"ถ้าวันนี้เธอไม่ตอบ... พรุ่งนี้ฉันก็จะถือว่าสิ่งที่เธอทำ คือคำตอบทั้งหมดแล้วนะริน"
เสียงของคินทร์แหบพร่า มันไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่มันคือคำประกาศิตที่กรีดลึกลงไปในความเงียบงันภายในห้องทำงานที่เหลือเพียงเราสองคน รินรดายังคงก้มหน้า มือที่กำปากกาแน่นจนสั่นระริกแทบจะทำให้มันหักคามือ ความเงียบงันนี้ไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันหนักอึ้งราวกับภูเขาที่กดทับลงบนอกของเธอตลอดสิบปี
คินทร์ขยับตัวเข้าใกล้ เขาก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ระยะห่างที่เคยเป็นดั่งปราการป้องกันความรู้สึกค่อยๆ ทลายลง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาที่เธอคุ้นเคยกลับกลายเป็นกลิ่นที่ทำให้ลมหายใจเธอติดขัด
"ริน... มองหน้าฉัน" เขาใช้น้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยความเว้าวอนที่เธอมักจะใจอ่อนให้เสมอ
รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยสั่นไหวและแดงก่ำ เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่มันคือความเจ็บปวดที่สะสมจนล้นปรี่จนภาพตรงหน้าพร่ามัว "คินทร์... บางครั้ง การไม่พูดอะไรเลย อาจจะเป็นการถนอมทุกอย่างไว้ได้ดีที่สุดสำหรับเราสองคนนะ"
"ถนอม?" คินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาไม่ได้มีความโกรธ แต่มันเต็มไปด้วยความแตกสลาย "เธอเรียกการหนีหน้า การย้ายงานไปที่ไกลๆ ว่าการถนอมมิตรภาพงั้นหรือริน เธอคิดว่าฉันโง่จนดูไม่ออกจริงๆ ใช่ไหมว่านั่นคือการตัดขาด"
รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "ฉันแค่ต้องการเริ่มต้นใหม่ ในที่ที่ฉันไม่ต้องเห็นภาพเดิมๆ ในที่ที่ฉันไม่ต้องรอคอยอะไรที่ไม่มีวันเป็นจริง"
"แล้วเธอถามฉันหรือยัง... ว่าฉันยอมให้เธอไปไหม" คินทร์เอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกไฟลวก เธอพยายามดึงมือออก แต่แรงยึดจากชายหนุ่มกลับหนักแน่นมั่นคง
"เราเป็นแค่เพื่อนกันนะคินทร์" เธอพยายามย้ำคำที่เหมือนมีดกรีดหัวใจตัวเอง "และเพื่อน... ก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามทางเดินของใคร"
คินทร์นิ่งไป สายตาของเขาจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ ราวกับกำลังค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากแห่งความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้น เขาค่อยๆ ปล่อยมือออก แววตาเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทำร้ายใจเธอได้มากกว่าความโกรธเกรี้ยว
"ถ้าอย่างนั้น... ก็เชิญเลือกทางเดินที่เธอต้องการเถอะรินรดา" เขาหมุนตัวกลับหลังหัน น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว "จดหมายลาออกของเธอ ฉันจะเซ็นอนุมัติให้ภายในห้านาทีนี้ แล้วหลังจากนั้น... เราก็ไม่จำเป็นต้องเจอกันอีก"
เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบ เธอทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอทำสำเร็จแล้ว... เธอได้เริ่มต้นใหม่ตามที่ใจปรารถนา แต่ทำไมภายในอกของเธอกลับรู้สึกราวกับว่าหัวใจได้ตายไปแล้วตั้งแต่วินาทีที่เขาเดินจากไป
---
หนึ่งสัปดาห์ให้หลัง ภายในคาเฟ่เล็กๆ เงียบสงบที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในเมืองหลวง รินรดานั่งมองหน้าต่างที่สายฝนกำลังโปรยปราย การย้ายมาเริ่มต้นงานใหม่ในที่ห่างไกลดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องตามเหตุผล แต่มันกลับไม่ช่วยให้ความคิดถึงลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย
"ยังไม่ลืมเขาอีกเหรอ" เสียงของมินตราดังขึ้นพร้อมกับการวางแก้วกาแฟลงตรงหน้า หญิงสาวนั่งลงฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาที่อ่านยาก
"ฉันแค่... กำลังชินกับความเหงา" รินรดาตอบพลางคลี่ยิ้มจางๆ
"ความชินมันไม่ได้แปลว่าลืมหรอกนะริน" มินตราถอนหายใจ "คินทร์พยายามติดต่อเธอหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาไม่ได้โกรธอย่างที่เขาแสดงออกหรอกนะ เขากำลังพัง... พังเพราะความทิฐิที่เขาเองก็กลัวที่จะยอมรับความจริง"
รินรดาชะงักไป ความหวังเล็กๆ ที่เธอพยายามดับทิ้งเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง "เขา... ทำไมต้องทำแบบนั้น ถ้าเขาไม่ได้รักฉัน ก็แค่ปล่อยฉันไปเหมือนที่เขาบอก"
"คนเรามักจะผลักไสสิ่งที่ตัวเองกลัวจะเสียไปที่สุดเสมอ ไม่ใช่เพราะไม่รัก แต่เพราะกลัวว่าถ้าได้ครอบครองแล้วจะรักษาไว้ไม่ได้" มินตราเอื้อมมือมาแตะหลังมือเพื่อน "เขาอาจจะรอให้เธอเป็นฝ่ายกลับไป... หรือไม่ เขาก็อาจจะตัดสินใจยอมแพ้จริงๆ แล้ว"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามา สายฝนด้านนอกเริ่มตกหนักขึ้น รินรดาหันไปมองโดยสัญชาตญาณ ก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสะดุดกึกเมื่อเห็นเงาร่างสูงโปร้นที่คุ้นตาภายใต้เสื้อโค้ทสีเข้มยืนอยู่ที่ประตู
คินทร์ยืนอยู่ที่นั่น สภาพเขาราวกับผ่านพายุฝนมา เขามองตรงมาที่เธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ทั้งความตัดพ้อ ความคิดถึง และความมุ่งมั่นบางอย่าง
เขาก้าวเท้าเข้ามาหาเธอ ช้าๆ ในขณะที่รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว มือที่กำแก้วกาแฟแน่นจนขาวซีด
"ฉันหาเธอเจอแล้ว..." คินทร์พูดขึ้นทันทีที่มาหยุดอยู่ตรงหน้า น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยหยดน้ำจากฝน "และครั้งนี้... ฉันจะไม่ปล่อยให้สายลมพัดเธอไปจากฉันอีกแล้ว"
เขายื่นมือออกมา แต่แทนที่จะเป็นคำขอโทษ เขากลับหยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ซึ่งเป็นซองจดหมายลาออกที่เขาเคยเซ็นอนุมัติ... ทว่าเมื่อเขาพลิกด้านหลังออก รินรดาก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ
ขอบคุณที่เดินทางผ่านหน้ากระดาษมาด้วยกันจนถึงตอนนี้ และหวังว่ารี้ดเดอร์จะรอติดตามการตัดสินใจครั้งสำคัญของรินรดาในตอนต่อไปนะครับ - สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 24
สิ่งที่สายลมพัดพา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!