เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 4

เมื่อปากแข็งเจอกับปากกล้า

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนกินยาขมหม้อใหญ่ใส่ผมแบบนั้นล่ะก็... ผมเกรงว่ากระจกมองข้างฝั่งซ้ายของรถคันนี้ คงรับน้ำหนักสายตาพิฆาตของคุณไม่ไหวจนต้องร่วงลงไปกองกับพื้นแน่ ๆ ครับ คุณลลิน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องโดยสารของรถเอสยูวีคันหรูที่เคลื่อนตัวออกจากไซต์งานก่อสร้างมาราวสิบนาทีแล้ว บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยประจุไฟฟ้าสถิตจากเหตุการณ์ระอุเมื่อครู่ ภาพรอยยิ้มและการเดินเคียงคู่กันระหว่างธันวากับนักข่าวสาวเซเลบจากสำนักพิมพ์คู่แข่งยังคงติดตรึงอยู่ในเรตินาของลลิน แม้เธอจะพยายามปัดมันทิ้งด้วยการมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูแสงไฟนีออนของเมืองหลวงที่วิ่งสวนผ่านไปอย่างรวดเร็วแค่ไหนก็ตาม ลลินหันขวับกลับมาทันที ดวงตากลมโตฉายแววหาเรื่องอย่างไม่คิดจะยอมจำนน เธอกอดอกแน่นจนเนื้อผ้าเสื้อสูทลำลองตึงเปรี๊ยะ "ฉันไม่ได้มองกระจกมองข้างค่ะ... ฉันกำลังมองความหน้าหนาของคนแถวนี้ต่างหากล่ะคะ" เธอเน้นเสียงประชดประชันอย่างลื่นไหล "อุตส่าห์บอกว่าเกลียดนักข่าวเข้าไส้ เกลียดพวกชอบขุดคุ้ยความลับ แต่พอนักข่าวสาวพราวเสน่ห์คนนั้นเดินเข้ามาออดอเซาะขอสัมภาษณ์แบบแนบชิดติดขอบสนาม คุณธันวาคนเก่งก็ดูจะเคลิบเคลิ้มจนเดินจับมือถือแขนกันซะกลมกลืน จนฉันเกือบจะหยิบสมุดพกมาจดทะเบียนสมองให้คุณกับเธอแล้วนะคะเนี่ย" ธันวาเหลือบสายตาคมกริบมองคนข้างตัวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปโฟกัสกับถนนเบื้องหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก มือหนาที่วางอยู่บนพวงมาลัยหนังแท้เคาะเบา ๆ เป็นจังหวะ "หึงเหรอครับ?" คำถามยิงตรงอย่างไร้รอยต่อทำเอาลลินสำลักน้ำลายตัวเอง เธอไอโขลกออกมาเบา ๆ หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกจับไต๋ได้รวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด "ห... หึงบ้าบออะไรของคุณคะ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย ธันวา!" ลลินแหวใส่เสียงดังลั่นรถ มือไม้ปัดป่ายปฏิเสธเป็นพัลวัน "ฉันแค่หมั่นไส้คนปากไม่ตรงกับใจต่างหากล่ะคะ ปากบอกว่ารำคาญสื่อ แต่พอดารานักข่าวสาวสวยระดับท็อปมาอ้อนหน่อย ทำเป็นยิ้มรับหน้าบานเป็นจานเชิง สรุปแล้วที่คุณชอบทำตัวหยิ่งใส่ฉันเนี่ย เพราะฉันไม่ใช่สเปกคุณ หรือเพราะฉันไม่มีกล้องโปรราคาหลักแสนคล้องคอกันแน่ล่ะคะ!" รถเอสยูวีชะลอความเร็วลงกะทันหันเมื่อเจอสัญญาณไฟแดง ธันวาเหยียบเบรกนิ่มนวล ก่อนจะหันตัวมาหาคนร่างบางที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างคนขับ แววตาของสถาปนิกหนุ่มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนใสที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความหงุดหงิดอย่างพึงพอใจ "อยากรู้จริง ๆ เหรอครับ..." เสียงของเขาอ่อนลง ทุ้มต่ำและใกล้ชิดขึ้นจนน่าประหลาด ระยะห่างระหว่างเบาะถูกลดทอนลงเมื่อธันวาโน้มตัวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นปูนและน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของลลินจนลมหายใจเธอสะดุด ลลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเอนหลังชิดติดประตูรถโดยอัตโนมัติเมื่อใบหน้าคมคายนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะประชิด ดวงตาคมกริบของเขาพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก แต่มันทรงพลังเสียจนทำให้หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรัวผิดจังหวะ "คนอย่างฉัน... ต่อให้เป็นผู้หญิงสวยที่สุดในประเทศมาเดินควงแขน ถ้าไม่ใช่คนที่อยากให้ยืนอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ ต่อให้ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นวัน ๆ ก็ไม่มีค่าอะไรในสายตาผมหรอกครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนตอกตะปูลงกลางใจคนฟัง ลลินชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลคำด่าทอได้อย่างรวดเร็วกลับชะงักงันราวกับระบบร่ม "ละ... แล้วผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงคนที่เดินจับมือกับคุณล่ะคะ?" เธอถามเสียงแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความอยากรู้ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ธันวาหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ "คุณกำลังหมายถึงยัยมีน เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เพิ่งบินกลับมาจากอังกฤษ แล้วบังเอิญเดินมาเจอผมที่ไซต์งานน่ะเหรอครับ? อืม... ถ้าคุณไม่ทัก ผมเกือบจะลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าเธอดึงมือผมให้ช่วยดูรองเท้าส้นสูงที่ติดซอกปูน" เพล้ง! เหมือนมีเสียงกระจกแตกกระจายในหัวของลลิน ความจริงที่เปิดเผยออกมาทำให้เธออยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด นี่เธอ... เผลอแสดงอาการหึงหวงงี่เง่าใส่เขาไปชุดใหญ่ ทั้งที่มันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดงี่เง่าของเพื่อนเก่าอย่างนั้นเหรอ! "อะ... ไอคนเจ้าเล่ห์!" ลลินหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ เธอรีบหันหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างอีกครั้งเพื่อซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจที่ตกหลุมพรางความเจ้าเล่ห์ของสถาปนิกปากร้ายคนนี้เข้าเต็มเปา "รู้แล้วทำไมไม่รีบอธิบายตั้งแต่แรก ปล่อยให้ฉันบ้าพูดอยู่ได้ตั้งนาน ทุเรศที่สุด!" "อ้าว... ก็ผมสนุกนี่ครับ" ธันวาตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นอย่างอารมณ์ดี เขากลับมามองถนนเบื้องหน้าเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว "นาน ๆ ทีจะได้เห็นนักข่าวสายสืบสวนปากเก่ง กลายเป็นเด็กน้อยนั่งกัดปากพัดพานความหึงหวงในรถผม มันเพลินตาดีไม่หยอกนะครับ" "ฉันไม่ได้หึง! บอกว่าไม่ได้หึงไงเล่า!" ลลินหันมาแหวใส่เสียงดังลั่น พยายามกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้าด้วยการยกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ยอมฟังคำสั่ง มันเต้นโครมครามจนเธอเกรงว่าคนข้าง ๆ จะได้ยินเสียงมันทะลุกรอบอกออกมา ธันวาอมยิ้มบาง ๆ โดยไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ บรรยากาศในรถกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดหรือมาคุเหมือนตอนแรก มันกลับอบอวลไปด้วยความหวานละมุนที่เจือความกวนประสาทอย่างลงตัว จนกระทั่งรถคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทหน้าคอนโดมิเนียมของลลิน เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลลินรีบเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยด้วยความรวดเร็ว ราวกับต้องการหนีให้พ้นจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ให้เร็วที่สุด "ขอบคุณที่มาส่งค่ะ" เธอกล่าวเสียงห้วน รีบผลักประตูรถเตรียมจะก้าวลง "เดี๋ยวก่อนครับ, ลลิน" เสียงทุ้มเรียกไว้ ทำให้นิ้วมือที่กำลังจะผลักประตูต้องชะงัก ลลินหันกลับไปมองด้วยความสงสัยระคนระแวดระวัง ธันวาไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแต่โน้มตัวข้ามฝั่งมาใกล้เธออีกครั้ง จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอบอวลล้อมรอบตัวเธอไว้ทั้งหมด ลลินกลั้นหายใจ หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันแค่คืบ นิ้วมือเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มเอื้อมผ่านหน้าเธอไป... ไม่ใช่เพื่อจะทำอะไรล่วงเกิน แต่เพื่อดึงสายเข็มขัดนิรภัยฝั่งที่เธอดึงค้างไว้จนมันติดขัดให้เข้าที่อย่างเบามือ ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันมากเสียจนลมหายใจอุ่น ๆ รินรดกันและกัน ลลินสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่พราวระยับไปด้วยความจริงจังที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นแววตาที่ทำให้คำพูดทุกคำในลำคอของเธอติดขัดไปหมด "พรุ่งนี้..." ธันวาเอ่ยกระซิบเบา ๆ ริมฝีปากหยบคายอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงไม่กี่เซนติเมตร "ผมมารับไปทานกาแฟก่อนเข้าไซต์งานเหมือนเดิมนะครับ... ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" ยังไม่ทันที่ลลินจะได้อ้าปากปฏิเสธหรือเอ่ยคำใดโต้แย้ง เสียงเคาะกระจกเบา ๆ จากด้านนอกฝั่งที่เธอนั่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ก๊อก! ลลินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากระยะประชิดด้วยความตกใจ เธอกวาดสายตามองผ่านกระจกออกไปด้านนอกด้วยความหงุดหงิดที่ใครบางคนกล้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญ แต่ทว่า... ทันทีที่เห็นใบหน้าของคนที่ยืนยันอยู่ใต้แสงไฟสลัวของคอนโด ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ร่างสูงโปรดของบรรณาธิการบริหารสำนักพิมพ์คู่แข่ง... และเป็น "รุ่นพี่" คนสนิทที่ลลินพยายามหลบหน้ามาตลอดสัปดาห์กำลังยืนยิ้มกริ่มถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่รออยู่ตรงนั้น พร้อมกับเอ่ยทักทายผ่านกระจกที่ลดลงครึ่งหนึ่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนขนลุก "อ้าว... น้องลลินครับ ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... นั่งรถมากับใครเหรอครับเนี่ย?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%