"อ้าว... น้องลลินครับ ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... นั่งรถมากับใครเหรอครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นตัดผ่านความเงียบสงัดของลานจอดรถใต้ดิน ธันวาในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกยืนกอดอกพิงเสาปูนซีเมนต์ สายตาคมกริบมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาไปยังรถแท็กซี่คันเก่าที่เพิ่งจอดสนิท ประตูฝั่งผู้โดยสารเปิดออกพร้อมกับร่างเพรียวของนักข่าวสาวสายสืบสวนที่ก้าวลงมาด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ลลินปิดประตูรถเสียงดังปังแทนคำตอบ เธอสะพายกระเป๋าเป้ใบเก่งไว้บนบ่าข้างหนึ่ง มือข้างขวาถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะที่ยับยู่ยี่จากการใช้งานอย่างหนักหน่วง ดวงตากลมโตตวัดมองสถาปนิกหนุ่มเจ้าของฉายา 'มนุษย์น้ำแข็งประจำตึก' ด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตลอดทาง
"ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจหรอกค่ะ—เอ๊ย! ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจนะครับ... คุณธันวา" ลลินเกือบหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่ต้องรีบเปลี่ยนคำลงท้ายแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายตรงหน้ามักจะถือสาเรื่องมารยาททางสังคมเสียยิ่งกว่าความคืบหน้าของโปรเจกต์
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันอย่างเป็นเอกลักษณ์ "แหม, เปลี่ยนโหมดแทบไม่ทันเลยนะครับ กลัวผมหักเงินเดือนหรือไง? แต่บอกไว้ก่อนนะว่านี่มันเวลานอกราชการ และคุณก็ไม่ใช่พนักงานในสังกัดผม... อ้อ หรือว่าแอบไปสืบเรื่องฉาวของบริษัทไหนมาอีก ถึงได้ทำหน้าเหมือนคนอดนอนแบบนี้"
"ฉันจะไปทำอะไรมันก็เรื่องของฉันค่ะ... ครับ!" ลลินกัดฟันกรอด เดินกระแทกส้นเท้าผ่านหน้าเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ความเหนื่อยล้าจากการวิ่งไล่ตามเบาะแสเรื่องการฮั้วประมูลก่อสร้างโครงการยักษ์ทำให้เธอไม่มีอารมณ์มาต่อปากต่อคำกับสถาปนิกปากจัดคนนี้เท่าไหร่นัก สมองของเธอกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้มาจากแหล่งข่าววงใน และที่สำคัญคือ... แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือของเธอเหลือแค่สามเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ก้าวเดินของหญิงสาวชะงักลงกะทันหันเมื่อรู้สึกถึงแรงดึงที่ข้อศอก ธันวาคว้าแขนเธอไว้ด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอต้องหันกลับไปเผชิญหน้า
"ปล่อยนะคะ... ปล่อยนะครับ!" ลลินสะบัดแขนออกทันที ดวงตาคมดุจ้องเขม็ง "จะมาจับตัวฉันทำไมคะ... ครับเนี่ย!"
"ดูสภาพคุณตอนนี้ก่อนเถอะครับ ลلิน" ธันวาถอนหายใจยาว สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาจริงจังที่คาดเดาไม่ได้ เขากวาดสายตามองสำรวจตั้งแต่รอยคล้ำใต้ตาของเธอ เสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ไปจนถึงรองเท้าผ้าใบที่เต็มไปด้วยคราบโคลนจางๆ "สภาพเหมือนคนเพิ่งรอดชีวิตจากสนามรบมากกว่านักข่าวที่กำลังทำข่าวเศรษฐกิจ ถ้าคุณเป็นลมล้มพับไปตรงนี้ ผมนี่แหละที่จะซวยต้องแบกคุณส่งโรงพยาบาลแถมโดนข้อหาพรากผู้เยาว์อีก... ถึงแม้หน้าตาคุณจะเกินวัยเด็กไปไกลแล้วก็เถอะ"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาทำสามีนะคะ... ครับ!" ลลินสวนกลับทันควัน หน้าตาดื้อรั้นเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ "แล้วก็ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดี ฉันดูแลตัวเองได้!"
