เสียงโลหะกระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของคนงานก่อสร้างที่ดังแข่งกับเสียงไซเรนเตือนภัยชั่วคราว ร่างสูงของธันวาชะงักกึกทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววูบด้วยความตื่นตัว สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ควบคุมงานเตือนภัยพุ่งสูงปรี๊ด เขากวาดสายตามองไปรอบไซต์งานทันทีโดยไม่ต้องคิด
"เฮ้ย! หลบไปตรงนั้น!" ธันวาตะโกนลั่น พุ่งตัวคว้าข้อมือเล็กของลลินที่ยืนถือสมุดโน้ตอ้าปากค้างอยู่ใกล้กองโครงเหล็ก แล้วกระชากสุดแรงเหวี่ยงจนร่างบางเซถลาเข้ามาปะทะแผงอกแกร่ง แรงกระแทกทำให้สมุดในมือเธор่วงหล่นลงพื้น ขณะที่โครงเหล็กขนาดใหญ่ด้านบนเริ่มสั่นไหวและเอียงตัวลงมาด้วยแรงสั่นสะเทือนจากเครนขัดข้อง
"กรี๊ด!" ลลินอุทานเสียงหลง มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตสีเข้มของเขาแน่นโดยอัตโนมัติ ใบหน้าเนียนซบลงกับแผงอกอุ่นร้อนที่กระเพื่อมไหวด้วยจังหวะหายใจรุนแรง กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ และฝุ่นปูนลอยเข้าจมูก ท่ามกลางเสียงเอี๊ยดอ๊าดของโครงสร้างเหล็กที่ลั่นเกรียวกราวเหนือศีรษะ
ตุบ!
เศษปูนและฝุ่นตลบอบอวลร่วงลงมาห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่เพียงไม่กี่คืบ ธันวาใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวบางไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นบังศีรษะของเธอ ป้องกันเศษวัสดุที่อาจกระเด็นมาโดน สติของเขาถูกดึงกลับมาพร้อมกับความตึงเครียดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เมื่อเสียงรอบตัวเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่
"คุณ... คุณสถาปนิก ปล่อยก่อนได้ไหมคะ... เอ้ย ได้ไหมครับ" ลลินที่เกือบหลุดปากคำคุ้นเคยเงยหน้าขึ้นท้วง เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยจากความตกใจ แต่ดวงตากลมโตกลับฉายแววพยศไม่เปลี่ยน แม้ว่าใบหน้าจะอยู่ห่างจากปลายคางเขาไม่ถึงคืบก็ตาม
ธันวาเพิ่งรู้ตัวว่าเขายังคงกอดเธอแน่นเกินความจำเป็น รีบคลายมือออกแล้วผละถอยหลังครึ่งก้าวอย่างเสียอาการ ใบหน้าคมคายพยายามปรับกลับมาเป็นเรียบเฉย เยชาชาตามแบบฉบับของสถาปนิกปากจัด แม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นโครมครามผิดจังหวะก็ตามที
"ถ้ายังไม่อยากหัวแบะกลับบ้าน ก็หัดใช้หูฟังเสียงรอบข้างซะบ้างนะครับ คุณนักข่าว" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามซ่อนความห่วงใยที่หลุดรอดออกมาเมื่อครู่ไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาท "ไซต์งานไม่ใช่ห้องส่งโทรทัศน์ ที่คุณจะเดินใจลอยไปไหนก็ได้ตามใจชอบ"
ลลินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตัวเองลวกๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขา "ฉันไม่ได้ใจลอยเสียหน่อย แค่กำลังวิเคราะห์โครงสร้างที่คุณออกแบบไว้ต่างหากว่ามันแข็งแรงพอจะรับแรงกระแทกพวกนั้นได้จริงไหม... ซึ่งดูท่าทางแล้ว ก็เกือบจะไม่รอดเหมือนกันนี่คะ... นะครับ!" เธอเกือบหลุดคำลงท้ายแบบเดิมอีกรอบจนต้องกัดริมฝีปากล่างด้วยความหงุดหงิดที่เผลอหลุดฟอร์มต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อเช็กว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน "ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะครับ สมองกระทบกระเทือนจนเพ้อเจ้อหรือยังไง โครงสร้างนั่นผ่านมาตรฐานวิศวกรรมระดับสากล ปัญหามันอยู่ที่เครนตัวโน้นต่างหากที่ผู้รับเหมามักง่ายตรวจเช็กไม่ดี"
"อ๋อเหรอคะ ผู้ชายปากร้ายอย่างคุณนี่หาคำแก้ตัวเก่งเป็นบ้าเลยนะ..." ลลินสวนกลับทันควัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่ออุบัติเหตุบ้าๆ นี่มันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาฉัน แถมเรายังติดแหง็กอยู่ที่ไซต์งานนี้ด้วยกัน เพราะประตูทางออกถูกบล็อกด้วยซากเหล็กพวกนั้น... เรามาเคลียร์เรื่องบทความแฉสตูดิโอของคุณให้มันจบๆ ไปซะทีดีไหมล่ะครับ... เอ้ย! ดีไหมล่ะคะ!"
