"ถ้าเก็บเอาไว้แล้วมันหนักใจนัก ทำไมไม่ทิ้งมันไปเสียทีล่ะริน"
เสียงของมินตราไม่ได้มีเจตนาทำร้าย แต่มันแหลมคมพอจะกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกที่รินรดาพยายามซุกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า
รินรดานิ่งงัน มือที่กำลังหยิบกล่องไม้สีทึบออกมาจากซอกหลืบหลังตู้เสื้อผ้าสั่นไหวเล็กน้อย กลิ่นอายของฝุ่นผงจางๆ และกลิ่นกระดาษเก่าๆ ที่อวลอยู่ในกล่องใบนี้ คือกลิ่นเดียวกับวันเวลาที่เธออยากจะลืม แต่กลับจำได้ขึ้นใจจนน่าเจ็บปวด เธอนั่งลงบนพื้นห้อง ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่แทนคำตอบ ในเมื่อมินตราเองก็รู้ดีว่า 'ของ' ในกล่องใบนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งของ แต่เป็นตัวแทนของความทรงจำที่เธอไม่เคยกล้าทำลายทิ้ง แม้จะผ่านไปนานถึงสิบปีแล้วก็ตาม
"บางที... การทิ้งความทรงจำ อาจจะทำลายตัวตนของเราไปด้วยนะมิน" รินรดาตอบเสียงแผ่ว พลางใช้นิ้วเรียวสัมผัสเบาๆ ลงบนฝากล่องที่สลักลวดลายดอกไม้ที่เธอเคยชอบในอดีต
เธอค่อยๆ แง้มฝากล่องออก แสงไฟในห้องนอนสะท้อนให้เห็นวัตถุชิ้นแรกที่วางอยู่บนสุด... พวงกุญแจตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่ดวงตาหลุดหายไปข้างหนึ่ง และบัตรดูหนังที่ตัวอักษรจางจนแทบมองไม่เห็นข้อความ แต่เธอยังจำบทสนทนาในวันนั้นได้แม่นยำ ทุกถ้อยคำที่คินทร์เคยพูด ทุกสายตาที่เขาเคยมองมา... ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่โลกของความเป็นเพื่อนที่แสนอึดอัด
"สิบปีแล้วนะริน" มินตราถอนหายใจพลางทรุดตัวลงนั่งข้างๆ "สิบปีที่เธอคอยห่อหุ้มเศษซากความรักพวกนี้เหมือนสมบัติล้ำค่า ในขณะที่คนให้อาจจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเคยให้ของพวกนี้กับเธอวันไหน"
รินรดาไม่ตอบ เธอหยิบตลับเหล็กใบเล็กๆ ออกมาข้างในนั้นมีแหวนพลาสติกราคาถูกที่เคยได้มาในงานวัดสมัยมัธยม ความทรงจำพรั่งพรูประหนึ่งเขื่อนที่แตกทะลัก ในตอนนั้นคินทร์ยิ้มให้เธอ ยิ้มที่ดูใสซื่อและไม่มีกำแพงกั้นเหมือนในตอนนี้ เขาสวมแหวนวงนี้ให้เธอพร้อมกับคำสัญญาเล่นๆ ว่าเขาจะคอยดูแลเธอไปตลอด แต่คำว่า 'ตลอดไป' ของเขามันมีเงื่อนไขที่เธอเพิ่งจะมาเข้าใจเมื่อสายเกินไป... เงื่อนไขที่ว่า มันเป็นเพียงความรักในฐานะเพื่อนที่เขาหยิบยื่นให้ด้วยความสงสาร
"คินทร์ไม่เคยลืมหรอกมิน..." รินรดาพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนตลับเหล็ก "เขาน่ะ จำได้ทุกอย่าง แต่เขาเลือกที่จะลืมมันเพราะมันเป็นสิ่งที่เขากลัวที่สุด"
"เขาไม่ได้กลัวความทรงจำหรอก เขาแค่กลัวความรับผิดชอบต่อหัวใจเธอต่างหาก" มินตราแย้งพลางมองดูเพื่อนสนิทด้วยสายตาเห็นใจ "ริน... บางทีการเก็บสิ่งเหล่านี้ไว้ มันอาจจะทำให้เธอกลายเป็นคนขี้ขลาดที่ยึดติดอยู่กับอดีต จนไม่สามารถก้าวเดินไปหาอนาคตที่อาจจะมีคนอื่นรออยู่ก็ได้นะ"
