ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 34

บทสรุปของความรัก

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“เราจะปล่อยให้สิบปีที่ผ่านมาเป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองที่พัดผ่านไปจริงๆ หรือครับริน?” เสียงของคินทร์ทุ้มต่ำ กังวานอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่ทำหน้าที่ตอกย้ำความล่าช้าของเวลา รินรดานิ่งงัน มือของเธอที่กำแก้วกาแฟไว้แน่นสั่นไหวเล็กน้อยจนของเหลวข้างในกระเพื่อม เธอไม่ได้หันไปมองหน้าเขา แต่สายตาจับจ้องไปยังภาพวาดสีน้ำบนโต๊ะทำงาน—ภาพที่เธอวาดขึ้นในวันที่เขาตัดสินใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศเมื่อหลายปีก่อน “มันไม่ใช่ฝุ่นละอองหรอกคินทร์” เธอตอบเสียงแผ่ว “มันคือน้ำหนักที่ฉันแบกไว้... จนบางทีฉันก็ลืมไปแล้วว่าถ้าไม่มีน้ำหนักนี้ ฉันจะเดินต่อไปอย่างไร” คินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ระยะที่เขาสามารถสัมผัสถึงกลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของรินรดาได้ เขาไม่ได้รุกเร้า แต่สายตาที่เขามองเธอนั้นเปลี่ยนไป มันไม่มีความลังเลที่เคยมีเหมือนในอดีต ไม่มีกำแพงแห่งความเป็นเพื่อนที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองอีกต่อไป “ถ้าอย่างนั้นก็ทิ้งมันเสียเถอะครับ” คินทร์เอื้อมมือไปแตะที่ข้อมือของเธอเบาๆ สัมผัสที่คุ้นเคยทำให้อุณหภูมิในร่างกายของรินรดาเปลี่ยนไปในทันที “ผมไม่ได้ขอให้คุณแบกมันไว้อีกต่อไป แต่ผมขอให้คุณวางมันลง เพื่อรับน้ำหนักของผมแทน... น้ำหนักที่จะช่วยให้คุณไม่ต้องเดินลำพังอีกต่อไป” รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับชายหนุ่มที่เธอแอบรักมาตลอดทศวรรษ ดวงตาคู่นั้นมีความเจ็บปวดที่ตกตะกอนจนกลายเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ความกลัวการสูญเสียที่เธอเคยสร้างเป็นป้อมปราการไว้ในใจ เริ่มพังทลายลงทีละน้อย เมื่อตระหนักว่าคนตรงหน้าไม่ได้จะจากไปไหน แต่เขากำลังยืนหยัดเพื่ออยู่ตรงนี้กับเธอจริงๆ “คุณมั่นใจแล้วเหรอคินทร์?” รินรดาถามเสียงสั่น “มินตราเคยบอกฉันว่า คนเรามักจะรักคนที่อยู่ใกล้ที่สุดเพียงเพราะความคุ้นเคย ถ้าวันหนึ่งคุณไม่ได้คุ้นเคยกับฉันเหมือนวันนี้ล่ะ” “ความคุ้นเคยคือรากฐานของความผูกพันครับริน” คินทร์ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเธอกระตุก “แต่ความรักที่ผมมีให้คุณ มันเป็นสิ่งที่งอกงามขึ้นมาจากความเข้าใจในทุกแง่มุม ทั้งด้านที่สว่างและด้านที่มืดมิดในใจของคุณ ผมไม่ได้ต้องการแค่คนข้างกาย แต่ผมต้องการคุณ... คนที่ผมพร้อมจะใช้ชีวิตที่เหลือด้วยกัน ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรก็ตาม” ห้องทั้งห้องดูจะหดเล็กลงเมื่อความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยมวลความรู้สึกที่รอคอยการระเบิดออก รินรดาวางแก้วกาแฟลง เธอสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวในอก ทุกความทรงจำที่ขมขื่นในช่วงสิบปีที่ผ่านมาดูเลือนรางลงเมื่อเปรียบเทียบกับความอบอุ่นที่ได้รับในนาทีนี้ เธอตัดสินใจก้าวเข้าไปหาเขา สวมกอดเขาไว้แน่น อ้อมกอดที่เธอปรารถนามาตลอดสิบปี คินทร์โอบกอดเธอตอบ แรงกอดนั้นมั่นคงราวกับจะยืนยันว่า เขาจะไม่ปล่อยมือจากคนตรงหน้าอีกต่อไป นี่ไม่ใช่เพียงการบอกรัก แต่มันคือการประกาศชัยชนะเหนือความกลัวที่เคยกีดกั้นทั้งคู่ไว้ “ริน... นับจากวันนี้ไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะเป็นสายลมที่พัดเคียงข้างคุณไปเสมอ ไม่ใช่สายลมที่พัดผ่านไปเพียงชั่วครู่แล้วจางหาย” คินทร์กระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความตื้นตัน “ขอบคุณนะคินทร์ ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าการรอคอยของฉันไม่สูญเปล่า” รินรดาตอบรับ ทั้งน้ำตาที่เอ่อล้นด้วยความปีติ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนหวานและดูเหมือนบทสรุปของความทุกข์ระทมได้สิ้นสุดลง เสียงโทรศัพท์มือถือของคินทร์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ มันเป็นเบอร์แปลกที่ไม่เคยบันทึกไว้ในรายชื่อ คินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยอมรับสาย “สวัสดีครับ... คินทร์พูดครับ” ทว่า ทันทีที่เสียงปลายสายตอบกลับมา ใบหน้าของคินทร์ที่เคยอ่อนโยนก็ซีดเผือดลงจนรินรดาสังเกตได้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าโลกที่กำลังหมุนไปอย่างสวยงามหยุดชะงักลงกะทันหัน มือของเขาที่กอดรินรดาไว้อย่างมั่นคงเริ่มคลายออกโดยไม่รู้ตัว “แก... แกกลับมาที่นี่ทำไม?” คินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อนจะเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและคำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบในทันที ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความเจ็บปวดและลมหายใจของตัวละครมาจนถึงบทนี้กับ "สายลมแผ่วเบา" นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%