"เธอคิดว่าเขาจะเลือกใครเหรอ ริน?"
เสียงของมินตราเบาหวิวราวกับกระซิบ แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของรินรดาพอๆ กับเสียงดนตรีแจ๊สที่คลอเคล้าอยู่ภายในร้านอาหารหรูแห่งนี้ รินรดาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที เธอเพียงแต่จรดปลายส้อมลงบนชิ้นเนื้อที่ถูกหั่นจนเละเทะในจาน สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่โต๊ะมุมสุดของร้าน ที่ซึ่งคินทร์กำลังนั่งหัวเราะให้กับหญิงสาวร่างโปร่งคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในชีวิตเขาได้เพียงไม่กี่สัปดาห์
รอยยิ้มของเขา... รอยยิ้มที่เธอไม่เคยได้รับมันในรูปแบบนี้ตลอดสิบปีที่ผ่านมา
"ถามอะไรแบบนั้นล่ะมิน" รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มที่บรรจงสร้างขึ้นมาอย่างประณีตที่สุด มุมปากของเธอโค้งขึ้นอย่างพอเหมาะ แววตาเรียบเฉยจนดูราวกับว่าคำถามนั้นไม่มีน้ำหนักใดๆ ต่อหัวใจของเธอเลยแม้แต่น้อย "เขาก็แค่เพื่อนร่วมงานที่ไปทานมื้อค่ำกันตามมารยาท ไม่ใช่หรือไง"
มินตราถอนหายใจยาว ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า "มารยาทที่ลูบหลังกันเนี่ยนะ? ริน... เลิกหลอกตัวเองได้แล้ว เธอเป็นคนเก่ง แต่บางครั้งความเก่งของเธอก็กลายเป็นเกราะที่ขังตัวเธอเองไว้ในกรงของความหวังลมๆ แล้งๆ นะ"
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาเหมือนเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทงหัวใจ แต่เธอเลือกที่จะกลืนก้อนความรู้สึกนั้นลงคอไปพร้อมกับไวน์รสฝาด เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงของเธอยังคงความราบเรียบได้อย่างน่าประหลาดใจ
"กรงขังนี้ฉันสร้างเอง และฉันก็ยินดีที่จะติดอยู่ในนั้นเองครับ มินตรา" เธอพูดพลางหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาซับมุมปาก "อย่ากังวลไปเลย ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดที่จะพังทลายเพียงเพราะเห็นเขาเดินกับคนอื่นหรอกนะ"
คำพูดนั้นดูหนักแน่น ทว่าภายในใจของรินรดากลับกำลังสั่นคลอน ทุกครั้งที่คินทร์เอนตัวเข้าไปกระซิบข้างหูหญิงสาวคนนั้น ภาพความทรงจำในอดีตก็กรอซ้ำย้อนกลับมา ราวกับหนังม้วนเก่าที่แผ่นฟิล์มกำลังจะขาดสะบั้น เธอจำได้ดีว่าเขาชอบดื่มน้ำส้มคั้นที่ไม่ใส่น้ำแข็ง จำได้ว่าเขาจะขมวดคิ้วทุกครั้งที่โดนแสงไฟส่องตาตรงๆ และจำได้ว่าในยามที่เขามีความสุข... เขาจะเผลอขยับนิ้วชี้ไปแตะที่ปลายคางแบบนั้นเสมอ
คินทร์กำลังทำท่าทางแบบเดิมกับผู้หญิงคนนั้น
รินรดารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด เธอจึงขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ "ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวกลับมา"
เธอเดินเลี่ยงออกมาจากโต๊ะ ความรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งในฤดูร้อนบีบคั้นร่างกายเธอจนแทบก้าวไม่ออก แต่ในจังหวะที่เธอเดินผ่านโต๊ะของคินทร์โดยพยายามเบี่ยงตัวให้พ้นสายตา เขากลับทำสิ่งที่เธอไม่คาดคิด
"รินรดา?"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยนั้นทำให้รินรดาต้องหยุดชะงัก เธอหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อเตรียมใจ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขาด้วยใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจดังเดิม
"อ้าว คินทร์ บังเอิญจังเลยนะ" เธอเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มาทานมื้อค่ำกับใครเหรอ?"
