนผิวหนังรู้สึกแสบร้อน
ผมกลิ้งตัวหลบเข้าไปในความมืดของท่อระบายอากาศร่วมกับเซรีน่าอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามก้องด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของโดรนภายนอกดังอื้ออึงอยู่เหนือศีรษะ แต่พวกมันไม่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเราได้อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากโครงสร้างโลหะหนาของท่อระบายอากาศได้ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและคลื่นสแกนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เราสองคนนอนราบไปกับพื้นผิวโลหะที่เย็นเยียบ หอบหายใจถี่กระชั้นเพื่อเรียกปริมาณออกซิเจนกลับคืนสู่ปอด เซรีน่าขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อย แววตาของเธอภายใต้ความมืดมีความระคนระหว่างความโล่งอกและความชื่นชมฉายชัดอยู่ภายใน
"คุณทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ คารัน... การคำนวณความน่าจะเป็นผสานกับความรู้เรื่องโครงสร้างสถาปัตยกรรม ทำให้เราอดรอดมาได้อย่างงดงาม" เธอกระซิบเบาๆ พรางส่งยิ้มบางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่งมาให้
ผมระบายยิ้มจางๆ ออกมาเช่นกัน ก่อนจะพยักหน้ารับคำชมนั้น ทว่าก่อนที่ความเงียบสงบจะทันได้เข้าปกคลุมพื้นที่ภายในท่อระบายอากาศ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปชั่วขณะก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยโทนเสียงที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง—เสียงที่เยือกเย็น กังวาน และเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับสูง
[ ตryสอบพบเงื่อนไขลับ: การเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของโดรนลาดตระเวนระดับสูงด้วยการใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมเชิงสถาปัตยกรรมสำเร็จ ]
[ ระบบกำลังปลดล็อกฟังก์ชันเสริมพิเศษ... ]
[ แจ้งเตือนจากโฮสท์หลัก: ตรวจพบสัญญาณชีพแปลกปลอมระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันในรัศมี 500 เมตร... และมันกำลังมุ่งหน้ามาที่เราโดยตรงครับ! ]
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันลี้ลับนี้ไปด้วยกันนะครับ
ระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์ กับสถาปัตยกรรมกู้จักรวาล•ตอนที่ 2
ตัวแปรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์ กับสถาปัตยกรรมกู้จักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
