"ถ้านี่คือสิ่งที่คินทร์นิยามคำว่า 'เพื่อนสนิท' ผมว่าเราควรเลิกคุยเรื่องนี้กันถาวรดีกว่าครับ"
รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้ด้วยแรงที่มากพอจะทำให้เกิดเสียงกระทบจนคนในร้านหลายคนหันมามอง เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ฟูมฟาย แววตาของเธอในตอนนี้มันว่างเปล่าจนน่ากลัว มันคือความว่างเปล่าที่เกิดจากการแบกรับคำว่า 'เพื่อน' มานานเกินไปจนหัวใจเริ่มด้านชา
คินทร์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือหนากำขอบแก้วแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ข้อมือชัดเจน เขาไม่ได้โต้ตอบในทันที ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนาของเราทั้งคู่ ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในใจของเขาทั้งสองคน ความสับสนที่คินทร์พยายามปกปิดมาตลอดสิบปีดูเหมือนจะถึงจุดแตกหักในวินาทีนี้
"ริน... เธออย่าใช้อารมณ์ตัดสินแบบนี้ได้ไหม เราคุยกันด้วยเหตุผลได้หรือเปล่า" คินทร์เอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านไม่แพ้กัน
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "เหตุผลเหรอครับคินทร์? ตลอดสิบปีที่ผ่านมา รินพยายามใช้เหตุผลมาตลอด พยายามบอกตัวเองว่าที่คินทร์ทำแบบนี้ เพราะคินทร์แคร์รินในฐานะเพื่อน แต่สิ่งที่คินทร์ทำอยู่ตอนนี้... การที่คินทร์ไปไหนมาไหนกับคนอื่นโดยไม่บอกริน แต่กลับมาคาดคั้นว่ารินต้องบอกทุกอย่างให้คินทร์รู้ มันเรียกว่าอะไรครับ?"
"ฉันก็แค่เป็นห่วง!" คินทร์เผลอขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะลดระดับลงเมื่อเห็นสายตาที่ตัดพ้อของหญิงสาวตรงหน้า "ริน... เธอไม่เข้าใจหรอกว่าฉันต้องผ่านอะไรมาบ้าง ฉันไม่อยากเสียเธอไป ถ้าวันหนึ่งเราข้ามเส้นนั้นแล้วไปไม่รอด เราจะมองหน้ากันยังไง?"
"ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องมองครับ" รินรดาลุกขึ้นยืน ร่างกายของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตามุ่งมั่น "ในเมื่อการมีคินทร์อยู่ในชีวิตมันทำให้รินเจ็บปวดขนาดนี้ การไม่มีคินทร์เลยอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าก็ได้"
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุน คินทร์ผุดลุกขึ้นตามทันที เขาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่นด้วยแรงที่เขาก็คงไม่ตั้งใจนัก รินรดาชะงัก เธอไม่ได้สะบัดออก แต่ความเจ็บปวดที่สื่อผ่านสัมผัสนั้นมันชัดเจนเหลือเกิน
"อย่าพูดแบบนั้น... ริน อย่าท้าทายฉันแบบนี้" คินทร์กัดฟันพูด ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ความโกรธเกรี้ยวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความกลัว... ความกลัวที่เขาพยายามผลักไสมาตลอดชีวิต
"ปล่อยรินเถอะครับ" รินรดาพูดเสียงแผ่ว "พายุอารมณ์ของคินทร์น่ะ มันพัดผ่านรินไปนานเกินไปแล้ว รินเหนื่อย... เหนื่อยเกินกว่าจะยืนต้านทานลมพายุที่ไร้ทิศทางแบบนี้อีกแล้วครับ"
คินทร์ไม่ได้ปล่อย เขากลับดึงเธอเข้ามาใกล้ขึ้นจนลมหายใจของเราแทบจะปะทะกัน มินตราที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ไกลๆ ลุกขึ้นจะเดินเข้ามาห้าม แต่ถูกสายตาคมกริบของคินทร์ปัดผ่านจนเธอต้องชะงักและถอยกลับไปยืนกอดอกนิ่งๆ เหมือนรอคอยจุดจบของละครฉากนี้
"เธอคิดว่าเธอเป็นคนเดียวที่เหนื่อยเหรอริน?" คินทร์กระซิบชิดใบหู "เธอคิดว่าฉันไม่เจ็บเหรอที่ต้องแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของเธอ? เธอคิดว่าฉันมีความสุขเหรอที่ต้องเห็นเธอไปอยู่กับคนอื่น ทั้งที่ฉันอยากจะกระชากเธอออกมาจากตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด?"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบหายใจไม่ออก สิ่งที่เธอเฝ้าฝันจะได้ยินตลอดสิบปีถูกพ่นออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดเช่นนี้ แต่มันกลับไม่ใช่คำสารภาพรักที่สวยงาม มันคือคำสารภาพที่เต็มไปด้วยความคับแค้นและความสับสน
"ถ้าอย่างนั้น ทำไมคินทร์ไม่บอกริน..."
"เพราะฉันขี้ขลาดไง!" คินทร์ตวาดเบาๆ ก่อนจะผละออกแล้วเดินถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความทรมาน "ฉันขี้ขลาดเกินกว่าจะยอมรับว่าตัวเองต้องการเธอมากแค่ไหน และตอนนี้... ฉันก็คงสายเกินไปแล้วใช่ไหม?"
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยอะไรตอบกลับ เสียงริงโทนโทรศัพท์ของคินทร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น เขาหยิบมันขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตกใจเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ
เขาเหลือบมองรินรดาด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและสิ่งที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน... 'ความลับ'
"ว่าไงครับ" คินทร์กดรับสาย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "อะไรนะ? เกิดเรื่องขึ้นได้ยังไง... ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?"
รินรดามองคินทร์ที่ดูเหมือนลืมเลือนความขัดแย้งเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เขาคว้าแจ็คเก็ตขึ้นมาเตรียมจะเดินออกจากร้านทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอ
"คินทร์!" รินรดาเรียกชื่อเขาด้วยเสียงอันสั่นเครือ "ถ้าคินทร์เดินออกจากประตูบานนี้ไป... เราก็ไม่ต้องกลับมาเป็นเพื่อนกันอีกนะ"
คินทร์ชะงักเท้าที่ประตู มือที่จับลูกบิดสั่นเล็กน้อย เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเธอเพียงเสี้ยวหน้า แววตาของเขาเย็นชาจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง
"ขอโทษนะริน... แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องที่สำคัญกว่าเรื่องของเราต้องไปจัดการ"
บานประตูเปิดออกและปิดลงทิ้งให้รินรดายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางสายตาคนทั้งร้าน โดยที่มีเพียงความว่างเปล่าและความเงียบงันเป็นเพื่อนสนิทที่สุดในยามนี้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์ไปกับรินรดาและคินทร์ในบทนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับผม
ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน•ตอนที่ 21
พายุอารมณ์
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ลมพัดผ่าน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!