รินรดาไม่ได้ฟังคำเตือนนั้น เธอหยิบจดหมายพับเป็นรูปดาวขึ้นมาหนึ่งดวง มันคือสิ่งสุดท้ายที่คินทร์ให้ไว้ก่อนจะแยกย้ายกันไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยคนละแห่ง ในนั้นมีเพียงข้อความสั้นๆ ที่เขียนว่า *'ขอให้รินมีความสุขกับทุกก้าวของชีวิตนะ'*
ความอบอุ่นที่เคยมีในตอนนั้นกลับกลายเป็นความหนาวเหน็บเมื่อเธอนึกถึงสายตาของคินทร์ในงานเลี้ยงรุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน สายตาที่มองมาด้วยความห่างเหินและระแวดระวัง ราวกับจะบอกว่า เขาพร้อมจะตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดทิ้ง หากเธอเผลอแสดงความรู้สึกที่เกินเลยออกมาอีกแม้แต่นิดเดียว
"เขากำลังแต่งงาน" เสียงของมินตราดังขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้ง คราวนี้มันหนักแน่นและตรงประเด็นจนคนฟังใจหายวาบ
รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจบีบตัวรุนแรงเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่หน้าอก ความรู้สึกที่พยายามเก็บกดไว้ตลอดสิบปีดูเหมือนจะประท้วงความเจ็บปวดออกมาในรูปแบบของความเงียบที่น่ากลัว เธอไม่ถาม ไม่โวยวาย ทำเพียงแค่ปิดกล่องไม้ลงช้าๆ เหมือนเป็นการปิดตายความทรงจำที่เธอเพิ่งขุดขึ้นมาเชยชม
"ใครหรือมิน?" เสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว แต่มือที่กำฝากล่องแน่นจนขึ้นข้อขาวบอกให้มินตรารู้ว่า รินรดากำลังพังทลายอยู่ข้างใน
"คุณพรรณิภา... คนที่เขาร่วมงานด้วยช่วงปีที่ผ่านมา" มินตรากล่าวพลางลุกขึ้นยืน "และเขากำลังจะจัดงานหมั้นในเดือนหน้า เขาบอกทุกคนแล้ว เหลือแค่เธอนี่แหละริน ที่เขายังไม่กล้าเอ่ยปากบอกด้วยตัวเอง"
รินรดายิ้มออกมา ยิ้มที่ดูเศร้าหมองที่สุดเท่าที่มินตราเคยเห็นมา เธอหันมองกล่องไม้ใบนั้นอีกครั้ง ก่อนจะวางมันลงที่เดิมด้วยความทะนุถนอม ราวกับมันเป็นโลงศพของความรักที่เธอเพิ่งจะฝังมันลงไปในใจอีกรอบ
แต่ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะลุกขึ้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรัวและเร็ว สลับกับเสียงเรียกที่คุ้นหูจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
"ริน! รินอยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันหน่อย... ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับเธอเดี๋ยวนี้!"
นั่นคือเสียงของคินทร์... เสียงที่เต็มไปด้วยความร้อนรน ผิดกับมาดนิ่งสุขุมที่เขาเคยรักษามาตลอดชีวิต รินรดาหันไปมองมินตราด้วยแววตาที่สับสน ขณะที่คินทร์ตะโกนย้ำผ่านประตูไม้เข้ามาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน
"ได้โปรดริน... อย่าเพิ่งแต่งงานกับใครในตอนนี้ ฉันขอร้อง!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในห้วงคำนึงกับรินรดาและคินทร์ในตอนนี้ด้วยกันนะครับ - สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 3
ความทรงจำในกล่องใบเก่า
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!