“ถ้ามึงยังกลัวที่จะเสียเขาไปในฐานะเพื่อน จนยอมเลือกที่จะเสียเขาไปตลอดกาลในฐานะคนรัก มึงก็ไม่ได้รักรินหรอกคินทร์... มึงแค่รักตัวเองที่กลัวความโดดเดี่ยวต่างหาก”
เสียงของมินตราหนักแน่นและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กรีดลงบนแผลสด คินทร์ไม่ได้ตอบโต้ เขาเพียงแต่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าในมุมมืดของระเบียงห้องพัก มือหนากำแก้วเหล้าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สายตาของเขาจับจ้องไปที่แสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครเบื้องล่าง แต่นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้สะท้อนภาพเมืองหลวงเลย มันกำลังสะท้อนภาพรอยยิ้มจางๆ ของรินรดาในวันที่ฝนตกเมื่อหลายปีก่อน
“กูไม่ได้แค่กลัวมิน” เขาเอ่ยขึ้น เสียงแหบพร่า “กูกลัวว่าถ้าก้าวข้ามเส้นนั้นไป แล้ววันหนึ่งกูทำเขาเสียใจ... กูจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าเขาอีกเลย มึงเข้าใจไหมว่าโลกที่ไม่มีรินรดาอยู่ในนั้น มันมืดมนแค่ไหนสำหรับกู”
มินตราถอนหายใจยาว วางแก้วในมือลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า “มึงคิดว่าที่เขาอยู่ข้างมึงมาสิบปี เขาอยู่เพราะคำว่าเพื่อนเหรอ? คินทร์... คนเราไม่ยอมทนเจ็บปวดซ้ำซากกับความไม่ชัดเจนมาได้นานขนาดนั้นหรอก ถ้าในใจเขาไม่มีมึงอยู่เต็มหัวใจ”
คินทร์หลับตาลง ความทรงจำนับพันฉากย้อนกลับมาเหมือนภาพยนตร์ที่ฉายวนซ้ำ คำพูดหยอกล้อ ความห่วงใยที่รินรดามอบให้เสมอมา รวมถึงวินาทีที่เธอเผลอหลบสายตาเขาในงานเลี้ยงเมื่อคืนก่อน ทุกอย่างประดังเข้ามาจนเขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นี่ไม่ใช่แค่ความสับสน แต่มันคือการเผชิญหน้ากับปีศาจตัวร้ายที่สุดในใจเขา นั่นคือความขี้ขลาด
เขาตัดสินใจวางแก้วลง ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแม้ร่างกายจะรู้สึกหนักอึ้ง “กูจะไปหาเขา”
“ตอนนี้ตีสองแล้วนะ” มินตราท้วง แต่คินทร์ไม่ฟังอีกต่อไป
เขาคว้ากุญแจรถ เดินออกจากห้องไปทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางถนนที่ว่างเปล่าในยามวิกาล คินทร์เหยียบคันเร่งด้วยความเร็วที่พอเหมาะ ทว่าหัวใจเขากลับเต้นรัวเร็วกว่าจังหวะเครื่องยนต์ ทุกระยะทางที่รถเคลื่อนผ่านเปรียบเสมือนการกรีดผ่านชั้นความกลัวที่เขาพอกพูนมาตลอดหนึ่งทศวรรษ
เขารู้ดีว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเปราะบางเพียงใด แต่มันก็แน่นแฟ้นเกินกว่าจะปล่อยให้พังทลายเพียงเพราะคำว่า 'มิตรภาพ' ที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นกำแพงขวางกั้น
รถจอดสนิทหน้าบ้านหลังเล็กของรินรดา ไฟในห้องนอนชั้นสองยังคงเปิดอยู่ แสงสีส้มอ่อนๆ ลอดผ่านม่านหน้าต่างออกมาเพียงเสี้ยวเดียว คินทร์เดินไปยืนอยู่ใต้ต้นลีลาวดีหน้าบ้าน นิ่งค้างอยู่นาน กลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ ที่เธอชอบปะทะเข้ากับจมูก เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พิมพ์ข้อความซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งทั้งหมด
*ไม่... คำพูดมันไม่พออีกต่อไปแล้ว*
เขารวบรวมความกล้า เดินไปที่ตู้จดหมายข้างรั้วแล้วเขียนโน้ตแผ่นเล็กด้วยลายมือที่สั่นไหว ก่อนจะหย่อนมันลงไป
‘ริน... ถ้าตื่นแล้ว ช่วยลงมาเจอกันที่สวนข้างบ้านหน่อยได้ไหม เรามีเรื่องสำคัญที่ต้องตัดสินใจ... เรื่องของพวกเรา’
คินทร์ถอยกลับไปนั่งพิงรถของตัวเอง สูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีครามเข้ม สัญญาณของรุ่งอรุณที่กำลังจะมาถึง บ่งบอกว่าความลับที่เขาซ่อนไว้ในใจกำลังจะถูกเปิดเผย ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากเป็นชายหนุ่มผู้ขี้ขลาดที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่เขารักที่สุดต้องรอคอยคำตอบอยู่ในความมืดอีกต่อไป
สิบห้านาทีผ่านไป... ประตูรั้วบ้านถูกเปิดออกช้าๆ รินรดาปรากฏตัวในชุดนอนสีขาวสะอาดตา เธอดูตื่นตระหนกและงุนงง ดวงตาคู่สวยบวมช้ำเล็กน้อยจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เธอเดินตรงมาหาเขาด้วยท่าทางลังเล ก่อนจะหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
“คินทร์?... เกิดอะไรขึ้น มีอะไรด่วนหรือเปล่า” เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย
คินทร์มองใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเฝ้ามองมาตลอดสิบปี เธอคือโลกทั้งใบของเขา ในวินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน ความกลัวที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความปรารถนาเดียวที่จะปกป้องและรักษาเธอไว้ในฐานะสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
เขาก้าวเข้าไปใกล้เธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน รินรดาชะงัก สายตาของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความสับสน แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปาก ความเงียบก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินออกมาจากเงามืดของพุ่มไม้ข้างบ้าน...
เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่คินทร์คุ้นเคยเป็นอย่างดี... พีท คนที่คินทร์คิดว่ารินรดาเพิ่งจะตัดความสัมพันธ์ไปเมื่อเดือนก่อน เขากำลังถือช่อดอกไม้ที่ดูเหี่ยวเฉาในมือ และจ้องมองมาที่คินทร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“ยังไม่เลิกวุ่นวายกับเขาอีกเหรอ คินทร์” พีทเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของรินรดาที่เบิกตากว้าง “มึงก็รู้ว่ารินกำลังจะไปเรียนต่อ... และกูคือคนที่เธอเลือกจะให้ไปส่ง”
คินทร์ชะงักไป หัวใจดิ่งวูบลงสู่ความว่างเปล่า เขาหันไปมองรินรดาเพื่อรอคำปฏิเสธ แต่หญิงสาวกลับก้มหน้าลงนิ่ง ไม่ยอมสบตาเขาแม้แต่น้อย
ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนี้มาพร้อมกับผมนะครับ - สายลมแผ่วเบา -
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 23
ทบทวนหัวใจตัวเอง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!