“ถ้าการมีอยู่ของฉันมันสร้างภาระให้คุณมากขนาดนั้น ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้วครับ... เพราะฉันจะไม่อยู่ตรงนี้ให้คุณลำบากใจอีกแล้ว”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม เธอไม่ได้ตะโกน ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แต่ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นเฉือนลึกเข้าไปในความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษและกลิ่นกาแฟจางๆ ของคินทร์
คินทร์ชะงักมือที่กำลังจะคว้าเอกสารบนโต๊ะ แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้วูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง เขาสบตาเธอ สบตาผู้หญิงที่เขาเฝ้ามองมาตลอดสิบปี แต่ในวินาทีนี้ ระยะห่างระหว่างพวกเขากลับดูไกลออกไปเป็นล้านไมล์
“ริน... คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวบ้างไหม” คินทร์ถาม เสียงของเขาแหบพร่าผิดปกติ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้จนมันกระแทกกับผนังห้องดังปัง แต่เขากลับไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยนอกจากแววตาที่ว่างเปล่าของคนตรงหน้า
รินรดาแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น “ฉันรู้ตัวดีครับคินทร์ ฉันรู้มาตลอด... รู้ว่าที่ผ่านมาฉันพยายามวิ่งไล่ตามเงาของตัวเองมาโดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมามันยาวนานพอแล้วที่จะสอนให้ฉันรู้ว่า บางคนก็เกิดมาเพื่อเป็นได้แค่ ‘เพื่อน’ ที่คุณไว้ใจให้เห็นด้านที่อ่อนแอที่สุด แต่ไม่ใช่คนที่คุณจะยอมเปิดใจให้เห็นด้านที่งดงามที่สุด”
เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างนั้นเปรียบเสมือนกำแพงที่เธอก่อขึ้นเพื่อปกป้องเศษเสี้ยวหัวใจที่แตกสลายของตัวเอง
“ริน ฟังผมก่อน เรื่องที่เกิดขึ้นมันซับซ้อนกว่านั้น ผมแค่...”
“คุณแค่กลัวใช่ไหมครับ?” เธอขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทง “คุณกลัวว่าถ้าคุณยอมรับว่าเรารู้สึกอะไรต่อกัน มิตรภาพที่เราสร้างมาจะพังทลายลง หรือคุณแค่กลัวความจริงที่ว่าคุณไม่ได้รักฉันมากพอที่จะยอมแลกอะไรเลยเพื่อรักษาฉันไว้”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คินทร์รู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขาอยากจะเดินเข้าไปคว้ามือเธอไว้ อยากจะสารภาพทุกอย่างที่อัดอั้นอยู่ในอก อยากจะบอกว่าที่เขาต้องผลักไส เพราะเขากลัว... กลัวว่าความรักของเขาจะกลายเป็นคำสาปที่ทำให้ชีวิตที่สดใสของรินรดาต้องมืดมิดลงเพราะเขา แต่เขากลับพูดไม่ออก ลำคอของเขาตีบตันไปหมด
รินรดามองชายหนุ่มที่เธอรักหมดหัวใจด้วยแววตาที่ตัดสินใจแล้ว เธอวางกุญแจสำรองของห้องพักที่เขาเคยให้ไว้ลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังชัดเจนในความเงียบ
“ขอบคุณสำหรับความทรงจำสิบปีนะครับคินทร์ ตั้งแต่วันนี้ไป... ฉันจะเริ่มใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีคุณอยู่ในนั้นดูบ้าง”
เธอหันหลังกลับ ก้าวเดินอย่างมั่นคงแม้ว่าหัวใจข้างในจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คินทร์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น เขามองแผ่นหลังนั้นเดินห่างออกไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงประตูห้อง มือของเขาขยับจะคว้าตามไป แต่เขากลับทำได้เพียงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความขัดแย้งในใจรุมเร้าจนเขาแทบจะเสียสติ
*ไม่... อย่าไป* เสียงในใจเขาร้องบอก แต่ความยับยั้งชั่งใจที่เขาสร้างมาตลอดชีวิตกลับทำหน้าที่เป็นโซ่ตรวนที่แน่นหนา
รินรดาเปิดประตูออกไป ทิ้งให้คินทร์จมอยู่กับความอ้างว้างในห้องที่กว้างขวางเกินไปเพียงลำพัง ทันทีที่คล้อยหลังรินรดา เสียงโทรศัพท์ของคินทร์ก็แผดเสียงดังทำลายความเงียบขึ้นมา หน้าจอโชว์ชื่อ ‘มินตรา’
เขารับสายด้วยมือที่สั่นเทา
“คินทร์... รินเพิ่งเดินออกมาจากคอนโดคุณ เธอร้องไห้หนักมากนะ” เสียงของมินตราปลายสายดูร้อนรน “นายทำอะไรลงไป นายรู้ตัวไหมว่านายเพิ่งทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปน่ะ!”
คินทร์ไม่ตอบ เขาแค่นิ่งฟัง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องจากฝั่งหน้าห้องพักของเขาก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง เป็นจังหวะที่หนักแน่นและดูผิดปกติ ไม่ใช่รินรดาที่เพิ่งเดินออกไปแน่ๆ
คินทร์หันไปมองบานประตูที่ปิดสนิทด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงกว่าเดิม หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุด... บางสิ่งที่เลวร้ายกว่าการจากลาของรินรดากำลังจะมาถึงหน้าห้องของเขาในวินาทีนี้
"คินทร์... ถ้าแกไม่อยากให้รินต้องเป็นอันตรายล่ะก็ เปิดประตูเดี๋ยวนี้" เสียงทุ้มต่ำของชายแปลกหน้าที่ดังลอดผ่านช่องว่างประตูเข้ามา ทำให้เลือดในกายคินทร์เย็นเฉียบลงในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอดทนรอคอยในทุกความรู้สึกไปพร้อมกับตัวละครของผมนะครับ – สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 8
ขีดจำกัดของหัวใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!