คินทร์มองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน แววตาคู่นั้นดูเหมือนจะลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยแนะนำหญิงสาวข้างกาย "นี่เมย์ครับ เมย์... นี่รินรดา เพื่อนสนิทที่ผมเล่าให้ฟังบ่อยๆ"
หญิงสาวที่ชื่อเมย์ยิ้มหวานให้รินรดา "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณริน รินสวยกว่าที่คินพูดไว้เยอะเลยนะคะ"
คำชมนั้นบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน รินรดาแย้มยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดจนตาปิด "เกินไปค่ะคุณเมย์ คินทร์เขาก็พูดชมไปเรื่อยตามประสาคนสนิทนั่นแหละค่ะ"
เธอแสร้งทำเป็นบทสนทนาที่ผ่อนคลาย แม้หัวใจจะบีบตัวจนแทบหยุดเต้น คินทร์มองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากำลังพยายามมองทะลุผ่านหน้ากากที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ รินรดารีบตัดบทก่อนที่กำแพงของเธอจะพังทลายลงเสียก่อน
"งั้นฉันขอตัวไปธุระก่อนนะ ทั้งสองคนทานกันให้อร่อยนะครับ"
เธอหมุนตัวเดินจากมาอย่างรวดเร็ว ก้าวขาให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้จนกระทั่งถึงหน้ากระจกในห้องน้ำ เธอทรุดตัวลงพิงผนังเย็นเยียบ ลมหายใจหอบถี่พรั่งพรูออกมา เธอปิดปากตัวเองไว้แน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดรอดออกไป รอยยิ้มที่เธอซ่อนไว้ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าและหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
สิบปีที่เธอพยายามรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ สิบปีที่เธอเลือกจะเป็นเพียง 'เพื่อนสนิท' เพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเขา แต่วันนี้เธอกลับพบว่า ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของเธออีกต่อไปแล้ว
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าหนังก็หยุดลงที่หน้าประตูห้องน้ำ รินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็วและพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ เธอผลักประตูออกไปหวังจะหลบหนี แต่กลับพบกับแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอเพิ่งหลบหน้ามา
คินทร์ยืนรออยู่ตรงนั้น สายตาของเขาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่ทอดมองไปไกลที่ระเบียงทางเดิน เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาแต่ไม่ได้จุด มันถูกหมุนวนอยู่ในนิ้วเรียวยาวของเขาอย่างประหม่า
"ทำไมถึงต้องโกหกผม... ว่าไม่เป็นไร"
เสียงของเขาต่ำและสั่นเครือ รินรดาชะงักไป ความลับที่เธออุตส่าห์ปิดซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มดูเหมือนจะถูกเขามองทะลุผ่านไปได้หมดสิ้น คินทร์หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีเพียงความสงสัย แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่รุนแรงไม่แพ้กัน
"ริน... ผมรู้ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ที่ตรงนี้มันไม่ใช่แค่ความรักแบบเพื่อน" เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุด... คือการต้องเห็นคนตรงหน้าผมพังทลายลงเพราะผมเอง"
เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ทว่ายังไม่ทันที่รินรดาจะได้พูดอะไร เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในมือของคินทร์ก็ดังขึ้นถี่ๆ เขาชะงักไปก่อนจะเหลือบมองหน้าจอ และในวินาทีนั้นเอง แววตาของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"คินทร์... เกิดอะไรขึ้น?" รินรดาถามด้วยใจที่เต้นรัว
คินทร์มองหน้าเธอสลับกับหน้าจอโทรศัพท์ มือของเขาที่จับข้อมือเธออยู่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยออกอย่างช้าๆ ราวกับคนหมดเรี่ยวแรง "เมย์... เธอไม่ใช่คนอย่างที่ผมคิด ริน... สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณต่อจากนี้ มันจะเปลี่ยนทุกอย่างที่เราเคยรู้จักไปตลอดกาล"
เขาเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาที่สื่อถึงความหวาดกลัวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "ผมไม่ควรจะพาคุณเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้เลย... ตั้งแต่แรก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหัวใจในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 7
ความลับใต้รอยยิ้ม
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!