"คุณไม่ได้อยากรับมันใช่ไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบงันที่บีบคั้น รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่สั่นเทาของเธอชะงักค้างอยู่เหนือซองจดหมายสีครีม ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง ชายหนุ่มผู้นี้สวมสูทสีเทาเข้มตัดเย็บเนี้ยบกริบ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขามีประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุผ่านเข้าไปถึงในใจ
"ฉัน... แค่คิดว่ามันอาจจะเป็นการส่งผิด" รินรดาตอบเสียงแผ่ว พยายามบังคับให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบได้ยินเสียงสะท้อนในหู
"บางทีสิ่งที่ส่งถึงมือเรา ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ อาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรับรู้มากที่สุดก็ได้นะครับ" เขาหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาแล้วยื่นให้เธออย่างสุภาพ "ผมชื่อ 'ธันวา' ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก"
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือไปรับ ประตูกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักออก คินทร์ก้าวออกมาจากห้องด้วยท่าทางที่ดูครุ่นคิด คิ้วหนาของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่สายตาจะปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า
"ริน? ทำไมออกมาอยู่ตรงนี้ แล้วนั่น..." คินทร์หยุดคำพูดไว้แค่นั้น ดวงตาคมกริบของเขามองธันวาด้วยสายตาที่แสดงถึงความระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด
"อ๋อ... คุณธันวาเขากำลังจะส่งจดหมายฉบับนี้ให้รินน่ะคิน เหมือนจะติดมือมาจากงานสัมมนา" รินรดารีบเก็บความรู้สึก แสร้งทำเป็นยิ้มปกติ แม้ภายในใจจะหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินก้อนใหญ่ถ่วงอยู่
คินทร์เดินเข้ามาใกล้รินรดามากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย ความอบอุ่นที่เขาแผ่ออกมามักจะเป็นเกราะคุ้มกันรินรดาเสมอมาสิบปี แต่ในวันนี้ กลับมีเงาของชายแปลกหน้าคนนี้แทรกเข้ามา ทำให้พื้นที่ว่างระหว่างเขากับเธอดูเหมือนจะกว้างขึ้นอย่างไร้เหตุผล
"งานสัมมนาเลิกไปเกือบอาทิตย์แล้วไม่ใช่เหรอครับ?" คินทร์ถามพลางปรายตามองซองจดหมายในมือธันวา น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่คนใกล้ชิดอย่างรินรดารู้ดีว่านั่นคือสัญญาณของความไม่พอใจ
ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางของเขาช่างดูผ่อนคลายจนน่าหมั่นไส้ในสายตาของคินทร์ "พอดีผมติดภารกิจด่วนที่ต่างจังหวัดครับ เพิ่งกลับมาถึงวันนี้ เลยถือโอกาสเอามาให้ด้วยตัวเอง เพราะกลัวว่าถ้าส่งไปรษณีย์ มันอาจจะไปถึงมือคนที่ไม่ควรเห็นเข้า"
บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียด มินตราที่เพิ่งเดินตามคินทร์ออกมา หยุดชะงักเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า เธอหรี่ตามองธันวาอย่างพินิจ ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสดใสที่แฝงไปด้วยการจับผิด
"แหม... ดูแลดีจังเลยนะคะคุณธันวา รินกับคินเขาเป็นเพื่อนกันมานาน เรื่องจดหมายแค่นี้คินจัดการให้รินได้อยู่แล้วจริงไหมคินทร์?" มินตราขยับตัวเข้ามาคล้องแขนคินทร์เบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ หากแต่ในสายตาของรินรดา ภาพนั้นกลับบาดลึกลงในความรู้สึกจนต้องเบนสายตาหนี
คินทร์ไม่ได้ตอบมินตรา แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ธันวาอย่างไม่ลดละ "ขอบคุณที่อุตส่าห์นำมาให้ครับ แต่หลังจากนี้ ถ้ามีอะไรที่สำคัญ... ผมว่าส่งถึงมือผมโดยตรงจะดีกว่านะครับ ผมเป็นคนดูแลรินเขาเอง"
คำว่า 'ดูแล' ที่คินทร์เน้นย้ำ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบจนแทบแหลกสลาย เธอรู้ดีว่าคำว่าดูแลในบริบทของคินทร์มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างเพื่อนกับคนรัก และเธอก็เป็นเพียง 'เพื่อน' ที่เขารู้สึกผูกพัน
ธันวายิ้มรับอย่างสุภาพ เขามองไปที่รินรดาอีกครั้งด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง "เป็นอย่างนั้นหรอกหรือครับ... ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรบกวนคุณคินทร์ให้ช่วยดูแลเขาให้ดีจริงๆ นะครับ เพราะบางเรื่องราว... ถ้าถูกปล่อยให้จมอยู่ในห้วงคำนึงนานเกินไป มันอาจจะสายเกินกว่าที่จะแก้ไข"
หลังจากการสนทนาจบลง ธันวาก็ขอตัวจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ รินรดาถือซองจดหมายแน่น มือของเธอเย็นเฉียบ คินทร์ยังคงยืนอยู่ข้างเธอ กลิ่นอายความห่วงใยที่เขามอบให้มันยังคงเดิม แต่มันกลับไม่เพียงพอที่จะปลอบประโลมความสับสนในใจของเธอได้อีกต่อไป
"ริน... โอเคหรือเปล่า?" คินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีเมื่อเหลือเพียงแค่เขากับเธอ
"รินโอเคคิน แค่รู้สึกเหนื่อยๆ น่ะ" เธอโกหกอีกครั้ง พร้อมกับรอยยิ้มที่ฝืนทำ
"ถ้าเหนื่อยก็พักบ้าง อย่าแบกอะไรไว้คนเดียวเลยนะ" คินทร์ยื่นมือมาแตะไหล่เธอเบาๆ สัมผัสนั้นแผ่ซ่านความอบอุ่นไปทั่ว แต่รินรดากลับรู้สึกหนาวสั่นในใจอย่างประหลาด
เมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย รินรดากลับเข้าห้องพัก เธอมองดูซองจดหมายในมืออีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจฉีกมันออกช้าๆ ลายมือที่ปรากฏบนกระดาษแผ่นนั้นสวยงามแต่ทว่าเย็นชา ข้อความสั้นๆ เพียงไม่กี่ประโยคทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดชะงัก
'ความลับที่คินทร์ปิดบังไว้ ไม่ได้มีแค่รินที่มองเห็น... คนที่เขากำลังรอ อาจไม่ใช่คนที่รินคิด'
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน รินรดารีบซ่อนจดหมายไว้ใต้หมอน ก่อนจะเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับคนที่เธอกำลังพยายามหลีกเลี่ยง คินทร์ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาวูบไหวราวกับมีความในใจที่อัดอั้น
"ริน... พอดีผมลืมบอกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากไป" เขาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "สิ่งที่ธันวาบอก... บางทีรินอาจจะไม่ต้องรอคำตอบจากผมอีกต่อไปแล้วก็ได้"
รินรดาจ้องมองใบหน้าของชายที่เธอรักมาตลอดสิบปี หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ นี่คือช่วงเวลาที่เธอรอคอยมาตลอด หรือนี่คือจุดเริ่มต้นของการสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปตลอดกาลกันแน่?
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับสายลมแผ่วเบานะครับ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านได้คำตอบที่ตามหาครับ
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 6
เงาของผู้มาใหม่
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!