เศษซากโลหะผสมไทเทเนียมสีเทาเข้มระเบิดกระจายออกเป็นวงกว้าง แรงอัดอากาศจากการปะทะซัดเอาฝุ่นผงคอนกรีตคละคลุ้งไปทั่วโครงสร้างซากสถาปัตยกรรมยุคโบราณ คารันกลิ้งตัวหลบกระสุนพลาสมาความร้อนสูงที่เฉียดผ่านไหล่เสื้อไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นฉุนของโอโซนและดินปืนคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูกจนแสบเร้าร้อน
[ เตือนภัย: ค่าความคงทนของเกราะพลังงานลดลงเหลือ 14% ]
[ อัตราการเต้นของหัวใจโฮสท์: 135 ครั้งต่อนาที คำแนะนำเชิงกลยุทธ์: ถอยร่นไปยังจุดอับสายตาพิกัด 12-นาฬิกา ภายใน 3.2 วินาที ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบราบเรียบเย็นชาดังขึ้นในโสตประสาท แต่มันกลับเป็นเครื่องมือนำทางเดียวที่ช่วยให้เขายังคงหายใจอยู่ท่ามกลางดงกระสุนของโดรนลาดตระเวนรุ่น 'ธันเดอร์การ์ด' สองลำที่กำลังบินวนอยู่เหนือซากปรักหักพัง โดรนจักรกลสังหารเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ไร้ซึ่งความปรานี มันขับเคลื่อนด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง และเป้าหมายเดียวของพวกมันคือการกวาดล้างสิ่งแปลกปลอมทุกชนิดที่หลงเหลืออยู่ในเขตหวงห้ามแห่งนี้
คารันกัดฟันแน่น มือขวาจับด้ามประแจพลังงานแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว เขารู้ดีว่าหากวิ่งหนีออกไปในที่โล่งตอนนี้ โอกาสรอดชีวิตมีค่าเข้าใกล้ศูนย์อย่างไม่ต้องสงสัย โครงสร้างสถาปัตยกรรมรอบตัวเขาในยามนี้คือความหวังเดียว ศิลปะการออกแบบอาคารแบบบรูทัลลิสต์ (Brutalist architecture) ที่เน้นความดิบกระด้างของคอนกรีตหนาเตอะ กลายเป็นโล่กำบังชั้นดีที่ช่วยลดทอนแรงปะทะของกระสุนพลังงานลงได้ครึ่งหนึ่ง
"ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้ถูกโปรแกรมมาให้อึดเกินไปแล้วนะครับ..." คารันพึมพำกับตัวเองเบื้องหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเมตรครึ่ง ขณะที่สายตาก็กวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหนีทีไล่
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงคำรามต่ำของเครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงระดับสูงก็แหวกม่านอากาศเข้ามา ประหนึ่งเสียงคำรามของสัตว์นักล่าแห่งห้วงอวกาศ แสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นเหนือซากปรักหักพัง บดบังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนหมดสิ้น แรงดันอากาศมหาศาลกดทับลงมาจนฝุ่นผงบนพื้นดินนิ่งสงบลงทันตาเห็น
โดรนลาดตระเวนทั้งสองลำที่กำลังไล่ล่าคารันชะงักกึกในอากาศราวกับถูกแช่แข็ง ระบบเซนเซอร์ของพวกវាกะพริบถี่รัว ส่งสัญญาณเตือนภัยอันตรายระดับวิกฤต ก่อนที่ลำแสงสีแดงเข้มจะถูกยิงสวนขึ้นไปบนฟ้าเพื่อตอบโต้ผู้มาใหม่
วู้มมมม—!