เธอขยี้หัวตัวเองด้วยความหัวเสียเมื่อสมองรวนไม่ยอมสั่งการเรื่องคำลงท้าย ธันวาเห็นท่าทางเงอะงะแต่น่าเอ็นดูนั้นแล้วมุมปากหยักก็กระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เป็นรอยยิ้มแรกที่ปรากฏบนใบหน้าเขาในรอบวัน รอยยิ้มที่ทำให้คนมองถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"หึ อยากเคลียร์นักใช่ไหมครับ" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โดยไม่ให้ตั้งตัว จนลลินต้องเอนหลังหนีอัตโนมัติ "ก็ได้... ในเมื่อคุณอยากรู้เบื้องหลังนัก ผมจะพาคุณเดินตรวจไซต์งานทุกซอกทุกมุม ตั้งแต่ชั้นใต้ดินยันดาดฟ้า เพื่อให้เห็นกับตาว่าที่นี่มันมีอะไรมากกว่าเรื่องฉาวที่คุณพยายามแต่งขึ้น"
"ฉันไม่ได้แต่งนะ!" ลลินเถียงเสียงแข็ง มือเล็กดันอกแกร่งให้ออกห่างเมื่อระยะห่างระหว่างกันมันอันตรายเกินไปต่อหัวใจ "และฉันก็ไม่ได้กลัวการเดินตรวจไซต์ของคุณด้วย!"
"ดีครับ งั้นก็ตามมา... อย่าเดินหลงไปเหยียบปูนเข้าล่ะ ไม่งั้นผมไม่ยอมก้มลงไปอุบลุกขึ้นมาเป็นครั้งที่สองแน่ๆ"
ธันวาหมุนตัวเดินนำลิ่วไปตามทางเดินโครงสร้างปูนเปลือย ลลินกัดฟันกรอดด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ยอมก้าวเท้าเดินตามหลังสถาปนิกหนุ่มไปติดๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่อบอวลไปด้วยฝุ่นควันและกลิ่นอายของงานก่อสร้าง ทว่าหัวใจของคนทั้งคู่กลับเต้นแรงด้วยเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่เรื่องงานสถาปัตยกรรมเลยแม้แต่น้อย
การติดอยู่ด้วยกันในพื้นที่จำกัดท่ามกลางซากปรักหักพังชั่วคราวครั้งนี้ กำลังจะทำให้กำแพงที่ทั้งคู่ต่างพยายามสร้างขึ้นมาป้องกันความรู้สึก... พังทลายลงทีละน้อย
และในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินลึกเข้าไปในโซนโครงสร้างหลักที่ไร้ผู้คน เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากความเงียบ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาปูน...
"อ้าว... คุณธันวา ไม่นึกว่าจะยังอยู่ตรงนี้นะครับเนี่ย แล้วนั่น... นักข่าวสาวคนดังคนนั้นไม่ใช่เหรอครับ ทำไมถึงมาเดินจับมือ... อ๋อ เดินสำรวจด้วยกันได้ล่ะครับเนี่ย?"
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 3
ไซต์งานก่อสร้างคือสนามรบ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!