"ผมไม่ได้หวังดี ผมแค่ไม่อยากเห็นศพนักข่าวมานอนขวางทางเข้าสตูดิโอของผมในวันพรุ่งนี้ มันอัปมงคล" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่สายตาที่มองสำรวจเธอกลับซ่อนความห่วงใยไว้ลึกซึ้งกว่าที่ปากพูด เขาก้มลงมองแฟ้มเอกสารในมือเธอก่อนจะเอื้อมมือไปดึงมันออกมาหน้าตาเฉย
"เฮ้! เอาคืนมานะ! นั่นมันข้อมูลสำคัญของฉัน!" ลลินโวยวายพยายามแย่งแฟ้มกลับมา แต่ธันวายกมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ ด้วยความที่เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว ทำให้ความพยายามของเธอกลายเป็นแค่การกระโดดคว้าอากาศเปล่าๆ
"ไหนดูซิ... เอกสารผังโครงสร้างอาคารพาณิชย์โซน C... รายชื่อบริษัทรับเหมาช่วงสามบริษัท... และ... โน้ตลายมือยึกยือเหมือนลายตีนไก่พวกนี้คืออะไร?" ธันวาเปิดแฟ้มออกผ่านๆ สายตาคู่คมกวาดอ่านตัวหนังสือที่เขียนด้วยลายมือรีบเร่งของลลินอย่างรวดเร็ว
จากท่าทีที่กวนประสาทและดูถูกในตอนแรก ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นทีละน้อย ดวงตาคู่นั้นกวาดมองตัวเลขและผังงานสถาปัตยกรรมในกระดาษแผ่นนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองระดับเซียนของสถาปนิกผู้กวาดรางวัลมาแล้วทั่วเอเชียใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการเชื่อมโยงข้อมูล
"นี่คุณ..." ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนทึ่ง "คุณไปเอาผังโครงสร้างลับของโครงการ 'บลูไพน์ เรสซิเดนซ์' มาจากไหน? นี่มันไม่ใช่เอกสารที่เปิดเผยต่อสาธารณะนะ ผังนี้ระบุตำแหน่งเสาเข็มรับน้ำหนักที่ไม่ตรงกับแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างจริง... ถ้าตึกนี้สร้างเสร็จ มีหวังทรุดตัวลงมาทับคนตายครึ่งคอลัมนต์แน่ๆ"
ลลินชะงักไปเล็กน้อย ความโกรธเมื่อครู่แทนที่ด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางวิศวกรรมได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที ทั้งที่เธอยังไม่ได้อธิบายอะไรเลย
"คุณ... รู้ได้ยังไงคะ... ครับ?" เสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความทึ่ง
"ผมเป็นสถาปนิกครับ ไม่ใช่คนขายประกัน" ธันวาตอบเสียงนิ่ง แต่แววตากลับจริงจังอย่างน่ากลัว นิ้วเรียวยาวพลิกหน้ากระดาษไปมา "โครงสร้างตรงนี้... จุดที่วงสีแดงไว้เนี่ย มันคือจุดรับน้ำหนักหลัก ถ้าผู้รับเหมาลดเกรดเหล็กเส้นลงสิบเปอร์เซ็นต์ตามที่คุณจดโน้ตไว้จริง แรงเฉือนตรงฐานรากจะรับไม่ไหวภายในสามปี... คุณไปได้เอกสารนี้มาจากไหน ลลิน? นี่มันอันตรายมากนะ คนที่ปล่อยเอกสารนี้ออกมาตอนนี้กำลังเอาชีวิตตัวเองไปแขวนบนเส้นด้ายเลย"
แสงไฟสีส้มสลัวจากเสาไฟลานจอดรถส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของธันวา เผยให้เห็นสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธขึงต่อความมักง่ายของผู้รับเหมา ลลินยืนมองภาพนั้นโดยไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง... ผู้ชายคนนี้ เวลาที่ไม่ได้กวนประสาทเธอล่ะก็... ดูพึ่งพาได้และเท่เป็นบ้าเลยแฮะ
"ฉัน... ฉันได้มาจากแหล่งข่าวที่ไว้ใจได้ค่ะ" ลลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และฉันกำลังจะเอาไปเขียนข่าวแฉในหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้า... แต่ปัญหาคือ แบตโทรศัพท์ฉันหมด ฉันไม่มีทางติดต่อกองบรรณาธิการเพื่อส่งไฟล์สแกนต้นฉบับได้เลย แล้วแท็กซี่คันเมื่อกี้ก็ขับหนีไปก่อนที่ฉันจะหยิบกระเป๋าเงิน..."
