ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 25

จุดเปลี่ยนของโชคชะตา

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ... คินทร์?” เสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุมได้ ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนข้อความที่เขียนด้วยลายมือขยุกขยิกที่ด้านหลังซองจดหมายลาออกฉบับนั้น มันไม่ใช่บันทึกทางราชการ แต่มันคือภาพสเก็ตช์ลายเส้นดินสอสีดำที่คุ้นตา—ภาพเธอกำลังนั่งมองท้องฟ้าที่สวนหลังบ้านเมื่อสิบปีก่อน วันที่เธอตัดสินใจเก็บความลับเรื่องที่เธอแอบรักเขาเอาไว้ให้ลึกที่สุดในใจ คินทร์นิ่งเงียบ แววตาของเขาที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม กลับไหววูบเหมือนมีพายุโหมกระหน่ำอยู่ภายใน เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับว่าการปรากฏตัวของจดหมายฉบับนี้คือหลักฐานมัดตัวที่เขาพยายามทำลายทิ้งมาตลอดชีวิต “อย่าถามเลยริน... กลับไปซะ” เสียงของเขาแหบพร่า “อย่าให้ความทรงจำที่พยายามลืมกลายเป็นกรงขังเราทั้งคู่ไปมากกว่านี้เลย” รินรดาแค่นหัวเราะ ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว “กรงขังหรือครับ? หรือจริงๆ แล้วคุณต่างหากที่ขังตัวเองไว้ในความเงียบมาตลอดสิบปี คินทร์... คุณเก็บภาพนี้ไว้ทำไม ในเมื่อคุณเป็นคนเลือกเองที่จะเดินหันหลังให้ฉัน?” บรรยากาศในห้องทำงานของเขาราวกับถูกสูบออกซิเจนจนหมดสิ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาที่เธอคุ้นเคยยังคงอบอวลอยู่รอบตัว แต่มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำแพงหนาที่กั้นขวางพวกเขาไว้ ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นจากภายนอกอาคาร ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่เขยื้อน โครม! ฝ้าเพดานบางส่วนร่วงลงมาท่ามกลางฝุ่นควันและเสียงหวีดร้องของผู้คนด้านนอก คินทร์ไม่มีเวลาคิด เขาพุ่งตัวเข้าหารินรดาด้วยสัญชาตญาณ ร่างสูงใหญ่โถมเข้ากอดเธอไว้แน่นก่อนจะดึงเธอมุดลงใต้โต๊ะไม้หนาที่กลายเป็นที่กำบังเดียวในขณะนี้ ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกาย “ริน... คุณเป็นอะไรไหม?” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่เขาไม่เคยเผยให้เห็น “ฉันไม่เป็นไรครับ” เธอตอบพลางขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นนั้นโดยไม่รู้ตัว มือของคินทร์ยังคงโอบแผ่นหลังเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากคลายออกเพียงนิด เธอจะหายวับไปกับฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย ในความมืดนั้น เธอกลับได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นรัว... มันไม่ได้เต้นเป็นจังหวะของความกลัว แต่มันคือจังหวะของความห่วงหาที่เขากดทับไว้ใต้ความสุขุมมาตลอด “คินทร์...” เธอเรียกชื่อเขาแผ่วเบา “ถ้าเหตุการณ์วันนี้มันคือจุดจบ... คุณจะไม่บอกอะไรฉันจริงๆ หรือครับ?” ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คินทร์จะตัดสินใจทำสิ่งที่เขาไม่เคยกล้าทำมาตลอดทศวรรษ เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบสัมผัสกับขมับของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงนั้น เขากระซิบเสียงสั่น “ที่ผมไม่เคยพูด... ไม่ใช่เพราะผมไม่รู้สึก... แต่เพราะผมกลัวว่าถ้าผมพูดออกไปแล้ว... ผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไปได้อีกตลอดกาล” คำสารภาพนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจรินรดา หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะจนแทบหยุดหายใจ ความโกรธเคืองที่มีต่อเขามลายหายไปเหลือเพียงความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับสิบปี เธอตัดสินใจเงยหน้าขึ้น สบตาเขาในความมืดที่สลัวรางด้วยแสงไฟฉุกเฉินภายนอก “ถ้าอย่างนั้น... ก็อย่าปล่อยครับ” ทว่าก่อนที่ระยะห่างของทั้งคู่จะลดลงเหลือศูนย์ เสียงทุบประตูห้องทำงานอย่างบ้าคลั่งจากด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนของมินตราที่ดูแตกตื่น “คินทร์! ริน! พวกคุณอยู่ในนั้นไหม! โครงสร้างตึกมันกำลังจะถล่มลงมาแล้ว ออกมาเดี๋ยวนี้!” คินทร์ชะงัก สายตาที่อ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเย็นชาและเด็ดขาดอีกครั้ง เขาผละออกจากเธอทันทีราวกับคนละคน “เราไม่มีเวลาแล้วริน ฟังผมนะ... ออกไปทางประตูหนีไฟ ผมจะล่อคนข้างนอกออกไปทางอื่น” “ไม่! ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าคุณไม่ไปด้วย!” รินรดาคว้าแขนเขาไว้แน่น คินทร์มองหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาดึงมือเธอออกช้าๆ ก่อนจะหยิบซองจดหมายลาออกที่เปื้อนฝุ่นขึ้นมาวางในมือเธออีกครั้ง “จดหมายฉบับนี้... ไม่ใช่แค่ใบลาออกริน” เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังไปเผชิญกับแสงไฟที่กำลังลุกลาม “มันคือหลักฐานว่านับตั้งแต่วินาทีนี้ไป... ผมไม่ใช่หัวหน้าของคุณอีกแล้ว และคุณ... ก็ไม่มีพันธะใดๆ ที่จะมาห้ามไม่ให้รักผมได้อีกต่อไป” เขาก้าวผ่านประตูออกไปสู่เปลวเพลิงโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ในขณะที่จดหมายในมือของเธอเริ่มมีหยดเลือดหยดลงมา เมื่อเธอก้มมองดูมือตัวเองก็ต้องตกใจจนแทบสิ้นสติ... รอยเลือดนี้ไม่ใช่ของเธอ แต่มันคือรอยเลือดที่เปื้อนอยู่บนปกเสื้อของคินทร์ตั้งแต่ตอนที่เขาโถมตัวเข้ามาปกป้องเธอเมื่อครู่นี้เอง และเมื่อเธอกลับหลังหันเพื่อจะวิ่งตามเขาออกไป ประตูหนีไฟที่เขาเพิ่งเดินออกไปนั้นกลับถูกล็อกตายจากด้านนอกด้วยระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติที่เพิ่งรวนเพราะแรงระเบิด เสียงสัญญาณเตือนภัยเปลี่ยนเป็นเสียงเงียบสงัดชวนขนลุก พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนรอเธออยู่ในความมืดหลังกำแพงที่พังทลาย... คนที่เธอจำได้แม่นว่าควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับความรู้สึกของตัวละครมาจนถึงจุดเปลี่ยนที่บีบคั้นหัวใจเช่นนี้นะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%