คลื่นกระแทกทางแม่เหล็กไฟฟ้าพุ่งทะยานลงมาจากเบื้องบนอย่างไร้ความปราณี ร่างของโดรนลาดตระเวนทั้งสองลำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ระบบภายในลัดวงจรในชั่วพริบตา ประกายไฟสีส้มสาดกระเซ็นออกมาราวกับดอกไม้ไฟ ก่อนที่เศษซากเหล็กนับตันจะร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันตลบอบอวลจนมองไม่เห็นแม้แต่เงาของสิ่งรอบตัว
คารันยกแขนขึ้นบังเศษฝุ่นที่ปลิวว่อน ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความระแวดระวัง หัวใจเต้นรัวระส่ำไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว แต่เป็นเพราะสัญญาณเตือนภัยระดับ SSS ที่ระบบของเขากำลังร่ำร้องเตือนด้วยความถี่สูงสุด
[ แจ้งเตือน: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับพลังงานสูงมาก... พลังงานชีวภาพและสนามพลังควอนตัมเสถียรภาพสูง ]
[ คำแนะนำจากระบบ: โปรดเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โฮสท์ไม่ควรแสดงท่าทีเป็นศต [...] *สัญญาณขาดหายชั่วคราว* ]
ระบบถึงกับรวนไปชั่วขณะ นั่นเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่เขาได้รับระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์นี้มา
ท่ามกลางม่านหมอกควันสีเทาและกลิ่นอายของโลหะที่ร้อนระอุ เงาร่างหนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า รองเท้าบู๊ตหนังสีดำสนิทกระทบกับพื้นคอนกรีตแตกละเอียดเกิดเป็นเสียงก้องกังวานอันเป็นจังหวะ เจ้าของร่างนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวสะอาดตา ตัดกับกางเกงเข้ารูปและเข็มขัดสนามที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทค ลมพัดชายเสื้อคลุมให้สะบัดไหวตามแรงลมเบาๆ เผยให้เห็นเรือนร่างเพรียวบางแต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นคงและสง่างาม
เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยคลอเคลียอยู่กับลาดไหล่มน ท่ามกลางแสงสลัวของซากปรักหักพัง เส้นผมนั้นกลับสะท้อนประกายแสงเรืองรองคล้ายกับละอองดาวในเนบิวลาอันไกลโพ้น ใบหน้ารูปไข่ได้รูปเรียบเฉย เย็นชา และดูราวกับรูปสลักหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่า ดวงตากลับคมกริบราวกับมองทะลุปรอดโปร่งทุกสรรพสิ่งในจักรวาล คู่ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของคารันที่กำลังยืนถือประแจพะยุงตัวอยู่
เซรีน่า... นักวิทยาศาสตร์สาวผู้กุมความลับที่แม้แต่ระบบของเขายังไม่กล้าประเมินค่า
เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กวาดสายตาสำรวจร่องรอยการต่อสู้บนผนังคอนกรีตและตำแหน่งที่คารันใช้หลบกระสุน มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยและความพึงพอใจบางอย่าง
"ใช้ประโยชน์จากมุมหักเหของคลื่นสะท้อนคอนกรีตเสริมเหล็กเพื่อลดทอนความเสียหายจากพลาสมา... การตัดสินใจไม่เลวเลยนี่ครับ สำหรับเด็กฝึกหัดที่เพิ่งเคยเผชิญหน้ากับโดรนขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นครั้งแรก"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทุบเบาๆ แต่กลับทรงพลังและก้องกังวานอยู่ในความเงียบของซากสถาปัตยกรรม มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น แต่น่าประหลาดใจที่กลับแฝงความอบอุ่นบางเบาเอาไว้เบื้องลึก ราวกับแสงดาวอุ่นในคืนฤดูหนาวอันเหน็บหนาว
คารันลดประแจในมือลงเล็กน้อย แม้สัญชาตญาณจะบอกให้ระวังตัว แต่ความรู้สึกปลอดภัยกลับแผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ เขาโค้งศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาทของสุภาพบุรุษ แม้สภาพเนื้อตัวจะมอมแมมไปด้วยฝุ่นดินก็ตาม
"ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ... ศาสตราจารย์เซรีน่า" คารันเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและมั่นคง "แต่ผมคิดว่าผมคงยังไม่ใช่เด็กฝึกหัดที่ต้องให้ใครมาคอยจูงมือสอนหรอกนะครับ ถ้าไม่มีคุณเข้ามา... ผมก็มีแผนสำรองในหัวเรียบร้อยแล้วเช่นกัน"
เซรีน่าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายประกายความขบขันระคนแปลกใจ เธอสาวเท้าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นทีละน้อย จนกลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นดอกไม้ป่าในอวกาศลอยแตะจมูก "แผนสำรองงั้นหรือ? การใช้หัวชนเสาคอนกรีตเพื่อเรียกร้องความสนใจจากระบบกู้ภัย หรือว่าการยอมจำนนแล้วปล่อยให้พวกมันสแกนสมองจนเกลี้ยงดีล่ะครับ คารัน?"