เธอหยุดพูด ก้มหน้ามองรองเท้าตัวเองด้วยความรู้สึกสิ้นหวังเป็นครั้งแรกในรอบวัน ความเก่งกาจและปากเก่งที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่า
ธันวาเงียบไปชั่วขณะ เขามองร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าเนียนใสของหญิงสาว แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความใจดีที่มักจะถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีปากร้ายและกำแพงความหยิ่งทะนงค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย
"ขึ้นรถครับ" ธันวาพูดขึ้นเสียงเรียบ
"หคะ... อะไรนะคะ... ครับ?" ลลินเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างงุนงง
"ผมบอกให้ขึ้นรถครับ" สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาว พลางกวักมือเรียกเธอให้เดินตามไปยังรถยนต์สปอร์ตคันหรูสีดำเงาที่จอดอยู่ในช่องจอดพิเศษ VIP ใกล้ๆ นั้น "ถ้าคุณยังดื้อยืนอยู่ตรงนี้ มีหวังได้เป็นลมจริงๆ แน่ แล้วผมก็ไม่อยากอุพคุณขึ้นห้องเพราะมันหนักเปล่าๆ... ไปครับ ผมจะพาขึ้นไปที่สตูดิโอ ไปสแกนเอกสาร ส่งต้นฉบับให้กองบรรณาธิการของคุณให้เรียบร้อย แล้วหลังจากนั้น ค่อยมาคุยกันว่าคุณเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้ทำไม"
ลลินยืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งแปลกใจ ซาบซึ้ง และ... หวั่นไหวอย่างประหลาด ภายใต้ท่าทีที่แสนจะเย่อหยิ่งและปากจัดของธันวา กลับมีมุมที่อบอุ่นและพึ่งพาได้อย่างเหลือเชื่อ
"คุณ... ใจดีกับฉันแปลกๆ นะคะ... ครับ" เธอกะพริบตาปริบๆ เอ่ยแซวเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขิน
ธันวาหันกลับมามองเธอ แววตาคมกราบกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นจนน่ากลัว
"อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยครับ ลลิน" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ทอดสายตาลงมองเธอด้วยความหมายลึกซึ้งที่เจ้าตัวก็อาจจะไม่ทันรู้ตัว "ผมไม่ได้ใจดีกับคุณ... ผมแค่รำคาญเวลาเห็นคนอวดเก่งต้องมานั่งน้ำตาตกในต่างหากล่ะ"
พูดจบ เขาก็เปิดประตูรถฝั่งผู้โดยสารค้างไว้ รอให้ร่างเพรียวขยับเข้าไปนั่ง ก่อนที่เขาจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ
ทว่า... ในจังหวะที่ธันวากำลังจะก้าวขึ้นรถ ทันใดนั้นเอง ไฟฉายแรงสูงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาที่ตัวเขากับลลิน พร้อมกับเสียงแฟลชกล้องถ่ายรูปที่รัวติดต่อกันจนแสบตา และเสียงตะโกนก้องที่ดังแหวกความมืดเข้ามา
"คุณธันวาครับ! จากนิตยสารสถาปัตยกรรมชื่อดังมาซุ่มพบกับนักข่าวสาวสายสืบสวนยามวิกาลแบบนี้... มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งอะไรกันหรือเปล่าครับ! ช่วยตอบคำถามพวกเราหน่อยครับ!"
ร่างของนักข่าวบันเทิงและปาปารัสซี่กลุ่มใหญ่กรูเข้ามาล้อมรอบรถสปอร์ตคันหรูไว้ทุกด้านอย่างรวดเร็วราวกับนัดกันไว้!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอ่านตอนนี้นะครับ รับรองว่าตอนหน้าเดือดและฟินกว่านี้แน่นอนครับ! - โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง•ตอนที่ 5
แผนที่ไม่มีในแบบแปลน
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนคลั่งงานกับคิวปิดสายเหวี่ยง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!