เธอรู้ชื่อของเขา... ทั้งที่เขายังไม่เคยแนะนำตัวด้วยซ้ำ
คารันชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย เขาพยายามประเมินความน่าจะเป็นและข้อมูลทั้งหมดที่ระบบบันทึกไว้เกี่ยวกับบุคคลตรงหน้า แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีเพียงช่องว่างสีดำสนิทและข้อความเตือนภัยสีแดงฉานที่กระพริบเตือนไม่หยุด
[ คำเตือนสูงสุด: ตัวตนของเป้าหมาย 'เซรีน่า' ไม่ปรากฏในฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ของดาวเคราะห์ดวงนี้... ตรวจพบร่องรอยการบิดเบือนของมิติเวลาในรัศมี 3 เมตรจากตัวเธอ ]
เซรีน่าหยุดยืนห่างจากเขาเพียงก้าวเดียว เธอยื่นมือเรียวบางที่สวมถุงมือ nanotech สีดำสนิทออกมาข้างหน้า นิ้วเรียวยาวแตะเบาๆ ที่หน้าอกด้านซ้ายของคารัน บริเวณที่ชิปประมวลผลของระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์ฝังอยู่
กระแสไฟฟ้าอุ่นๆ ไหลทะลักผ่านปลายนิ้วของเธอเข้าสู่ร่างของคารันทันที ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้เมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ค่าความคงทนของเกราะพลังงานที่เคยร่วงหล่นพุ่งกลับขึ้นสู่ระดับ 100% เต็มอย่างน่าอัศจรรย์
"อย่าเพิ่งรีบสงสัยในตัวฉันเลยครับ คารัน" เซรีน่ากระซิบเบาๆ ใกล้ใบหูของเขา น้ำเสียงนั้นใกล้ชิดจนทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบ "เพราะสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่... มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของเศษเสี้ยวปริศนาชิ้นเล็กๆ เท่านั้น"
เธอดึงมือกลับอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันหลังให้กับเขาแล้วชี้ปลายนิ้วไปยังใจกลางซากสถาปัตยกรรมโบราณเบื้องหน้า ซึ่งในขณะนี้ ประตูนิรภัยขนาดมหึมาที่ฝังลึกอยู่ใต้พื้นดินกำลังค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยกลไกโบราณ แสงสีทองสว่างจ้าพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับเสียงก้องกังวานของเฟืองจักรกลขนาดใหญ่ที่หยุดทำงานมานานนับพันปี
"ได้เวลาลงไปดูความจริงข้างล่างนั่นด้วยกันแล้วล่ะครับ... สหายร่วมทางของฉัน"
เซรีน่าหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้เขา เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับภาพวาด ทว่าในวินาทีเดียวกันนั้นเอง หน้าจอระบบสีฟ้าตรงหน้าของคารันก็เด้งข้อความใหม่ขึ้นมาด้วยตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนที่ทำให้ลมหายใจของเขาต้องสะดุดกักไว้
[ แจ้งเตือนด่วนจากระบบหลัก: ตรวจพบรหัสลับเชื่อมโยงข้ามมิติ [Project Nebula-0] กำลังทำงาน ]
[ เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: บุคคลตรงหน้า 'เซรีน่า' คือผู้ถือครองสิทธิ์การเข้าถึงระดับ Omega ที่แท้จริง... และเธอกำลังนำทางท่านเข้าสู่กับดักที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าก่อนที่ประวัติศาสตร์จะเริ่มต้นขึ้นครับ! ]
—--------------------------------------------------
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องห้วงอวกาศแห่งตัวอักษรไปกับผมนะครับ
ระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์ กับสถาปัตยกรรมกู้จักรวาล•ตอนที่ 3
การปรากฏตัวของศาสตราจารย์สาว
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซูเปอร์เปอร์เซ็นต์ กับสถาปัตยกรรมกู้จักรวาล นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
